การระดมพลังกลุ่ม หรือ การจัดการความรู้ในชุมชนแนวปฏิบัติ นับแต่การจัดการความรู้ในตัวคน(Tacit knowlege) จนถึงระดับจัดการความรู้ที่มีเครื่องมือต่างๆ ช่วยสร้างความรู้ขึ้นจากประสบการณ์ให้เป็นความรู้ที่จัดการอย่างเป็นระบบภายนอกตัวคน (Explicit knowlege) เป็นกระบวนการเรียนรู้และมีพัฒนาการอยู่เสมอ  มากกว่าที่จะเป็นสิ่งของที่เบ็ดเสร็จ ตายตัว ดังนั้น การขับเคลื่อนชุมชนแนวปฏิบัติ  จึงควรเน้นทั้งจุดหมาย  ผลลัพธ์ และตัวกระบวนการ ซึ่งเครื่องมือในการจัดการความรู้  โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนบทเรียนและการระดมพลังวางแผนเป็นกลุ่ม จะมีบทบาทมาก หากไม่มีการคำนึงองค์ประกอบสำคัญทั้งสองด้าน  เราอาจได้สิ่งที่เป็นผลลัพธ์  แต่ไม่ได้กระบวนการเรียนรู้  ดังนี้เป็นต้น

         Mind Mapping และสื่อต่างๆ เพื่อการระดมพลังกลุ่มในขั้นตอนต่างๆของกระบวนการการขับเคลื่อนชุมชนแนวปฏิบัติ เช่น การพบปะพูดคุย  การเยี่ยมเยือนแบบสร้างพลัง  การถอดบทเรียน  การแลกเปลี่ยนประสบการณ์  การสื่อสารและนำเสนอรายงาน ผลการดำเนินงาน  กระบวนการวางแผนอย่างมีส่วนร่วม  เหล่านี้ หากคำนึงถึงการนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือและวิธีการจัดการความรู้ เพื่อเป็นนวัตกรรมการจัดการความรู้ชุมชนปฏิบัติ  ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนชุมชนแนวปฏิบัติไปด้วยแล้ว  กิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง  จะสามารถออกแบบให้เป็นเครื่องมือเชิงกระบวนการ  ที่เป็นการจัดการความรู้และการทำงานเป็นทีม อยู่ในตัวเองไปด้วย  เช่น การพบปะพูดคุยกัน  การประชุมอย่างสร้างสรรค์  การจัดเวทีระดมความคิด  การจัดเวทีถอดบทเรียนและเสริมศักยภาพเพื่อกลับไปทำงานให้มีพลังยิ่งๆขึ้น  เหล่านี้เป็นต้น

        เพื่อดำเนินการดังกล่าว  หลักคิดในการประยุกต์ใช้ Mind Mapping และ สื่อต่างๆ จะมีหลักคิดและความเป็นเหตุเป็นผล  กำกับอยู่เบื้องหลัง  ซึ่งจะทำให้กิจกรรมการขับเคลื่อนชุมชนแนวปฏิบัติ  เป็นการปฏิบัติทางความคิด และการออกแบบเชิงยุทธศาสตร์การคิดที่ลุ่มลึก รอบด้าน ไปด้วย  ที่สำคัญคือ

  • ความสอดคล้องกับพลังกลุ่มปัจเจก หรือชุมชนแนวปฏิบัติ  ซึ่งทุกคนมีพลัง  มีศักยภาพ เมื่อรวมกันเป็นกลุ่ม เป็นชุมชนทางปัญญาปฏิบัติ ก็คิดและแสดงออกแบบไม่ต้องเป็นเส้นตรง  ไม่เป็นตามลำดับก่อนหลัง แต่ช่วยกัน  คิดและทำไปด้วยกัน
  • การเน้นบทบาทของคน  ศักยภาพปัจเจก  และการปฏิสัมพันธ์กันของคน (Face to Face และ Interactive  Learning)      
  • การเน้นความคิดต่อความคิด 
  • ช่วยการทำความคิดให้เป็นภาพ และรักษาประเด็นไว้  ให้กลับมาคิดต่ออีกได้เสมอ 
  • ช่วยการจำเป็นภาพติดตาตรึงใจ สื่อสารกันอย่างง่ายๆ เพื่อลดอุปสรรคจากความแตกต่างของปัจเจก

        Mind Mapping และสื่อต่างๆ ที่นำมาใช้ ควรมีหลักที่สอดคล้องกับหลักคิดดังกล่าว เช่น 

  • ช่วยให้ทุกคนได้คิดและพูดอย่างเป็นธรรมชาติ  พูดพร้อมกันก็ได้ การทำ Mind Mapping และสื่อที่นำมาช่วย จึงควรเป็นบอร์ด ฟลิปชาร์ต
  • เน้นการวาดภาพ  ใช้สัญลักษณ์ง่ายๆ เข้าช่วย  มีสีสัน  เขียนตัวใหญ่ๆ เห็นพร้อมกันทั่วถึง
  • วิทยากรกระบวนการ หรือผู้อำนวยความสะดวก ต้องฝึกทักษะการจับประเด็นเพื่อเขียนให้ทุกคนเห็น เป็นวัตถุดิบเอื้ออำนวยการคิด ต่อเติมความคิด
  • หากใช้เครื่องมือทันสมัยช่วย  เช่น โปรแกรมสำเร็จรูป Mind Manager ฉายขึ้นจอภาพด้วย LCD ต้องพยายามจัดการให้สนองตอบกับหลักคิดดังกล่าว 
  • Mind Mapping ถ้าใช้ส่วนตัว หรือใช้เพื่อการเรียนรู้คนเดียว (Individual Learning) สามารถใช้ช่วยบันทึกความจำได้ เพราะถ้าหากมองในทางทฤษฎีการศึกษา และการทำ Interactive Learning Design แล้ว มันคือการใช้ช่องทางการรับรู้และระดับการปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ เพิ่มขึ้นหลายช่องทาง (ดู  ฟัง วาดภาพ จดบันทึก) ทฤษฎีการศึกษาแนวอิงเกณฑ์ บอกว่า  การเรียนรู้ คือ ปริมาณเวลา และระดับความเข้มข้นของการปฏิสัมพันธ์ กับบทเรียนและกิจกรรมการเรียน (Learning activities)
  • แต่ถ้าใช้เป็นกลุ่ม กลุ่มและชุมชนการคิด (Gruop-Based Learning) ต้องการการมีส่วนร่วมในการช่วยกันคิด ดังนั้น ควรใช้ Mind Mapping เป็นวิธีการและเครื่องมือ เพื่อส่งเสริมการคิดและเรียนรู้เป็นทีม กระตุ้นการช่วยกันคิด หากใช้เพื่อจดบันทึกการประชุม  นอกจากจะทำให้บรรยากาศการประชุมไม่เป็นไปตามหลักคิดเบื้องหลังของมันแล้ว บันทึกการประชุมจาก Mind Map จะเป็นบันทึกการประชุมที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะตัวโปรแกรมและหลักคิดของ Mind Mapping มิใช่เน้นการบันทึกการประชุมเป็นวัตถุประสงค์สุดท้าย ปัจเจกต้องมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น (Active Participation) จนได้แก่นของเรื่องที่ทำเป็นทีม บันทึกแบบ Mind Map จึงจะช่วยฟื้นความจำให้  แต่จะบันทึกแบบสรุปการประชุม  จะผิดวัตถุประสงค์ของมันไปหมด
  • การจดบันทึกการประชุมต้องมีกระบวนการอย่างอื่นขึ้นมาเสริม

        ด้วยแนวทางดังกล่าวนี้  Mind Mapping และการใช้สื่อ  ก็จะมีพลังในฐานะเป็นกระบวนการจัดการความรู้  และเป็นกระบวนการขับเคลื่อนชุมชนแนวปฏิบัติ  พัฒนาคน  พัฒนางานเชิงยุทธศาสตร์ และก่อเกิดนวัตกรรมการจขัดการใหม่ เป็นทีม  พร้อมกันไปด้วย