วันสุดท้ายในเมืองลอดช่อง

 

 บรรยากาศเช้าวันนี้ค่ะ

เมื่อคืนหลับเป็นตายเลย.... อาหารเช้าของโรงแรม กาแฟ  ก็มีผัดหมี่ยืนพื้น วันนี้มีข้าวต้มกุ๊ย กับข้าวที่ทานกับเข้าต้ม เห็นแล้วต้องอึ้ง หอมแดงทอด กับ น้ำพริกเผา  เครื่องปรุงคือ เกลือ พริกไทย  ซอทมะเขือเทศ  อ้อ! ในข้าวต้มเขาใส่โปรตีนด้วยนะ อะไรรู้ไหม? เดาไม่ถูกแน่เลยใช่เปล่า..... เฉลยก็ได้  โปรตีนของเขาคือถั่วลิสงค่ะ แต่เม็ดใหญ่กว่าของบ้านเรา  เขาต้มไปกับข้าวต้ม  คงใส่ถั่วลงไปทีหลังนะ เพราะไม่ค่อยเปื่อยเท่าไหร่   พิเศษสุดมื้อนี้มีไข่ต้มให้คนละ 1 ฟอง....สุดยอดค่ะ วันนี้ได้ทานไข่ต้ม  ฉันไม่ทานอย่างอื่นเลย ดื่มกาแฟ กับขนมปัง 1 ชิ้น และไข่ต้น 1 ฟอง ค่ะสำหรับเช้านี้....

 

         ต้อนรับวันใหม่ที่สดใส ด้วยการไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิม ที่วัดจีนฮกเกี้ยที่เก่าแก่ที่สุด ชื่อวัด THIAN HOCK KENG  ในย่านไซน่าทาวน์ วัดนี้มี มีคนไปไหว้ สักการะและขอพรเยอะมาก เราเดินทางไปแต่เช้า คนเลยไม่แน่นเท่าไหร่

 

 

จากนั้นก็ เที่ยวชมสถาปัตยกรรม เช่น อาคารศาลฎีกา อาคารแบบคลาสสิค หลักสุดท้ายที่หลงเหลือจากยุคอาณานิคม บ้านเมืองของเขาสะอาด เป็นระเบียบดี ที่สำคัญรถไม่ติด  ไม่มีควันพิษ  เพราะกฎหมายบังคับให้ใช้รถยนต์ไม่เกิน 5 ปี  ต้องเปลี่ยนคันใหม่ 


 

  เขาดูแลไม่ให้บ้านเมืองของเขามีมลพิษ  เขาปลูกต้นไม้เยอะมาก  รัฐบาลเขามีงบประมาณ ดูแลต้นไม้ ต้นละ 60,000 /ต้น/ปี  เมืองเขาไม่มีทรัพยกรใดๆ ทั้งสิ้น แม่แต่น้ำยังต้องซื้อจากมาเลเซีย  แต่เขาสามารถพัฒนาประเทศของเขาให้เจริญก้าวหน้าไม่ด้อยไปกว่าประเทศใดๆ ในโลก   จึงไม่แปลกใจเลยที่ค่าครองชีพที่นี่สูงมาก



 

สิ่งที่น่าภูมิใจที่สุดของคนไทยในสิงคโปร์  คงเป็นสถานทูตไทยในสิงคโปร์ นะ  เพราะมีพื้นที่เยอะมาก และอยู่ใจกลางประเทศสิงคโปร์.... เห็นไกด์บอกว่า รัฐบาลสิงคโปร์ พยายามเจรจา ขอซื้อที่ดินจากสถานทูตไทย จะจริงเท็จอย่างไร ก็ไม่ทราบ...แต่ถ้าจริง...ก็อย่าขายเลยนะคะ... ขอร้อง... เพราะที่ดินผืนนี้เป็นความภูมิใจของคนไทยและประเทศไทยจริงๆ    

 

      คนที่อยู่สิงคโปร์นานๆ  หากอยากทานส้มตำ... และอาหารไทย ฝีมือคนไทย ก็ต้องมาทานที่สถานทูตไทย  แต่คิดเป็นเงินไทยก็แพง...จริงๆ  ขอบอก....  ฉันยังต้องอดใจ ไว้กับมากินที่บ้านเราดีกว่า... 20 บาทเอง
 

 

     เรามาที่แหล่งช็อปปิ้ง ชื่อดังของสิงคโปร์  DUTY FREE บนถนนออร์ชาร์ด  และห้างสรรพสินค้า โดยรอบซึ่งราคาค่อนข้างแพง  และร้านค้าย่อยภายในอาคาร เหมือนมาบุญครอง  หรือ เพทตินั่มบ้านเรายังไงยังงั้น  ทีแรกก็ว่าจะไม่ซื้ออะไรนะ  ขี่เกียจหิ้วพะรุงพะรัง อีกอย่างนึงมือมันชา  เพราะเคยผ่าตัดข้อมือ จากความขยันเกินเหตุ.... แต่พอเห็นอะไรก็นึกถึงคนโน้นคนนี้ นึกถึงนักเรียนที่ช่วยงาน พวกเด็กยุวคอมพิวเตอร์  เพื่อนที่โรงเรียน และลูกๆ  กลายเป็นว่า ฉันซื้อเยอะกว่าใครๆ  น้องซีซ่า ที่ไม่ซื้ออะไรเลย ต้องคอยเป็นบอดี้การ์ด ช่วยถือของ  ขอบใจนะจ๊ะน้องรัก....พี่จะไม่ลืมน้องชายคนนี้เลย สัญญา

 

 

พอซื้อของเสร็จ ได้เวลาอาหารกลางวัน  พี่ๆ เพื่อนๆ ก็ไปทานกันที่ฟู๊ดเซ็นเตอร์....ฉันไม่เอาด้วย  เห็นร้านแม็คโดนัล ฉันคิดว่า  ดีกว่ากินบะหมี่ หรือเก๋ยวเตี๋ยวสิงคโปร์เป็นไหนๆ   เลยชวนน้องซีซ่า กับซิสเตอร์ฤทธิพรไปทานร้านนี้  คิดว่ารสชาติคงเป็นสากลๆ อย่างน้อยก็คงถูกปากกว่า ทานพัดหมี่เยอะ   ฉันซื้อสั่งพิชซ่า และโค้กมาทาน และตอบแทนน้องชานที่แสนดี เพิ่มด้วย  แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด และเฟรนฟรายด์  แถมโค้กแก้วใหญ่.....   ไม่เป็นอย่างที่คิด  ฉันลืมคิดไปว่า  เขาก็ต้องปรับรสชาติให้ถูกปากคนในบ้านเมืองของเขาซิ....ฉันโง่จริงๆ ที่ไม่ได้คิดถึงข้อนี้... รสชาติของพิชชา  แฮมเบอร์เกอร์ และไก่ทอด ก็ไม่เข้มข้นเหมือนของบ้านเรา.... แต่ก็ท่านได้ค่ะ ก็ทานไปนิดหน่อย  นอกน้อง ซีซ่ารับผิดชอบไปตามระเบียบ.... ซีซ่า บอกว่า  ถ้าผมอิ่มแล้วหิ้วของให้พี่ไม่ไหวทำไงเนี่ย.... กินเข้าไปน้อง เสียดายมันแพง...

   

ถ่ายที่หน้าร้านเอมแอนด์เอม เขาแต่งร้านซะน่ารักเชียว...    ผอ.ใจดี  ยิ้มหวานทั้งวัน

เจ้าชิงช้ายักษ์  สูงมั่กๆ เสียว น่ากลัวนะเนี่ย.. ถ้าหลุ่นตุ๊บ .. คงไม่เหลือ... อันนี้เขาไม่บังคับ  ใครกลัวก็ไม่ต้องขึ้นค่ะ

 

  

มาสิงคโปร์ ถ้าไม่มาตรงนี้... คงเหมือนไม่ได้มา   สวนสิงโตทะเลค่ะ เราได้พบกับเจ้าเมอร์ไลอ้อน (Merlion)  สัญลักษณ์ของสิงคโปร์

ก็ถ่ายรูปซะหน่อย......  แดดก็แรงสุดฤทธิ์  ฉันไม่ชอบทาครีมกัน แดดมันเหนียวเหนอะน่ารำคาญ  ไม่ชอบกางร่ม  เป็นคนขี้ร้อน แต่ก็ทน เดี๋ยวจะเสียที ที่มา....

    

 

ชมความงามของแม่น้ำสิงคโปร์ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ  แม่น้ำสายนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของชาวสิงคโปร์ จากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ กลายมาเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญติดอันดับโลก

 

เอสพราเนส (Esplande) โรงละครในอ่าว  มีชื่อเสียงมาก ใช้เงินสร้างถึง 600 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นศูนย์รวมการแสดงศิลปะของเอเชีย  

 

 

          เที่ยวกันจนเหนื่อย เริ่มหิว....พาขึ้นรถพวกเราก็เริ่มหม่ำ....

วันนี้ต้องเดินทางกลับแล้วล่ะ...คงต้องอำลาแล้วหนา...เมืองลอดช่อง

ประสบการณ์ครั้งนี้ คงไม่มีวันลืม 

 

บนเครื่อง....เที่ยวกลับ นั่งกับ ไก่ และ ป้าอั๋น  กำลังหม่ำอาหารมื้อค่ำ 

แอร์เสริฟไวน์ด้วย  พวกหนุ่มๆ กับบรรดาป้าๆ เขาดื่มกัน  แต่ฉันขอบาย...ไม่นิยมแอลกอฮอล์ ทานไม่ได้ปวดหัว...   ขอเป็นน้ำส้ม กับกาแฟดีกว่า (นางเอ๊ก นางเอกเน๊าะ!)

 

จากนั้นก็บรรเลงกดชัตเตอร์ถ่ายรูปท้องฟ้า และก้อนเมฆยามโพล้เพล้ อย่างชิดใกล้ ว๊าว!.. สวยจัง อีกไมนานคงจะสุดขอบฟ้าของสิงคโปร์แล้ว   ลาแล้วสิงคโปร์...

 

ขอบคุณทุกๆ อย่างที่นี่

      * ขอบคุณหลักสูตรภูมิภาคศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร  ขอบคุณคณาจารย์ทุกท่าน ที่สำคัญ ผอ.ศูนย์วิทยบริการที่น่ารัก ดร.ชนินท์  อัมพรสถิร  เพื่อน NU10 ทุกคน  
      * ขอบคุณไกด์ที่น่ารัก คุณอภิชาตและคุณกุ้ง  ขอบคุณอาตัน โชว์เฟอร์อารมณ์ดี... ที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอด 3 วันในสิงคโปร์

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้กลับนำมาฝากเพื่อนๆค่ะ

 อุณหภูมิ  :  อุณหภูมิเฉลี่ยของสิงคโปร์ ประมาณ 24-29 องศาเซลเซียส

สกุลเงิน  :  ดอลล่าสิงคโปร์ (SGD)

อัตราแลกเปลี่ยน (ช่วงที่ไป)  :   1 ดอลล่าสิงคโปร์ เท่ากับเงินไทยประมาณ 23.67 บาท

เวลา  :  เร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ภาษา  : 

ภาษาราชการของสิงคโปร์มี 4 ภาษา  ได้แก่ มาเลย์ จีนกลาง ทมิฬ และอังกฤษ

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาของธุรกิจและการบริหาร มีการพูดและเข้าใจกันอย่างแพร่หลาย ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่พูดได้สองภาษา  พวกเขาสามารถพูดภาษาแม่ของตนและภาษาอังกฤษได้ 

ภาษาประจำชาติคือภาษามาเลย์

โทรศัพท์  : 

โทรศัพท์ทางไกลกลับเมืองไทย สามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ทั่วไป สามารถโทรจากเครื่องสาธารณะได้ โดยใช้รหัสทางไกลดังนี้

  • ถ้าใช้ตู้ของ SINGTEL  :    กด 001-66 ตามด้วยรหัสจังหวัด และเบอร์ที่ต้องการติดต่อ โดยรหัสจังหวัดไม่ต้องกด 0  เช่น โทรเข้ากรุงเทพฯ กด 001-66-2-9698371
  • ถ้าใช้ตู้ของ M1 กด 002-66  :   ตามด้วยเบอร์ที่ต้องการติดต่อ
  • ถ้าใช้ตู้ของ STARHUB  :   กด 008-66  ตามด้วยเบอร์ที่ต้องการติดต่อ

 กระแสไฟฟ้า : 

ใช้ 220 โวลต์ เหมือนบ้านเรา  แต่ตัวปลั๊กใช้ปลั๊ก3 ตา

การสูบบุหรี่ : 

ห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ รถขนส่งมวลชน ภัตตาคาร และร้านอาหาร  ยกเส้น ผับ ดิสโก้ คาราโอเกะ และสถานที่เที่ยวกลางคืน  ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกปรับ 1,000 เหรียญสิงคโปร์ในครั้งแรก  ถูกปรับเพิ่มขึ้นในครั้งต่อไป....ค่ะ ดีจัง..

การทิ้งขยะ :

สิงคโปร์มีกฎที่เข้มงวดเรื่องการทิ้งขยะในที่สาธารณะ  ถ้าหากทิ้งขยะลงพื้นสำหรับครั้งแรกจะถูกปรับ 1,000 เหรียญสิงคโปร์  ส่วนครั้งต่อๆ ไป ก็จะถูกปรับตั้งแต่ 12,000 เหรียญสิงคโปร์ขึ้นไป  รวมทั้งต้องทำความสะอาดสถานที่สาธารณะด้วย....  

นอกจากนี้ ก็ยัง ห้ามบ้วนน้ำลายลงบนพื้นถนน ความผิดนี้จะถูกปรับเช่นเดียวกับการทิ้งขยะ

   น่าเอามาใช้กับบ้านเรานะ จะได้เป็นระเบียบ สะอาดไม่มีแหล่งสะสมเชื้อโรค  ยิ่งตอนนี้ไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังระบาด น่าทำ น่าทำค่ะ