บริหารตัวเอง...ให้เก่งในแบบ “คุณ”
คนสมัยนี้สามารถก้าวสู่จุดสูงสุดของวิชาชีพได้ โดยอาศัยความฉลาดบวกกับความทะเยอทะยาน ปัจจัยเก่าๆ เช่นอายุงาน ไม่ใช่อุปสรรคในการก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จอีกต่อไป
เมื่อเราต้องทำงานไปอีกนาน อาจจะถึง 50 ปี เราจึงควรรู้จักตัวเองเป็นอย่างดี โดยตั้งคำถามกับตนเอง ดังนี้
1. ฉันมีจุดเด่น จุดด้อยอะไร: เราทุกคนมีงานบางอย่างที่ถนัดและไม่ถนัด เราจึงไม่ควรเสียเวลาไปกับสิ่งที่เราไม่มีความเชี่ยวชาญ
2. ฉันทำงานแบบไหน? : คนเรามีแบบฉบับการทำงานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพของแต่ละคน เราอาจจะปรับปรุงแบบฉบับการทำงานของตัวเองได้บ้าง แต่คงไม่ถึงขั้นปรับจากหน้ามือเป็นหลังมือได้
3. ฉันเป็นนักอ่าน หรือนักฟัง? : เป็นสิ่งแรกที่เราควรถามตัวเอง หลายคนยังไม่รู้ว่าตนเองเป็นคนแบบไหนกันแน่ การไม่ใส่ใจสิ่งเหล่านี้อาจนำความเสียหายมาสู่ตนเองได้ เมื่อเราพยายามจะเป็นอีกอย่างที่ไม่ใช่ตนเอง สิ่งเหล่านั้นมักส่งผลร้ายกลับมา
4. ฉันเรียนรู้อย่างไร? : บางคนเรียนรู้จากการจดโน้ตเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองลืม บางคนเรียนรู้จากการลงมือทำ บางคนเรียนรู้จากการพูด เช่น ทนายหรือผู้วินิจฉัยโรคทางการแพทย์
สิ่งสำคัญก็คือ อย่าพยายามเปลี่ยนตัวเอง แต่จงพยายามทำงานให้ดีขึ้น และควรเลี่ยงงานที่ไม่ถนัด
5. ฉันให้คุณค่ากับอะไร? : การจะรู้คุณค่าหรือหลักการของตัวเองได้ เราอาจใช้แบบทดสอบที่เรียกว่า "กระจกเงา" (Mirror Test) เริ่มต้นด้วยการมองกระจกเงาแล้วบอกกับตัวเองว่า เราอยากเห็นตัวเองในกระจกเงาเป็นอย่างไร แต่ก็ต้องดูมาตรฐานหรือกฎระเบียบขององค์การควบคู่ไปด้วย เพราะถ้าเราทำงานในองค์การที่ไม่ยอมรับในสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ งานของเราย่อมไม่บรรลุผล
6. ฉันเหมาะกับงานแบบไหน? : คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มักมองหาโอกาสที่เหมาะสมให้กับตนเองเสมอ เพราะเขารู้จุดแข็ง รู้วิธีการทำงานและรู้ว่าตนเองให้คุณค่ากับอะไร การรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนคนที่ทำงานแบบธรรมดาๆ ให้กลายมาเป็นคนทำงานที่โดดเด่นได้
7. ฉันควรสร้างสรรค์อะไรให้กับงาน? : ในอดีตคนทำงานไม่ค่อยถามคำถามนี้ เพราะพวกเขามักทำงานแบบรับคำสั่ง แต่หลังปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา คนทำงานในบริษัทหรือองค์การไม่ได้ทำงานแบบรับคำสั่งอีกต่อไป พวกเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มตั้งคำถามว่า “ฉันควรทำอะไร” แต่การจะตอบคำถามนี้ได้ เราต้องรู้องค์ประกอบสำคัญ 3 อย่างก่อนคือ “สถานการณ์นั้นต้องการอะไร” “เราควรทำอะไรมากที่สุดเพื่อตอบสนองสถานการณ์นั้น” และสุดท้ายต้องรู้ว่า “ผลลัพธ์ที่ได้จะมีความแตกต่างอย่างไร”
เมื่อมีการสร้างสรรค์งานใหม่ แผนงานนั้นควรมีระยะเวลาไม่เกิน 18 เดือน และเราควรตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่สามารถทำได้ สิ่งที่เราจะทำต้องมีคุณค่า ต้องสร้างความแตกต่าง และท้ายสุดคือ ต้องวัดผลได้
8. รับผิดชอบในความสัมพันธ์กับผู้อื่น :
- ยอมรับความมีตัวตนของแต่ละคน ด้วยการเรียนรู้จุดแข็ง ประสิทธิภาพในการทำงาน และคุณค่าของเพื่อนร่วมงาน
- ต้องมีการสื่อสารและมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน
9. ครึ่งหลังของชีวิตการทำงาน : การรู้จักที่จะจัดการกับตนเองสำหรับชีวิตการทำงานในครึ่งหลัง เป็นสิ่งสำคัญ มีหลักปฏิบัติง่ายๆ 3 ประการ คือ
- มองหาสิ่งใหม่เช่น เปลี่ยนบริษัท หรือเปลี่ยนอาชีพใหม่
- มองหาอาชีพเสริมควบคู่กับงานเดิมที่ทำอยู่ เช่น ลองทำงานกับองค์การแบบ NGO อาทิตย์ละ 10 ชั่วโมง หรือทำงานธุรการให้กับโบสถ์
- เริ่มต้นทำงานเพื่อสังคม
จากบทความที่นำมาให้อ่านนี้เป็นของ กาญจนา กาญจนทวี เขียนไว้น่าสนใจ ดิฉันคิดว่าหากเรารู้จักตนเองในทุกแง่มุมแล้ว เราจะสามารถทำงานที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รู้จักเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน จากที่เคยทำตามคำสั่งมาเป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และทำงานที่ตนเองถนัด เราต้องรู้จักบริหารตนเอง เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับงานที่เราทำตลอดเวลา
การจะบริหารคนเราต้องเริ่มต้นที่การบริหารตัวเองก่อน เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะค่ะ น้องนางเองค่ะ
บทความดีมากค่ะจะนำไปปฏิบัติค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ
การรู้จักตนเองทำให้เรารู้ว่าเราควรเริ่มทำอะไรก่อน แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ
เรียกว่ารู้จักจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง แล้วพัฒนาให้ถูกจุด ดีมากค่ะ คนที่รักความก้าวหน้าย่อมไม่หยุดอยู่กับที่
บทความดีมากนำไปใช้ในการทำงานได้
คนเราควรรู้จักตนเองก่อน ที่จะพยายามรู้จักคนอื่น ค่ะ
ขอบคุณนะคะสำหรับบทความดีๆ