บทความโดย...ณรงค์วิทย์ แสนทอง
วิทยากร นักเขียน และที่ปรึกษาอิสระ
[email protected]
www.peoplevalue.co.th
"ความสามารถ" และ“โอกาส” คือปัจจัยหลักที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในชีวิต
- ใครก็ตามที่มีความสามารถสูง แต่โอกาสน้อย อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะต้องรอให้ผลงานแห่งความสามารถนั้นเติบโตและงอกเงยตามธรรมชาติ เหมือนพันธุ์ไม้ดีที่อยู่ในป่าไม่มีใครมาดูแลใส่ปุ๋ยพรวนดิน อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะออกดอกออกผลให้เราได้เห็นได้กินกัน
- ใครก็ตามที่มีความสามารถน้อย แต่มีโอกาสสูง อาจจะประสบความสำเร็จได้เร็ว แต่ความสำเร็จนั้นจะอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม เพราะไม่มีความสามารถที่จะรักษาความสำเร็จนั้นให้อยู่กับตัวเองได้ตลอดไป
- ใครก็ตามที่มีความสามารถน้อย และโอกาสในชีวิตก็น้อย คนๆนั้นคงจะประสบความสำเร็จได้ยากมาก
- ใครก็ตามที่มีทั้งความสามารถสูงและมีโอกาสมาก รับรองได้ว่าคนๆนั้นจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้เร็วและเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน

เมื่อรู้แล้วว่าความสำเร็จเกิดจากส่วนผสมระหว่างโอกาสกับความสามารถ คำถามต่อไปคือ แล้วเราจะพัฒนาความสามารถและสร้างโอกาสได้อย่างไร
คำตอบแรกคือ “ความสามารถ (ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์)”
ไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเราเอง เพราะความสามารถไปหยิบยืมใครหรือไปซื้อหาที่ไหนไม่ได้ เราต้องลงทุนเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเราเองเท่านั้น
คำตอบที่สองคือ “โอกาส”
คนเรามีสถานะและบทบาทที่เกี่ยวข้องกับโอกาสอยู่ 3 สถานะคือ
-
ผู้ได้รับโอกาส
คนเราเกิดมาน้อยคนนักที่จะมีพรสวรรค์เรื่องความสามารถมาตั้งแต่เกิด คนเราต้องเริ่มต้นจากการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเอง และโอกาสในการพัฒนาความสามารถของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนมีโอกาสได้เรียนสูงๆ บางคนมีโอกาสได้เรียนรู้ เรียนลัดจากประสบการณ์ชีวิตคนรอบข้าง บางคนมีโอกาสเรียนในสถาบันการศึกษาดีๆ บางคนมีโอกาสเรียนรู้จากชีวิตจริง -
ผู้ใช้โอกาสสร้างความสำเร็จ
การเป็นผู้ใช้โอกาสคือการที่เราได้ใช้โอกาสและความสามารถสร้างประโยชน์ สร้างผลงาน สร้างความภูมิใช้ หรือสร้างความสำเร็จในชีวิต เช่น ใช้โอกาสในการแสดงความรู้ความสามารถด้านดนตรี ใช้โอกาสในการแสดงทักษะด้านกีฬา ใช้โอกาสในการสร้างผลงานในการทำงาน ฯลฯ
ดังนั้น การเป็นผู้ใช้โอกาสต้องตอบได้ว่าเราได้ใช้โอกาสที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ครบถ้วนและคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าเราไม่ได้ใช้โอกาสที่หามาได้ไม่ว่าจะหามาเองหรือผู้อื่นหยิบยื่นมาให้ให้เกิดประโยชน์ต่อความสำเร็จในชีวิตแล้ว เราก็มีฐานะไม่แตกต่างอะไรไปจากคนที่ขาดโอกาสนั่นเอง -
ผู้ให้โอกาสผู้อื่น
เมื่อคนเรามีความสามารถ มีโอกาส และสามารถสร้างความสำเร็จในชีวิตให้กับตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมหยิบยื่นโอกาสให้กับผู้อื่นบ้าง จะเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มีโอกาสกองเต็มหน้าตัก มีโอกาสวิ่งมาชนอยู่จนไม่มีเวลาที่จะใช้โอกาสเหล่านั้นได้หมด ในขณะที่คนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ก็มักจะขาดโอกาส แม้จะพยายามค้นหา ควานหาอย่างไรก็หาไม่เจอเสียที หลายคนพยายามหาโอกาสจนหมดแรง เริ่มท้อแท้ เริ่มหมดหวัง เริ่มโทษโชคชะตา สุดท้ายก็อาจจะหันไปพึ่งพิงสิ่งที่เป็นความเชื่อ เช่น ไสยศาสตร์ การบนบานศาลกล่าว การเสี่ยงโชค ฯลฯ เพราะยังเชื่อว่าน่าจะมีโอกาสหลงเหลือให้ลุ้นอยู่บ้างถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าโอกาสที่เกิดจากสิ่งเหล่านี้มีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
ถ้าจะสรุปให้เป็นสัดส่วนเวลาในชีวิตของคนเกี่ยวกับโอกาส โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า คนเราควรจะจัดสรรสัดส่วนของโอกาสในชีวิตออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
- 50% เราทำหน้าที่เป็นผู้รับโอกาสจากผู้อื่น
- 30% เราทำหน้าที่เป็นผู้ใช้โอกาสในการสร้างความสำเร็จให้กับตัวเอง
- 20% เราทำหน้าที่เป็นผู้แบ่งปันและจัดสรรโอกาสให้ผู้อื่น
ถ้าใครสามารถเพิ่มสัดส่วนของการเป็นผู้ให้โอกาสผู้อื่นให้มากกว่า 20% ได้ น่าจะถือได้ว่าบุคคลคนนั้นเป็นคนที่โชคดี มีบุญบารมี และคุ้มค่ากับการเกิดมาเป็นคนบนโลกใบนี้ เพราะการเป็นผู้ให้ได้จะต้องถึงพร้อมด้วยความสำเร็จ จิตอันมีเมตตาปรารถนาอยากเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ และอิ่มเอมใจกับความสำเร็จของผู้อื่นที่เราหยิบยื่นโอกาสให้กับเขา เราจะได้นั่งมองความสำเร็จของเขา เหมือนกับเศรษฐีคนมีตังค์นั่งมองเงินทองของตัวเองงอกเงย (ดอกเบี้ย) เพิ่มขึ้นทุกวันๆนั่นเอง
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้เวลาในชีวิตไปกับการเป็นผู้รับโอกาส โลกนี้อาจจะไม่มีอะไรดีขึ้นมากนักเพราะโอกาสจะลดลงๆเรื่อยๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเรามัวแต่หลงใหลไปกับการใช้โอกาสเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับตัวเองเพียงคนเดียวเพียงกลุ่มเดียว โลกนี้ก็คงมีแต่คนเห็นแก่ตัวเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
มาถึงตอนนี้ก็อยากจะเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านลองคิดและลองนำไปปฏิบัติดูแล้วจะรู้ว่า เราทุกคนสามารถทำตัวเป็นผู้ให้โอกาสที่มีอยู่มากมายในโลกนี้ให้กับตัวเองและผู้อื่นได้ เพราะบางคนที่ล้มหลาย ๆ ครั้ง แต่ยังมีจุดหมายในชีวิตแต่ยังขาดโอกาส ถ้าเราสามารถทำได้ ลองปฏิบัติดูนะคะ เช่น
-
แบ่งปันโอกาสที่เรามีอยู่ให้ผู้อื่น
ใครก็ตามที่มีโอกาสในชีวิตมากเกินความจำเป็น ควรจะแบ่งปันโอกาสของเราให้กับคนอื่นบ้าง เช่น ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศฟรีทุกปี ใครมีบัตรชมอะไรฟรี บัตรเข้างานฟรี ฯลฯ ควรจะแบ่งปันโอกาสเหล่านี้ให้กับคนรอบข้างที่ไม่มีโอกาสดีๆแบบเราบ้าง การแบ่งปันโอกาสให้ผู้อื่นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก เพราะเราไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย แค่เพียงหยุดการบริโภคโอกาสที่เกินความจำเป็นของเรา แล้วย้ายโอกาสนั้นไปให้ผู้อื่นเท่านั้นเอง -
มองหาและจัดสรรโอกาสให้ผู้อื่น
คนส่วนใหญ่มักจะมองหาโอกาสเฉพาะที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเท่านั้น ซึ่งใครเป็นคนแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น ช้างมองหามองเห็นเฉพาะอ้อยหรือกล้วยที่ตัวเองอยากจะกินเท่านั้น ช้างจะไม่มองหาหญ้าเขียวๆเพื่อไปบอกวัวว่าตรงไหนบ้างที่มีหญ้าอ่อนสีเขียวน่ากิน
ในความเป็นจริงแล้วโอกาสมีอยู่รอบตัวเรา เพียงแต่โอกาสบางอย่างไม่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อตัวเราเท่านั้น แต่โอกาสเหล่านั้นอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น - แจ้งข่าวสารรับสมัครงานให้กับเพื่อนเราที่กำลังตกงานอยู่ เพื่อให้เพื่อนเรามีโอกาสสมัครงาน
- แจ้งข่าวสารการทำบุญให้กับผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นมาโอกาสทำบุญ แนะนำลูกค้าให้กับคนที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
- เราไปทานกาแฟร้านมือใหม่ เราอาจจะแนะนำเขาก็ได้ว่าร้านกาแฟมืออาชีพที่เราประทับใจเขาทำกันอย่างไร
- เราไปเห็นสินค้าบางอย่างของคนต่างจังหวัดที่มีคุณภาพ เราก็อาจจะแนะนำให้เขารู้จักกับคนบางคนในเมืองที่น่าจะช่วยทำให้สินค้าเกษตรของเขามีราคาดีขึ้นได้
- ฯลฯ
เมื่อทุกคนได้อ่านบทความนี้แล้ว อยากให้ท่านลองทำตัวเป็นนักแสวงหา สะสมและจัดสรรโอกาสให้กับผู้อื่น เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองเห็นโอกาส ให้ลองนึกดูว่าโอกาสนั้นๆน่าจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง คำว่าใครไม่ใช่เพียงแค่คนที่เรารู้จัก แต่รวมถึงใครก็ได้ที่เหมาะสมกับโอกาสนั้นๆ ถ้าคนในสังคมของเราเป็นนักจักสรรโอกาสกันมากขึ้นเท่าไหร่ รับรองได้ว่าโอกาสที่เกิดขึ้นและมีอยู่จะไม่สูญเปล่า ในขณะเดียวกันก็จะช่วยให้คนเราลดเวลาที่สูญเสียไปกับการมองหาโอกาสด้วยตัวเอง คนหลายคนใช้เวลานานนับปีกว่าจะเดินไปถึงโอกาสที่ตัวเองต้องการ อาจจะเป็นเพราะไม่รู้ว่าโอกาสอยู่ที่ไหนบ้าง อาจจะเป็นเพราะหาโอกาสที่ต้องการผิดที่ผิดคน หรือมัวแต่ไปหาโอกาสที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองถนัด สุดท้ายนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะเป็นนักแบ่งปันและจัดสรรโอกาสให้กับคนอื่นๆเพื่อให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าและดีกว่าที่เป็นอยู่ สิ่งที่เราจะได้รับแน่ๆคือเราได้รู้สึกสุขใจถึงการเป็นผู้ให้(โอกาส) และถ้าคนที่เรามอบโอกาสให้เขาประสบความสำเร็จ เราก็จะได้ความภูมิใจเพิ่มมาอีกต่อหนึ่ง ลองมองและศึกษาคนรอบ ๆ ข้างของท่านดูนะคะ เขาควรจะได้รับโอกาสอะไรบ้าง แค่แบ่งปันโอกาสให้เขา หยิบยื่นโอกาสให้..บรรยากาศดีดี..จะเพิ่มขึ้นในองค์กรของท่านนะคะ

*-*ครูติ๊ก*-*
ถ้าจะสรุปให้เป็นสัดส่วนเวลาในชีวิตของคนเกี่ยวกับโอกาสโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า คนเราควรจะจัดสรรสัดส่วนของโอกาสในชีวิตออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
พี่สุกำลังทำทั้ง 3 ส่วน แหละคะ เพราะแต่ก่อนพี่สุก็ด้อยโอกาสอยู่หลายเรื่อง แต่ทุกวันนี้ ถ้ามีโอกาสอะไรดีๆผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะมาด้วยบังเอิญ หรือมีผู้อื่นหยิบยื่นให้ ถ้าพิจารณาแล้วว่า ได้ประโยชน์แตนเองแล้ว ทำให้สังคมได้ผลประโยชน์ร่วมด้วยก็ทำทันทีคะ ถ้าไม่เกินความสามารถตนเองคะ
ดีมากเลย พี่สุก็มานั่งอ่าน โอกาส มาแต่และแบบ บางครั้งโอกาสเข้ามาพี่สุ ถึงต้องนำมาตั้งต้นและศึกษา โอกาสที่ผ่านเข้ามา สร้างความสามารถขึ้นในบัดดลนั้น แบบมีปฏิภารณ์ไหวพริบไปเลย แล้วก็สร้าง แล้วก็เรียน แล้วก็ฝึกซ้ำๆ เพื่อให้คล่องแคล่ว เพื่อที่จะไม่ยอมสูญเสียโอกาสที่ดีนั้นไปเลยคะ
ขอบคุณ บทความดีๆนะคะ ถ้ามีอะไรเขียนดีๆอีก ก็ไปเยี่ยมบอกพี่ได้นะคะ จะเข้ามาหาทันทีคะ