สังเวชนียสถาน (10)

  ติดต่อ

  หลักฐานในพระสูตรกล่าวถึงบริเวณคยาสีสะว่า ชฎิล 3 พี่น้องบำเพ็ญตบะแบบฤาษี บูชาไฟ หน้าหนาวมีหิมะตก ทว่า... ทุกวันนี้ไม่มีหิมะอีกแล้ว  

  <p>พระคันธกุฎี คิชฌกูฎ ราชคฤห์พุทธคยาเป็นสถานทีที่อยู่ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา แม่น้ำเนรัญชราปัจจุบันมีระดับน้ำเฉลี่ยต่ำกว่าข้อเท้า บางช่วงก็ไม่มีน้ำ กว้างหลายร้อยเมตรอย่างนี้ บางท่านถึงกับกล่าวว่า เป็นทะเลทรายมากกว่าแม่น้ำ</p><p>หลักฐานในพระสูตรกล่าวถึงบริเวณคยาสีสะว่า ชฎิล 3 พี่น้องบำเพ็ญตบะแบบฤาษี บูชาไฟ หน้าหนาวมีหิมะตก ทว่า… ทุกวันนี้ไม่มีหิมะอีกแล้ว</p><p>ผู้เขียนมีประสบการณ์ไปพุทธคยาหน้าหนาวช่วงปีใหม่ อากาศตอนเช้าประมาณ 9 องศา นั่นหมายถึงว่า อุณหภูมิในหน้าหนาวน่าจะไม่ต่ำไปกว่า 5 องศาโดยประมาณ</p><p>ถ้าเดินทางข้ามแม่น้ำเนรัญชราไป ไม่นานก็จะถึงบ้านท่านนางสุชาดา มหาอุบาสิกาที่มีโอกาสถวายข้าวมธุปายาสก่อนวันตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อ 5-6 ปีก่อนบ้านท่านนางสุชาดาดูเป็นเนินดิน ต้องเดินผ่านแนวคันนาเข้าไป มีเศษอุจจาระ(คน)คละคลุ้งไปทั่ว

บรรยากาศโดยรอบเข้ากันดีกับแขกอินเดียจำนวนมาก ทั้งขอทาน ทั้งเด็กทั้งวัยรุ่นที่มาถึงก็บรรยายเป็นภาษาอังกฤษแบบน้ำไหลไฟดับ จะขยับหนีก็หาที่ปลอดอุจจาระได้ยาก

การบรรยายของอาจ้าน(อาจารย์)เด็กๆ เหล่านี้ ส่วนใหญ่แบมือยื่นมาจนเกือบชนตัวเราขอสตางค์ “รูปี้ รูปี้” นี่ขอสตางค์(รูปี)</p><p>ถ้ายังไม่จ่ายอาจจะโดนสะกิดทั้งจากอาจ้าน(อาจารย์)น้อยและขอทาน หากคิดถอยหลังไป ไม่ทันดูอาจจะเหยียบระเบิดบก(อุจจาระคน)</p><p>มองจากเนินดินไป… จะเห็นเขาที่สันนิษฐานว่า เป็นเขาดงคสิริ สถานที่ที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญทุกกรกิริยา</p><p>ทุกวันนี้อะไรๆ ก็ดีขึ้นมาก ทางการอินเดียขุดแต่งหน้าดินใหม่ ทำบ้านท่านนางสุชาดาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เห็นบ้านช่องห้องหับชัดเจน</p><p>การเดินทางก็สะดวกมาก เพียงนั่งรถทัวร์อินเดียที่ติดแอร์เย็นเฉียบ ไปถึงก็ชมบ้านท่านนางสุชาดา ระลึกถึงคุณงามความดีของท่านได้ทันที</p><p>ท่าน(นางสุชาดา)ได้ดีแล้วหนอ ท่านได้ดีแล้วหนอ ท่านได้ดีแล้วหนอ ท่านได้มีโอกาสถวายภัตตาหารก่อนวันตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีผลมากมีอานิสงส์(กำไร)มาก</p><p>เดิมท่านนางสุชาดาปรารถนาจะได้ลูกชาย ไปบนบานกับเทพารักษ์ประจำต้นไม้ไว้ เมื่อได้ลูกสมใจแล้ว จึงนำถาดทองใส่ข้าวมธุปายาส(ข้าวหุงกับน้ำนม เนยใส)ไปถวาย</p><p>ทาสี(ทาสผู้หญิง)ไปที่ต้นไม้ เห็นพระโพธิสัตว์ประทับอยู่ นึกว่าเทวดาลงมารับภัตตาหารเอง ถึงความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไปบอกเจ้านาย(ท่านนางสุชาดา) ท่านนางสุชาดากล่าวว่า ถ้าเทวดาลงมารับจริงจะให้นางเป็นอิสระ</p><p>ครั้นท่านนางสุชาดาเห็นพระโพธิสัตว์แล้วก็ถวายทั้งถาดทองและข้าวมธุปายาส กระทำทาสี(ทาสผู้หญิง)ให้เป็นไท แถมยังถวายพรพระโพธิสัตว์อีก</p><p>ท่านนางสุชาดากล่าวว่า ความปรารถนา(เพื่อให้ได้ลูกชาย)ของโยมสำเร็จแล้ว ขอความปรารถนาของท่านจงสำเร็จบ้างเถิด</p><p>เราๆ ท่านๆ แม้จะไม่มีโอกาสถวายภัตตาหารแด่พระโพธิสัตว์อย่างท่านนางสุชาดาก็ควรน้อมระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน และอนุโมทนากับท่านได้… สาธุ สาธุ สาธุ</p><p>แหล่งข้อมูล:</p><ul>
  • ขอขอบคุณ > ท่านพระอาจารย์เทพพนม วัดท่ามะโอ ลำปาง, คุณนงนุช, คุณอัจฉริยา เกตุทัต (ปุ๊ย), พี่จี๊ด (ทพญ.รัตนาวดี บุปผาเจริญสุข), พี่จ๋อง(ภก.บุญญาพร ยิ่งเสรี).
  • ภาพประกอบพาดหัว >>> พระคันธกุฎีบนเขาคิชฌกูฏ ราชคฤห์ สมัยพุทธกาลนิยมถวายของหอม นำของหอมไปอบพระกุฏี... ที่ประทับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระกุฎิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงมีชื่อว่า "คันธกุฎี (กุฏิหรือที่พักที่มีกลิ่นหอม)"
  • เวลาเราระลึกถึงพระพุทธคุณในข้อกลิ่นหอมควรน้อมไปกลิ่นศีล ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงมีกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมบริสุทธิ์ เสมอด้วยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์อื่นๆ ยิ่งกว่าพระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอนุพุทธะ(พระสงฆ์สาวก)
  • เชิญชมภาพพระคันธกุฏีบนเขาคิชฌกูฏ ราชคฤห์(ภาพใหญ่)
    >>>>> [[[[[ คลิกที่นี่- Click ]]]]] <<<<<

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๙.
  • เชิญอ่านบ้านสุขภาพที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/health2you
  • </ul><p>เชิญชมภาพ:                                                                                                          </p><ul>

  • เชิญชมภาพอนิมิสเจดีย์(อนิมิส = ไม่กระพริบตา)ในพุทธคยา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยืนมองต้นโพธิ์ที่นี่ 7 วัน
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • ขอทานอินเดีย ลูกจูงแม่ตาบอด อินเดียยังมีปัญหาขาดวิตะมินเอ ผู้เขียนเคยเห็นภาพเด็กตาบอดข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่งกำลังจะบอดที่บ้านพ่อท่านองคุลิมาล
    >>> คลิกที่นี่ ( Click ) 
  • ต้นโพธิ์พุทธคยา
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] 
  • เด็กๆ รอบรถบัส
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • อินเดียมีฝุ่นมาก บางช่วงต้องสวมหน้ากากปิดจมูก (mask) แบบนี้
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • </ul><p>เชิญชมภาพ(ต่อ):</p><ul>

  • สระมุจลินท์จำลอง ประวัติว่า นาคราชบังฝนถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 7 วัน โปรดสังเกตธงมนต์ของธิเบต คนธิเบตเชื่อว่า จะได้บุญทุกครั้งที่มีลมพัด หรือธงมนต์เคลื่อนไหว ความจริง... บุญเกิดจากเจตนา การบูชาสิ่งที่ควรบูชาเป็นบุญ เป็นเรื่องของเจตนาทางกาย วาจา ใจ ไม่ใช่เรื่องของฟ้าดิน
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • คณะของเราที่สระมุจลินท์จำลอง
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • บรรยากาศร้านอาหารในโรงแรม มีข้าวสวย+กับข้าว เมื่อก่อนมีผัดหมี่เหลืองเป็นพื้น นับว่า พัฒนาไปไกลมาก
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • บริเวณรอบๆ พุทธคยา โปรดสังเกตแขกอินเดียโกนหัวตามลัทธิศาสนาของเขา ผมที่โกนแล้วโบสถ์นำไปขายได้
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] 
  • ชาวศรีลังกาประทักษิณ(เดินเวียนขวา)รอบๆ พุทธคยา น่าเลื่อมใส สาธุ สาธุ สาธุ 
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ]
  • </ul><p>เชิญชมภาพ(ต่อ):</p><ul>

  • เด็กๆ ศรีลังกาประทักษิณ(เดินเวียนขวา)รอบๆ พุทธคยา ศรีลังกาเป็นชาติที่ปลูกฝังคนรุ่นใหม่ให้เป็นคนดีตั้งแต่เล็กๆ
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] <<<
  • บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี สาวัตถี (Sravasti) ใกล้พระเชตวันวิหาร 
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] <<<
  • บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี สาวัตถี (Sravasti) ใกล้พระเชตวันวิหาร >>>
    โปรดสังเกตแขกอินเดีย ผู้หญิงสู่ขอผู้ชาย แต่หลังแต่งงาน... ผู้ชายต้องหาเงินเลี้ยงภรรยานอกบ้าน
    ผู้หญิงจะอยู่บ้าน ทำกับข้าว+เลี้ยงลูก
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] <<<  
  • บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี โปรดสังเกตแขกมุง
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] <<<
  • บ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ท่านพระอาจารย์บรรยายแทบทั้งวันทีเดียว
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] <<<
  • </ul><p>เชิญชมภาพ(ต่อ):</p><ul>

  • ต้นโพธิ์พุทธคยา
    >>> คลิกที่นี่ [ Click ] <<<
  • ผู้หญิงอินเดียเก็บเกี่ยวหญ้า "กุสะ" ในเขตเมืองพุทธคยา หญ้ากุสะมีประวัติว่า เป็นหญ้าที่มีผู้ถวายพระสัมมาสัมโพธิสัตว์สำหรับเป็นที่ประทับ(ที่รองนั่ง) ณ โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ พระองค์ประทับ(นั่ง)จนบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาน ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า... ขอกราบอนุโมทนาสาธุการกับท่านผู้มีโอกาสถวายหญ้ากุสะเป็นพุทธบูชา สาธุ สาธุ สาธุ 
    >>> คลิกที่นี่[ Click ]   <<<
  • </ul>

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

    หมายเลขบันทึก: 27759, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 18, อ่าน: คลิก

    คำสำคัญ (Tags) #พุทธศาสนา#สิ่งแวดล้อม#สังคม#ศาสนา#วัฒนธรรม#นิเวศวิทยา#พุทธ#สังเวชนียสถาน#อินเดีย

    บันทึกล่าสุด 

    ความเห็น (18)

    -ขจิต ฝอยทอง( khajit's blog)
    IP: xxx.158.4.155
    เขียนเมื่อ 
    • มีความหวังว่าในชีวิตนี้อยากไปพุทธคยาสักหนึ่งครั้งครับ
    • ถ้ารัฐบาลจัดสถานที่ไม่ให้มีระเบิดบกจะดีมากนะครับ
    • ขอสาธุด้วยครับ
    • ขอบพระคุณคุณหมอมากครับ
    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.136.135.138
    เขียนเมื่อ 
    • ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    • การไปพุทธคยาทุกวันนี้สะดวกกว่าแต่ก่อนมาก 
      1). สมัยก่อนมีเครื่องบินน่าจะมีคนไปทางบกผ่านพม่า หรือไปทางน้ำ
      2). ต่อมามีเครื่องบินไปกัลกัตตา ต่อรถไฟไปปั๊ตน่า(Patna-ปัตนะ) หรือสถานีอื่นๆ แล้วนั่งรถต่อไปพุทธคยา
      3). ทุกวันนี้ขึ้นเครื่องบินไปพุทธคยา ต่อรถเข้าเมือง 10+ กิโลฯ สะดวกขึ้นมาก
    • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของอาจารย์ ถ้ามีกำลังพอจะไปได้... น่าจะไปครับ
    • พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่ไปกราบไปไหว้สังเวชนียสถาน เมื่อสิ้นชีวิตลง... บุญนี้ย่อมนำเกิดในสุคติได้
    • ตำราสารัตถสังคหะรับรองโดยยกพระพุทธพจน์ว่า การกราบไหว้พระธาตุ บริโภคเจดีย์(สถานที่ หรือของที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้สอย เช่น สังเวชนียสถาน ฯลฯ) ในสมัยพุทธกาลกับหลังปรินิพพานได้บุญเท่ากัน... ถ้ากุศลเจตนามีกำลังเท่ากัน
    • ท่านที่ยังไม่มีโอกาสไป... ไม่ต้องตกอกตกใจครับ เมืองไทยมีพระธาตุหลายที่ เช่น พระธาตุโลหปราสาท(วัดราชนัดดาฯ) พระธาตุภูเขาทอง พระธาตุวัดสวนดอก(เชียงใหม่) พระธาตุพนม(นครพนม) ฯลฯ
    • ขอเพียงเรานอมน้อบเสมอ ทำให้เหมือนกับเราไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อหน้าพระพักตร์จริงๆ ไปแล้วสมาทานศีล ทำความสะอาดตามสมควร เช่น เก็บเศษขยะออกจากลานพระเจดีย์ ฯลฯ อย่างนี้ก็มีผลมาก มีอานิสงส์มาก... หาประมาณมิได้
    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.136.135.138
    เขียนเมื่อ 
    • ขออภัย... ลืมตอบข้อคิดเห็นของอาจารย์ขจิต
    • ทุกวันนี้สังเวชนียสถาน และสถานที่ทางพระพุทธศาสนาสะอาดสะอ้านมากขึ้นกว่าเดิมมากขึ้นแล้ว
    • ขอให้ท่านผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านมีโอกาสไปสังเวชนียสถาน... ถ้ายังไม่มีเชิญติดตามอ่าน และชมภาพตอนต่อไป
    • วันไหนว่างๆ ก็เปิดบล็อกไหว้รูปสังเวชนียสถาน พระธาตุ พระเจดีย์ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หรือจะบันทึกภาพ (save) ไว้บูชา... ยิ่งดีครับ
    -ขจิต ฝอยทอง( khajit's blog)
    IP: xxx.158.4.155
    เขียนเมื่อ 
    • ขอบพระคุณคุณหมอมากครับ
    • ตามดูทุกภาพเลยครับ
    • รู้สึกสงสารขอทานที่ลูกจูงแม่ตาบอด
    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.136.130.33
    เขียนเมื่อ 
    • ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต...                                    
    • กล่าวถึงเรื่อง "ตาบอด" แล้ว ทำให้นึกถึงคำของพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านเป็นวิศวกร ลาออกจากงานมาบวชเป็นพระ
    • ท่านกล่าวว่า ในพระไตรปิฎก... ส่วนใหญ่หมอจะเป็นผู้ร้าย
    • เรื่องนี้มีมูลครับ...                                          
      1).ท่านพระจักขุบาล พระอรหันต์ที่ตาบอดก่อนบรรลุธรรม อดีตชาติหนึ่งเป็นหมอ รักษาแล้วคนไข้ไม่จ่ายค่ารักษา เลยให้ยาอีกอย่างหยอดต่อ คราวนี้บอดเลย เศษกรรมนั้นยังผลให้ท่านตาบอด
      2). พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประชวรด้วยโรคปักขันธิกาพาธ(ถ่ายเป็นเลือด) อดีตชาติหนึ่งเป็นหมอ แกล้งให้ยาทำให้ถ่ายคนอื่นไว้
    • หมอที่ดีก็มีครับ...                                         
      1). ท่านพระภิกษุพากุละ เอตทัคคะ(เป็นเลิศ)ฝ่ายอาพาธน้อย(ป่วยน้อย) อดีตถวายยาสงฆ์มีพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผลคือ เป็นผู้ป่วยน้อย สุขภาพดี
      2). ท่านชีวกโกมารภัต แพทย์ประจำพระองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บำเพ็ญบารมีมาถึง 100,000 กัปป์
    • กล่าวถึงมูลเหตุให้ตาดี พระธรรมท่านว่าไว้อย่างนี้...
      1). ไม่ไปทำให้ตาคนอื่นบอด หรือตาเสีย(เว้นจากปาณาติบาต)
      2). ถวายไฟ ในที่นี้หมายถึงให้แสงสว่าง ข้อนี้เป็นปัจจัยต่อตาดีด้วย ปัญญาด้วย
      3). ให้ยาเกี่ยวกับตา พระอาจารย์ท่านนี้แนะนำให้นำแว่นตาเก่า+กล่องใส่แว่นตาไปถวายพระที่โรงพยาบาลสงฆ์ จะให้เป็นเงินบริจาคก็ได้ ทางโรงพยาบาลสงฆ์จะนำแว่นตาไปถวายพระ
      4). มองพระเจดีย์ มองสงฆ์ด้วยเมตตา
    • ถ้าจะไม่ให้ตาบอดอีกเลย... คงต้องปรารถนาพระนิพพานครับ ถ้าไม่เกิดอีก จะไม่มีตาบอดอีกเลย สาธุ สาธุ สาธุ
    เปมิช
    IP: xxx.155.1.246
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีวันวิสาขบูชาครับ

    เมื่อสักคู่ดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้าทางช่อง 9 จึงถึงบางอ้อว่าทำไมสังเวชนียสถานหลายแห่งถึงสกปรกและไม่มีการพัฒนา

    • เป็นที่ดินของเอกชน
    • เจ้าของไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ

    ถ้าเป็นบ้านเราคงขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน แล้วรัฐก็เข้าไปจัดการอะไรได้ แต่นี่เป็นบ้านเขา เราก็ได้แต่มองตาปริบๆ

    ที่จริงญาติผู้ใหญ่ผมเพิ่งไปมาเมื่อปีที่แล้วครับ ถ่ายรูปมาพอสมควร ผมจะเอามาอวดได้อย่างไรครับ (ไม่รู้ว่าจะเอาภาพมาใส่ได้อย่างไร) และเมื่อต้นปีนี้ก็ไปศรีลังกา

    ที่จริงศรีลังกาควรไปวันวิสาขบูชา เพราะจะมี Festival ใหญ่โต และมีการส่ง card อวยพรในวันวิสาขบูชากันด้วย เสียที่ดายผมหาไม่เจอไม่งั้นจะเอามาอวดครับ เพื่อนชาวศรีลังกาของพี่ชายผมเขาส่งมาให้เป็น E-card ครับ

    -ขจิต ฝอยทอง
    IP: xxx.158.4.155
    เขียนเมื่อ 
    • ขออนุโมทนากับคุณหมอด้วยครับ
    • ได้เรื่องเกี่ยวกับคนตาบอดไปเต็มเลย
    • ผมได้บริจาคร่างกายและดวงตาให้สภากาชาติไทยครับ
    • เผื่อชาติหน้าจะได้ตาดีบ้างครับ
    เปมิช
    IP: xxx.155.1.246
    เขียนเมื่อ 

    ของฝากจากศรีลังกาครับ

    Happy Wesak 2006 Friends!

    Friends:

                              Know that:
    Helping Others helps Yourself!
    Harmlessness is the prime Protection!
    Meditation induces first Calm then Bliss!
    Dhamma Study assures doubtless Certainty!
    The Noble 8-fold Way makes Free & Deathless!

                      Remember:

    At this Full Moon 2536 years ago the Blessed Buddha awakened
    by completely perfect and unsurpassable self-Enlightenment!

       At that time a girl named Sujata Senani lived in Uruvela. When
    adult,
       she prayed before a certain Banyan tree, that she might get a
    husband
       equal to herself in caste and that her firstborn may be a son. Her
    prayer
       was successful, since so indeed did it happen. At the full moon day
    of the
       Vesak month, she rose at early dawn & milked the cows. As soon as
    new
       buckets were placed under the cows, their milk poured forth in
    streams
       spontaneously all by itself. Seeing this miracle, she knew something
    special
       was going on. Now at that very night the Future Buddha had 5
    specific
       dreams that made him conclude: Certainly, without doubt, today is
    the very
       day, I will reach Enlightenment! His 5 colored radiance illuminated
    the
       whole tree. Then Sujata came & offered the cooked milk rice in the
    hands
       of the Great Being. After that a grass-cutter came going with a
    bundle of
       grass just harvested from nearby. He offered the Great Being 8
    handfuls
       of Kusa grass, when he saw that this Sage was a Holy Man. The Future
       Buddha accepted the grass and proceeded to the foot of the Bo-tree.
       Reaching the imperturbable Eastern side, where all Buddhas take
    their seat,
       he sat down saying to himself:
       This is indeed the immovable spot where all the Buddhas have planted
       themselves! This is the very place for destroying the net of desire! 
       Then the Future Buddha turned his back to the trunk and faced east.
       Right there he then made this mighty decision:
      
       Let just blood & flesh of this body dry up & let skin & sinews
       fall from the bones. I will not leave this seat before having
       attained the absolute supreme Enlightenment!
      
       So determined did he seat himself in this unconquerable seat, which
    not
       a 100 strikes of lightning could make him waver from.
       At this very moment the rebel deity Mara -the Evil One- raised
    exclaiming:
       Prince Siddhattha will pass beyond my power, but I will never allow
    it!
       And sounding the Mara's war shout, he prepared his army & went out
    for
       battle. Then Mara said to his militia: This Sakyamuni, son of
    Suddhodana,
       is far greater than any other man, so we will never succeed to fight
    him
       up front. We will therefore attack him from behind.
       Frustrated, being unable even to touch the Wielder of power with 9
    mighty
       hurricanes of wind, rain, rocks, weapons, red coals, hot ashes,
    sand, mud,
       & darkness Mara somewhat in panic commanded his army: Why do you
    stand
       still? Seize, kill & drive away this prince. Mara yelled:
    Siddhattha, leave this
       seat. It is not yours but mine! Hearing this the Well-gone One
    replied:
       Mara, neither have you fulfilled the 10 perfections to the third
    degree
       nor have you given the 5 great donations. Neither have you striven
    for insight,
       nor for the welfare of the world, nor for enlightenment! Therefore
    does this
       seat not belong to you, but indeed to me.
       Suddenly overpowered by fear Mara's followers fled helter-skelter
       in all directions. Not two went the same way, but leaving their
    weapons
       in a chaos all behind, they fled terrified by panic. Seeing them
    flee, the
       great assembly of deities triumphantly shouted: Mara is defeated.
    Prince
       Siddhattha has Won! Let us celebrate the Victory! The deities then
    sang:
      
       The Victory has this illustrious Buddha Won.
       The Evil One, The End-maker is defeated & done.
       Thus they jubilantly circled the wisdom throne,
       the band of snakes singing their praises of the Seer,
       the flocks of birds singing their praises of the Sage,
       the assembly of Deities singing their praises of the Conqueror,
       the group of Brahmas singing their praises of the Worthy One.
      
       It was before the sun had set that the Tathagata thus conquered Mara
    &
       defeated his army. Then at the same night, after having bathed,
    while the
       Bo tree rained red sprigs on his robe, the Consummate One acquired
       knowledge of previous existences in the first watch of the night:
       With the mind thus concentrated, purified, bright, fixed, unified,
    focused,
       tractable, compliant, steady & imperturbable, I directed it to
    remembrance
       of my past lives. I recollected numerous past lives, i.e., one
    birth, two...five,
       ten...fifty, a hundred, a thousand, a hundred thousand, many eons of
    cosmic
       contraction, many eons of cosmic expansion:
       There I had such a name, belonged to such a clan & species, had such
       a body. Such was my food, such my experience of pleasure & pain,
       such the end of my life. Passing away from that state, I re-arose
    there.
       There I had such name, belonged to such a sort & family, had such a
    form.
       Such was my food, such my experience of pleasure & pain, such the
       end of my life. Passing away from that state, I re-arose here. Thus
    I
       remembered my various past lives in all their various modes &
    details.
       This was the first knowledge I attained in the first watch of the
    night.
       Ignorance was destroyed; knowledge arose; darkness was destroyed;
       light arose as happens in one who is alert, aware, & determined.
       But the pleasant feeling that arose in this way did not invade my
    mind
       nor remain. With the mind thus still concentrated, purified, bright,
    intact,
       pliant, malleable, steady, & imperturbable, I directed it to the
    knowledge
       of the passing away & reappearance of beings. I saw by means of the
    divine
       eye, purified & surpassing the human eye I saw beings passing away &
       re-appearing, and I realized how & why they are high & low,
    beautiful &
       ugly, fortunate & unfortunate all in accordance with the intentions
    of their
       prior actions:  'These beings who were endowed with bad behaviour of
       body, speech, & mind, who reviled the Noble Ones, held wrong views
    and
       acted under the influence of wrong views, with the break-up of the
    body,
       after death, have re-appeared in the plane of misery, the bad
    destination,
       the lower realms, even in hell.
       But these beings who were gifted with good behaviour of body, speech
    &
       mind, who did not revile the Noble Ones, who held right views and
    acted
       under the influence of right views -- with the break-up of the body,
    after
       death, have re-appeared in happy destinations, even in a divine
    world.'
       Thus -- by means of the divine eye, purified & surpassing the human
    --
       I saw beings passing away & re-appearing, all in accordance with
    their
       particular mixture of good & bad kamma.
       But the satisfaction that arose in this way did not invade my mind
    nor
       remain. With the mind thus concentrated, fully absorbed, I directed
    it
       towards understanding the ending of the mental fermentations. I
    realized
       how it actually comes to be, that:
      
       Such is Misery...
       Such is the cause of Misery...
       Such is the end of Misery...
       Such is the way to end Misery...
      
       Such was the mental fermentations...
       Such is the cause of fermentation...
       Such is the end of fermentation...
       Such is the way leading to the end of fermentation.'
      
       When my mind saw that, realized that, it was freed of the
    fermentation of
       sense-desire, released from the fermentation of becoming,
    unobstructed by
       the fermentation of ignorance.  Fully & perfectly Enlightened - The
    Buddha -
       perceiving this immense glory, spoke these 2 solemn  verses, which
    never has
       been omitted by any of countless thousands of prior Buddhas:
      
       Through this round of countless existences have I searched
       yet failed to find 'the Creator', who framed this formation:
       What Misery! is such Endless Birth, Ageing, Decay & Death!!
      
       Now I see that 'the Constructor' of this structure is Craving...!!!
       Never shall this construction be build again, as all the rafters
       are shattered and the main beam is busted & broken...
       At this stilling of all Craving, mind has finally calmed…
      
       Then, friends, this vision of certainty arose in me: This release
       is irreversible, this is the last birth, this endless reappearance
    is
       finally ended...


    --------------------------------------------------------------------------------

    PS: Please include the word Samahita in any comment, since then
    will my automatic mail filters pick it up and I will see it & respond!!

    Bhikkhu Samahita, Sri Lanka.

    Friendship is the Greatest ...
    Let there be Calm & Free Bliss !!!

    http://What-Buddha-Said.net
    http://groups.yahoo.com/group/Buddha-Direct
    http://groups.yahoo.com/group/What_Buddha_Said
    Dhamma-Questions sent to my email are quite Welcome.

    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.146.247.70
    เขียนเมื่อ 
    • ขอขอบคุณอาจารย์ขจิต อาจารย์เปมิช และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    • ขอกราบอนุโมทนากับท่านอาจารย์ขจิตที่บริจาคร่างกาย และดวงตา...สาธุ สาธุ สาธุ
      1). เป็นบุญสายทานที่ให้อวัยวะ(แม้หลังตายก็ยังเป็นที่หวงแหนของคนทั่วไป)... สายองคบริจาค หรือทานอุปบารมี... ถ้าปรารถนาบุญนี้เป็นปัจจัยแด่พระนิพพาน
      2). เป็นบุญประเภทขัดเกลาความยินดี ติดยึดในร่างกาย-อวัยวะ ซึ่งเป็นเครื่องกางกั้นความเจริญในกุศลธรรม
    • คุณย่าผมบริจาคดวงตา... คนตาบอดที่รอลูกตาท่านว่า นอนข้างโทรศัพท์ ไม่ยอมไปไหนเลย 3 เดือน >>> มีคนได้ตาไป 2 ท่าน ท่านละ 1 ข้าง... สาธุ สาธุ สาธุ
    • คุณลุงผมเป็นมะเร็งตับ... โชคดีจัง ได้บริจาคดวงตา >>> มีคนได้ตาไป 2 ท่านเช่นกัน... สาธุ สาธุ สาธุ
    • ชุมชน NUKM มีสมาชิกบริจาคเลือด อวัยวะ ดวงตามากมายครับ...
      1). อาจารย์คลังเลือด มน.ท่านว่า ชมรมนิสิตบริจาคเลือดที่นั่นเข้มแข็งมาก มีนิสิตเป็นอาสาสมัครบริจาค+เชิญชวนบริจาคเป็นเครือข่าย (network)
      2). อาจารย์มาลินี... ท่านบริจาคเลือด เวลานิสิตทำอะไรผิด ท่านให้เลือกว่า จะทำดีทดแทนหรือไม่ นิสิตหลายท่านเลือกบริจาคเลือด คล้ายพระอาจารย์ลงทัณฑกรรมกับสามเณรในคัมภีร์เลย
      3). อาจารย์มาลินี... ท่านเข้ารับการผ่าตัดอย่างหนึ่ง นิสิตสหเวชศาสตร์ มน.พากันไปบริจาคเลือดให้ ทราบจากท่านแล้วปลาบปลื้มมากครับ เป็นลาภของนิสิตที่ได้ครูดีมากเช่นนี้ เป็นลาภของอาจารย์ที่ได้ลูกศิษย์ดีมากเช่นนี้ สาธุ สาธุ สาธุ
    • ผมบริจาคอวัยวะทั้งตัว... เวลาคิดว่า ถ้าตายถูกที่ ถูกเวลา(มีคนแจ้งโรงพยาบาล)จะมีคนมานำลูกตา หรืออวัยวะ เช่น ไต ฯลฯ ไป ขอถวายบุญนี้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคิดแล้วโสมนัสบ้าง ปีติบ้าง ชอบมากครับ
    • เรียนเชิญอาจารย์เปมิชสมัครเป็นสมาชิกบล็อก และสมัครเข้าชุมชน NUKM ซึ่งเป็นชุมชนแห่งการปฏิบัติ (CoP / community of practice) ที่มีสมาชิกสนใจกันมาก
    • ผมขอพยากรณ์ล่วงหน้าว่า อาจารย์เปมิชจะเป็นสมาชิกเจ้าของบล็อกที่มีคนติดตามอ่านมาก...
      1). ถ้ามีรูปประกอบ...
      2). ถ้ามีลูกเล่นผสมวิชาการ...
    • ท่านอาจารย์ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์บรรยายที่มอ. หาดใหญ่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2526 หรือ 2529 จำได้ไม่แน่นอน... เข้าใจว่า เป็น 2529
    • ท่านว่า พยาบาล+หมอนี่ชอบพูด large talk หรือจริงจังมากเกินไป เช่น พบหน้าคนไข้ตอนเช้าถามว่า กินกี่ครั้ง ถ่ายกี่ครั้ง ฯลฯ
    • ที่ถูกน่าจะทักทาย "เบาๆ (small talk)" ก่อน เช่น สบายดีไหม เช้านี้ฝนตก ฯลฯ
    • เข้าทำนอง "ละลายน้ำแข็ง (break the ice)" ก่อน ต่อมาจึงพูดเรื่องสาระ
    • การทำบล็อกก็เช่นเดียวกัน... ถ้าเรามีการทักทาย หรือปฏิสันถาร (greeting) เป็น small talk ก่อนสาระ จะทำให้เกิดมิตรภาพ หรือได้เมตตากัน
    • กล่าวอย่างกับว่า ผมอยู่พิดโลก (ม.นเรศวร พิษณุโลก)... ความจริงไม่ได้อยู่พิดโลก อยู่ลำปาง ทว่า... ขออนุญาตท่านอาจารย์ รศ.มาลินี "คุยข้ามเขา" มาเข้าชุมชนนี้
    • การนำรูปขึ้นบล็อกของท่านอาจารย์มาลินี >>> http://www.gotoknow.org/archive/2006/04/22/18/20/23/e25024 
    • การนำรูปขึ้นบล็อกของท่านอาจารย์สมลักษณ์ (beeman) >>> http://www.gotoknow.org/archive/2006/05/06/13/07/27/e27103
    มาลินี ธนารุณ
    IP: xxx.28.21.4
    เขียนเมื่อ 

    อาจารย์คะ วิธีใส่ Link ใน blog อ่านรึยัง?

    จริงๆ แล้ว สิ่งดีดีหลายต่อหลายอย่างที่เกิดกับดิฉันนั้น  มีที่มาจากข้อเสนอแนะของ อาจารย์หมอวัลลภ ทั้งนั้นเลยค่ะ

    ดิฉันเพียงสำเนาไปใช้ และเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคโลหิต  การบริจาคหนังสือ  การอวยพรวันเกิดแก่บุคลากรในที่ทำงาน  การเขียน blog ที่ดี  การมีวจีกรรม  มโนกรรม ที่ดี  การศึกษาสิ่งต่างๆ อย่างวิเคราะห์วิจัย ฯลฯ

    ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้ อีกครั้งนะคะ

     

    -ขจิต ฝอยทอง
    IP: xxx.158.4.155
    เขียนเมื่อ 
    • ขออนุโมทนากับคุณหมอด้วยครับ
    • เห็นกุศลแบบทันตาเห็นเลยครับ
    • สาธุ สาธุ
    เปมิช
    IP: xxx.155.1.246
    เขียนเมื่อ 
    • ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ เรื่องราวดีๆ ที่มาเล่าสู่กันฟังครับ
    • สาธุกับทุกท่านที่ได้ทำในสิ่งดีๆ ครับ
    • มีรุ่นน้อง มอ. ที่ทำกิจกรรมด้วยกันมา เขาเรียนจบและรับราชการ ณ ที่แห่งหนึ่ง วันร้ายคืนร้ายไตวาย ที่ Chart ปลายเตียง เขียนว่า Pulmonary Hemorhage ผมก็งงว่าเลือดออกที่ปอดทำไมไตวาย แต่ก็เดาเอาเองว่าไตอาจจะขาดเลือดไปเลี้ยง เขาต้องนอนโรงพยาบาลอยู่นาน จนเหมือนเป็นคนทำงานโรงพยาบาลเลย เพราะครั้งนึงผมไปเยี่ยม พยาบาลบอกว่าลากลับบ้าน ผมก็เพิ่งรู้ตอนนั้นว่าคนป่วยสามารถลากลับบ้านได้ด้วย เขาโทรมมากจากหุ่นบึกบึน(ผู้หญิง)เพราะกินเก่ง กลับกลายเป็นผ่ายผอมเพราะต้องล้างไตเป็นประจำแรกๆ ก็ล้างด้วยเครื่อง ต่อมาก็กลับไปล้างเองที่บ้าน วันดีคืนดีมีโทรศัพท์มาจากกรุงเทพฯ ว่ามีไตที่เข้ากันได้กับเธอ เธอจึงบินด่วนไปกรุงเทพฯ เพื่อรับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตโดยมิรอช้า ไม่นานนักเธอก็ดูดีขึ้นมากเหมือนเป็นคนปกติ แม้จะไม่บึกบึนเท่าเก่าก็ตามที แต่นับว่าดีมากจริงๆ คนอื่นๆ อาจไม่รู้ว่าเธอเคยป่วยหนักมาก่อน น้องคนนี้ทำให้ผมซาบซึ้งว่าการได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่นั้น ให้คุณภาพชีวิตของผู้รับอวัยวะนั้นๆ ดีขึ้นมาก จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว จึงฝากบอกต่อๆ กันไปว่า...ถ้ามีโอกาสก็เชิญบริจาคอวัยวะกันเถอะครับ คนตายแล้วสัปปะเหร่อก็เอาไปเผาทิ้งเสียเปล่าๆ แต่ถ้าเราได้ให้ของที่เราไม่ได้ใช้อีกต่อไปแล้วแก่คนที่ต้องการใช้ เหมือนเขาได้เกิดใหม่เลยทีเดียว ถ้าเราบริจาคทั้งตัว เราก็อาจช่วยคนให้เขาได้มีชีวิตใหม่ได้อีกหลายคน
    • สาธุ สาธุ สาธุ
    เปมิช
    IP: xxx.155.1.246
    เขียนเมื่อ 

    สมัครแล้วครับ  นี่ครับ

    http://gotoknow.org/arrive-alive 

    ถึงบ้านอย่างปลอดภัย

    ผมมีรูปใน Stock พอสมควร ค้องต้องศึกษาวิธีการเอารูปมาใส่ใน Blog ครับ เพราะภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำได้หลายคำ

    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.136.135.23
    เขียนเมื่อ 
    • ขอขอบคุณอาจารย์มาลินี อาจารย์ขจิต อาจารย์เปมิช และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    • คนไข้ไตวายจะตกเลือดได้ง่ายทั่วร่างกายครับ เลือดออกที่ไหนก็ได้ เช่น ในปอด ฯลฯ เนื่องจากเกล็ดเลือดทำหน้าที่ผิดปกติ
    • ปัญหาการบริจาคอวัยวะในบ้านเราที่สำคัญได้แก่...
      1). การลงทะเบียนบริจาคไขกระดูกต้องทำที่สภากาชาดไทย ข้างโรงพยาบาลจุฬาฯ น่าจะทำได้ที่คลังเลือดต่างจังหวัด
      2). งบประมาณการตรวจสอบ "ความเข้ากันได้ (HLA compatibility)" ในการบริจาคไขกระดูกไม่เพียงพอ
      3). คนบริจาคมีน้อย เรื่องนี้เริ่มมีความพยายามที่จะ "แลกเปลี่ยน (swap)" อวัยวะกันระหว่างประเทศ เพราะเมื่อจำนวนผู้บริจาคมากขึ้น โอกาสที่เนื้อเยื่อจะเข้ากันได้จะมีเพิ่มขึ้น
      4). ข้อนี้ยากที่สุด... คือการช่วยกันรณรงค์ให้มีผู้บริจาครายใหม่
    • ขอให้อาจารย์มาลินี อาจารย์ขจิต อาจารย์เปมิช และท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี มีความเจริญในกุศลธรรมทุกประการครับ... สาธุ สาธุ สาธุ
    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.136.135.211
    เขียนเมื่อ 
    • ขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านครับ
    • ท่านอาจารย์สามารถ ปราบกรี อาจารย์นักเรียนเก่าอินเดีย ได้ส่ง e-mail มาถึงผู้เขียนว่า
    • "...บรรยายภาพน่าจะผิดอยู่บ้าง
      เช่นที่บ้านอนถบิณฑิกเศรษฐี บ้านพ่อของพระองคุลีมาล
      ในเวปที่อธิบายภาพยังเป็นบ้านนางสุชาดาอยู่..."
    • ภาพที่แสดงว่า เป็นบ้านของท่านนางสุชาดานี่...น่าจะผิดจริงครับ >>> จริงๆ เป็นบ้านของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระเชตวันวิหารครับ
    • ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์สามารถ ปราบกรีมา ณ ที่นี้ และจะรีบแก้ไขภาพโดยเร็ว
    วัลลภ พรเรืองวงศ์
    IP: xxx.136.135.211
    เขียนเมื่อ 
    • คำบรรยายภาพบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีแก้ไขใหม่แล้วครับ... 18 พฤษภาคม 49
    • ท่านผู้อ่านท่านใดตรวจพบคำผิด คำอธิบายผิด หรือเนื้อหาสาะผิดพลาด... ขอความกรุณาชี้แนะมา เพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ
    • ขอขอบพระคุณ และขอขอบคุณ
    • ขอความสุข ความสวัสดีพึงมีแด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน...
    พงศ์ศิริ นิรชรกุล
    IP: xxx.167.141.175
    เขียนเมื่อ 

    ขอมาแสดงความคิดเห็นด้วยอีกคนครับ

    เมืองพุทธคยา

    ผมเพิ่งไปมาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

    จากนั้นผมก็ลากยาวไปตามเมืองเหล่านี้แหละครับ

    พาราณาศรี

    กุสินารา

    สุขาราม(ห้องน้ำที่หรูที่สุดในอินเดีย)

    ลุมพินี

    กัฑมัณฑุ(เมืองหลวงเนปาล)

    สาวัตถี

    ทริปนี้เป็นทริปที่ผมรู้สึกดีที่สุดในชีวิตเลย

    สำหรับคนที่ไม่เคยไป ผมอยากบอกว่า ไม่จำเป็นต้องรอเวลาหรือเงินเลย เพราะชีวิตเรามันไม่แน่ไม่นอน

    ผมอยากให้ไป ตอนที่ยังมีแรง และกำลังกาย ส่วนกำลังใจนั้น ไม่จำเป็นหรอกครับ เมืองเหล่านี้มีให้พวกคุณพร้อมเสมอ

    ผมไปมาแล้ว ได้เปลี่ยนชีวิตของผมเลยก็ว่าได้

    ขออภัยในความคิดเห้นข้อนี้ด้วย สำหรับการใช้วาจาถ้อยคำที่ไม่เรียบร้อย และไม่สุภาพในบางประโยคด้วย

    เนื่องจากผมยังเป็นนักศึกษาป.ตรีอยู่น่ะครับ

    ถ้าผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยด้วยครับ

    <a href='http://www.upmass.com/show.php?id=643bfe6278eaa8af922a5d7a7ec3c153' target='_blank'><img border='0' src='http://www.upmass.com/upload/09-41/u3xcszj0.jpg'></a> <a href='http://www.upmass.com/show.php?id=e7af98617ba2017ed95fc90c514150a4' target='_blank'><img border='0' src='http://www.upmass.com/upload/09-41/aelfotj7.jpg'></a> <a href='http://www.upmass.com/show.php?id=b59ec0228ae75511c3f55f28664224f3' target='_blank'><img border='0' src='http://www.upmass.com/upload/09-41/4mnk6jz2.jpg'></a> <a href='http://www.upmass.com/show.php?id=152493287a42e81dc793f485feaf1cb7' target='_blank'><img border='0' src='http://www.upmass.com/upload/09-41/dho5gbgu.jpg'></a> <a href='http://www.upmass.com/show.php?id=25dbfb19a416ad5729fa3ee7af231b04' target='_blank'><img border='0' src='http://www.upmass.com/upload/09-41/0au4y705.jpg'></a>

    พงศ์ศิริ นิรชรกุล
    IP: xxx.167.141.175
    เขียนเมื่อ