หัวใจของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือการฟังอย่างมีสติ ไม่ใช่การฟังอย่างมีอคติ

“Human KM” ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้ จากปัญญามนุษย์สู่สินทรัพย์ขององค์กร รุ่นที่ 2            วันที่ 9-10 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมหลุยส์ แทเวิร์น

 

เป็นครั้งที่ 2 แล้ว สำหรับ Workshop Public Course “Human KM” ครั้งนี้บรรยากาศการเรียนรู้เหมือนเคยค่ะ คือยังคงเต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย มีคุณนภินทร ศิริไทย (หญิง) และ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ทีมวิทยากร และผู้เข้าร่วมฯทั้ง 14 ท่าน เต็มที่กับทุกกิจกรรมและสนใจเรียนรู้ในทุกๆเรื่องที่เรานำมาแลกเปลี่ยนกัน ตลอดกระบวนการ 2 วัน มีกิจกรรมคร่าวๆดังนี้ค่ะ

-          BAR (Before Action Review) โดยให้เขียนชื่อตนเอง ฉายา ความคาดหวัง และ concept KM ที่ตนเข้าใจ

-          กิจกรรม “กระจกสะท้อน” วาดรูปที่ตนประทับใจแล้วจับคู่ผลัดกันเล่าเรื่องตามรูป วัตถุประสงค์ก็คือได้ฝึกการฟัง การเล่าเรื่อง ฝึกสมาธิ และการเอาตัวเราเข้าไปฟังทั้งตัวและใจค่ะ

-          มาถึงเกมส์มันส์ๆกันค่ะ “ผู้นำ 4 ทิศ :กระทิง หมี เหยี่ยว หนู" ใครมีลักษณะเข้าข่ายสัตว์ประเภทไหนก็แยกย้ายกันมาแลกเปลี่ยน พูดคุย กิจกรรมนี้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบเล็กน้อยค่ะ เพราะเรามีกลุ่มเหยี่ยวกันแค่ 2 ท่าน แต่ก็ไม่น้อยหน้ากันนะคะ เพราะถึงจะ 2 แต่ก็เต็มไปด้วยพลังทีเดียวค่ะ จุดประสงค์หลักก็คือ เมื่อเราอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยคนหลายหลายประเภท เราจะมีวิธีการรับมือยังไง รู้ข้อดีข้อด้อยของคนแต่ละประเภท เพื่อที่จะได้ยอมรับและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขค่ะ

                                         

-          ช่วงบ่ายมาเพิ่มพลังกันต่อโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ท่านมาพูดถึงแก่น หรือใจความหลักๆของ KM สิ่งที่ สคส. และอาจารย์เองสนใจก็คือ จะทำอย่างไรเราถึงจะเข้าไปถึง “ใจ” เปลี่ยนคนจากสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วเมื่อใจมันไป อย่างอื่นก็จะตามมาเองค่ะ และอาจารย์ก็ได้เน้นย้ำว่า เราต้องจับแก่นให้ได้ อย่าไปยึดติดกับรูปแบบ ไม่เช่นนั้นแล้ว เราอาจจะเกิดอาการ “หลง” เอาได้ค่ะ และที่สำคัญอีกอย่างคือ หัวใจของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือการฟังอย่างมีสติ ไม่ใช่การฟังอย่างมีอคติ

-          วันที่ 2 เริ่มด้วยกิจกรรม “Check In” เพื่อที่จะทวนว่า 1 วันที่ผ่านมา เราได้อะไร เรียนรู้อะไร

-          ต่อกันด้วยกิจกรรม “Knowledge Vision : KV” หาหัวปลาที่แต่ละคนสนใจ แล้วมารวมกลุ่มแลกเปลี่ยนกันค่ะ โดยมีข้อแม้นะคะ คือในเรื่องๆนั้น เราเองต้องมีประสบการณ์ลงมือทำด้วยตนเอง ลงมือทำเลยนะคะ ไม่ได้เห็น หรือได้ฟังมาจากใคร ตรงนี้หล่ะค่ะ ที่เราเรียกกันว่า “ความรู้มือ 1”

      หัวปลาที่เราได้จากกลุ่ม 2 กลุ่ม ก็คือ เทคนิคการหาความสุขจากการทำงาน” กับ “เทคนิคในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ” ขนาดของกลุ่มแตกต่างกันค่ะ หัวข้อแรกมีเกือบ 10 ท่าน หัวข้อ 2 มี 4 ท่าน แต่บรรยากาศไม่น้อยหน้ากันนะคะ แต่ละท่านก็มีเทคนิค วิธิการใหม่ๆ ประทับใจกันไป เนื่องด้วยเมื่อเราเลือกหัวข้อที่เป็นบวก บรรยากาศจะพาให้เราเกิดความรู้สึกยอมรับกัน ความสุข ความอบอุ่นมันก็จะเกิดมาเองค่ะ เมื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรียบร้อย เราก็มาสรุปประเด็น 3 ประเด็น ดังนี้ค่ะ

§        บรรยากาศในวง Sharing เป็นอย่างไร

§        ประทับใจเรื่องเล่าของใคร เพราะเหตุใด

§        ประทับใจวิธีการเล่าเรื่องของใคร เพราะเหตุใด

        

-          ต่อกันด้วยดู VCD ตัวอย่างของโรงเรียนเพลินพัฒนา  

-          กิจกรรมสุดท้ายคือ “Sharing Design” เขียนภาพฝันของเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน่วยงานของตนเอง มีข้อแม้นะคะ ว่าภาพฝันนั้นจะต้องไม่เป็นงานงอก ไม่เพิ่มภาระงาน ทำแล้วต้องได้ทั้งงาน&ใจ และที่สำคัญต้อง “ง่าย มัน ดี มีสุข”  

เสร็จสิ้นกิจกรรมตลอด 2 วัน เหมือนเคยค่ะ พวกเรารู้สึกถึงบรรยากาศเป็นกันเอง ผ่อนคลาย มีบางท่านถึงกับออกปากว่ากำลังสนุกก็ต้องมาหมดเวลาซะแล้ว ถ้าเราสวมอารมณ์ ความรู้สึกแบบนี้ กลับไปทำงาน กลับไปทำ KM ที่ทุกคนบ่นว่า ยาก เพิ่มภาระ รับรองว่าทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องง่ายไปหมดค่ะ สคส. ขอเป็นแรงเชียร์ 1 แรง สำหรับทุกๆท่าน ที่จะกลับไปลุย กลับไปต่อยอดไม่ว่าจะเรื่อง KM หรือเรื่องใดๆก็แล้วแต่ ขอให้ประสบความสำเร็จ ดำเนินไปได้ด้วยดีนะคะ J