เพราะพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และเมตตาธรรม
จากบ้านโสกแสง ผมมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เดินตามทางเกวียนที่ลัดเลาะไปตามทุ่งนา หลังจากข้ามลำธารเล็กๆท้ายหมู่บ้านมาแล้ว นาหลังการปักดำดูเปลี่ยนไปต้นข้าวแตกกอเพียงสามสี่ต้น ลำต้นเล็ก ใบเรียวต่างจากนาตีนบ้านที่ต้นข้าวแตกกอลำต้นอวบใหญ่ ใบหนาใบของแต่ละกอชนกันพอดี
พอห่างจากบ้านออกมาเพียงประมาณสองกิโลเมตรผืนนาก็หมดทางเกวียนลัดเลาะไปตามทุ่งร้างและป่าละเมาะ ดีที่ฝนตกหนักก่อนหน้านี้จึงทำให้ทางเดินที่เป็นดินทรายแน่น มีน้ำขังเป็นแอ่งอยู่บ้าง ต้นไม้ใหญ่แทบไม่มีเลยมีเพียงต้นสะแบงที่ขึ้นระเกะระกะและมีต้นหว้าแซมห่างๆ
แดดเริ่มร้อนกระเป๋าเสื้อผ้าที่ใช้มือซ้ายหิ้วรู้สึกหนักขึ้นผมจึงยกใส่บ่าซ้ายเป็นการบังแดดไปด้วยในขณะที่ท้องเริ่มแสดงอาการต้องการอาหารและน้ำดิ่ม
ประมาณเจ็ดกิโลเมตรจากบ้านโสกแสงธรรมชาติรอบตัวผมก็เปลี่ยนไป เป็นท้องนาที่ผืนนาไม่กว้างนักแต่ละผืนเนื้อที่ไม่น่าจะถึงสองงาน คันนาก็เล็กๆ เตี้ยๆต้นข้าวเพิ่งจะแตกกอ ลำต้นบอบบาง ใบข้าวยาวเรียวสีเขียวปนเหลืองดินเป็นดินทรายปนหินลูกรังมีน้ำขังเพียงนิดหน่อย
ก่อนสิบโมงเล็กน้อยผมก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ไม่เกินยี่สิบหลังคาเรือนตัวบ้านแต่ละหลังคล้ายกันมาก มุงด้วยหญ้าคา ฝาเป็นไม้เลื่อยเอง ตีแปะๆไว้พออยู่ เสาเป็นไม้กระเทาะเปลือก ใต้ถุนสูงผมเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ถามหาบ้านผู้ใหญ่บ้านจากเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านหลังแรก
ผมได้รับประทานอาหารเช้าที่บ้านหลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านนั้น(จำไม่ได้ว่าชื่อหมู่บ้านอะไร) เจ้าบ้านสูงอายุแล้วแต่ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้านแกบอกว่าเป็นหมู่บ้านใหม่ทางการยังไม่ได้แต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านกับข้าวเช้านั้นถึงแม้มีเพียงน้ำพริกและผักสด ก็ทำให้ท้องผมพ้นจากความหิวไปได้อย่างดี
หลังจากที่ผมสอบถามทางเดินไปบ้านคำบากด้วยความมั่นใจแล้วผมก็ลาลุงผู้ใจดีเดินทางต่อ จนตะวันบ่ายสี่โมง ผมก็มาถึงบ้านแกะแดะบ้านที่พ่อเหรียญซื้อปืนแก๊ปให้ผมนั่นเอง
"ครูนอนค้างที่นี่ก่อนก็ได้เพราะหากเดินต่อคงไปถึงบ้านคำบากตอนสองทุ่ม คืนนี้เดือนมืด เดินลำบาก"ผู้ใหญ่บ้านแกะแดะบอกผมด้วยความหวังดีหลังจากที่ผมอิ่มจากการรับประทานอาหารมื้อที่สองของวันนี้
"ไม่เป็นไรครับ ขอบพระคุณมาก ผมมีไฟฉายและพรุ่งนี้โรงเรียนเปิดด้วย หากผมนอนที่นี่กว่าจะถึงโรงเรียนคงสายและผมก็จะเหนื่อยคงไม่ได้สอนเด็ก"
ผมขอบคุณในความหวังดี แล้วบอกลา คว้ากระเป๋าลงจากบ้านผู้ใหญ่บ้านมุ่งหน้าไปบ้านคำบากอย่างเร่งรีบ
จากบ้านแกะแดะไปบ้านคำบาก ทางเกวียนผ่านป่าละเมาะ สลับกับป่าเบญจพรรณเพียงหกโมงฟ้าก็เริ่มมืด ผมล้วงไฟฉายจากกระเป๋ามาเตรียมส่องทางหันมองหาดวงจันทร์เห็นจันทร์เสี้ยวคว่ำอยู่ด้านหลังเป็นข้างแรม
ผมเร่งฝีเท้าขึ้นอีก รอบตัวมืดสนิทผมใช้ไฟฉายส่องทาง เสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงรองเท้าผมกระทบพื้นดินเป็นจังหวะเร่งร้อน นานๆ จะมีเสียงนกแสกร้องมาแต่ไกลบางทีเป็นเสียงครางฮือๆ ของนกฮูก
โชคดีที่ผมเห็นกิ่งไม้พอเหมาะมือ ยาวเมตรเศษ อยู่ข้างทางจึงหยิบติดมือมาและใช้ฟาดกับทางเดินตามจังหวะของการเดิน ทั้งนี้เพื่อไล่งูหรือสัตว์อื่นให้หลบจากทางเดิน
ใกล้จะถึงบ้านคำบากแล้วห่างเพียงกิโลเมตรเศษๆ อยู่ๆ ผมก็ขนลุกซู่จากแขนทั้งสองข้างลามไปหลังและบนหัว ผมนึกขึ้นได้ว่าป่าช้าบ้านคำบากน่าจะอยู่บริเวณนี้จึงตั้งสมาธิตามที่ได้อบรมมาจากหลวงปู่ สูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับนึกคำว่า "พุทธ" แล้วผ่อนลมหายใจออกยาวๆ พร้อมกับนึกคำว่า"โธ" เพียงรอบเดียว ขนที่ลุกซู่ก็กลับเป็นปกติ ผมทำเช่นนี้อีกสองครั้งโดยสองเท้าก็ยังก้าวไปข้างหน้าในความเร็วเท่าเดิม
เมื่อจิตสงบในระดับหนึ่งผมก็แผ่เมตตาให้แก่เทวดาทั้งอากาศเทวา รุกขเทวาและภุมเทวาแผ่เมตตาให้แก่สัมภเวสี ขอให้เป็นสุขเถิดอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยขอให้พ้นจากทุกข์ทั้งมวล
ลมเย็นๆพัดผ่านตัวผมไป ผมสะท้านเฮือกรีบสูดลมหายใจเข้า ภาวนา "พุทธ"ผ่อนลมหายใจออก ภาวนา "โธ" ประสานสอดรับกับการก้าวย่าง เพียงห้าหกก้าวจิตผมก็เข้มแข็ง ผมไม่มีความรู้สึกกลัวสิ่งใดเลย
สองทุ่มเล็กน้อยผมก็เดินขึ้นบันไดบ้านของพ่อเหรียญบนบ้านนอกจากผู้ที่อยู่ในครอบครัวแล้ว ยังมีเถิง และทิดมีอยู่ด้วยพอผมเดินขึ้นบนบ้าน ทุกคนต่างมองมาที่ผมพร้อมกับสีหน้าที่ดูแบบไม่เชื่อตาตัวเอง
"อ้าว....ครูมายังไง" พ่อเหรียญถามขึ้นก่อน
"ครู...มากับใคร" เถิงเป็นคนถาม
"มาคนเดียว"ผมตอบคำถามเถิงก่อน แล้วเล่ารายละเอียดของการเดินทาง
"โอ้..โฮ... ครูนี่กล้าจริงๆ"เหรียญพูดบ้าง แล้วถามผมต่อ
"ผีไม่หลอกเหรอ"
หลังจากอาบน้ำ และกินข้าวมื้อที่สามของวันนั้น ในเวลาเกือบสามทุ่มผมก็ได้ทราบว่า ป่าช้าอยู่บริเวณที่ผมขนลุกนั่นแหละและมีคนเคยถูกผีหลอกมาแล้วหลายคนกลางคืนไม่มีใครกล้าเดินผ่านแถวนั้นมานานแล้วแม้กลางวันคนที่ขวัญอ่อนยังจะต้องมีเพื่อนไปด้วย
มิน่า.....ผู้ใหญ่บ้านแกะแดะถึงชวนผมนอนค้าง เป็นเช่นนี้เอง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ผ่านมาได้ด้วยดี ทั้งนี้ เพราะพระพุทธคุณ พระธรรมคุณพระสังฆคุณ และเมตตาธรรม
สวัสดีค่ะ
*** อ่านไปลุ้นไป...โชคดีแล้วที่ไม่เจอมากกว่านี้
*** ดิฉันเคยไปนอนบ้านให้เช่าหลังหนึ่ง เป็นบ้านเก่าของช่างตัดผม เขาถูกแทงและคลานมาตายที่บ้าน ไม่มีใครกล้าอยู่...ดิฉันไม่รู้ไปเช่าอยู่แต่ก็ไม่พบอะไรค่ะ มารู้ทีหลัง โอย....ขนหัวลุก
สวัสดีครับ
ยินดีที่รู้จักครับ
ครับ โชคดีมากครับ
ช่างตัดผมเขาคงไปดีแล้วครับ ขออุทิศส่วนกุศลให้เขาด้วยครับ
ขอบคุณนะครับที่แวะมา
ถ้าเราไม่รู้ เราก็ไม่กลัว ไม่เคยเจอนะคะ แค่ก็ไม่อยากเจอด้วยหล่ะ
บางที ผีก็กลัวคนเหมือนกันนะครับ
ผมก็ไม่อยากเจอครับ
ตอนเขียนเมื่อคืน เขียนไปขนลุกไป มองเหลียวหลังก็หลายครั้ง (อยู่คนเดียวในห้องทำงานครับ..)
เสียงก๊อกแก๊กแถวหน้าต่างก็ตกใจ
นี่ขนาดเรื่องเกิดมานานถึง 40 ปีแล้วนะครับ ฮ่า ฮ่า
ขอบคุณที่แวะมาแต่เช้าครับ
โอ.... ท่าน small man ทำงานตั้งแต่เช้าเลยนะครับ
เวลาที่ท่านเขียน ผมกำลังงัวเงียครับ แหะ แหะ
เห็นด้วยนะครับว่า ผีก็กลัวคน โดนจับใส่หม้อดินถ่วงน้ำมาเยอะ
พูดเล่นนะครับ
ผีกลัวคนดีมีธรรมะ อย่างที่พระท่านว่า "คนดีผีคุ้ม"
คนทีไม่มีธรรมประจำใจ ผีก็จะซ้ำ ดั้มก็จะพลอย น้องน้อยก็ถอยห่าง
(ตอนท้ายผมต่อเอง หุหุ)
ฮ่า ฮ่า อยากกินเลือด
ไม่กลัวผี มีแต่เรื่องเล่า ไม่เคยเจอกับตนเองซักที เลยไม่เชื่อ
ไม่กลัวผี
แต่จะกลัวคนมากกว่าคะ
ว้าย! รูปผี ใครส่งมา ตกใจหมก เลย คริ คริ
คิดถึง นะ จุ๊บ จุ๊บ
ตั้งใจดี คิดดีก็เลยโชคดีค่ะอาจารย์
ถ้าเจอผีเรื่องอาจสนุกกว่านี้ค่ะ อิอิอิ
แต่ไม่เจอก็สนุกไปอีกแบบค่ะ จริงๆก็ไม่อยากให้อาจารย์เจอค่ะ
เวลาไปไหนคนเดียวเดินมืดๆก็รู้สึกกลัวผีเหมือนกันค่ะ ทั้งที่ไม่เคยเห็นไม่เคยเจอเลยค่ะ แต่ก็กลัวค่ะ
วันนี้โชคดีค่ะ แวะเข้ามาได้อ่านเรื่องใหม่ สงสัยวันนี้จะโชคดีค่ะ สาธุๆๆๆ (สงสัยจะถูกหวย อิอิอิ)
ผมบอกไม่ถูก จะว่ากลัวก็ไม่ใช่ เพราะไปไหนคนเดียวค่ำมืดดึกดื่นก็บ่อย
นอนคนเดียวในกุฏิวัดที่ห่างกุฏิหรือบ้านอื่นก็บ่อย
แต่เวลาดูหนังผีแล้วกลัวจัง ต้องเบียดคนนั่งข้างๆ อ๊ะ ฮิิ ฮิ
เจอผีก็เผ่นซิครับ (ไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย ฮิฮิ)
ไม่ต้องเจอดีกว่าครับ แหะ แหะ (ผมก็กลัวผีนะครับ)
คนแก่บอกว่า ใจของเราหลอกเราเอง ก็ดูซี เปิดไฟสว่าง ไม่กลัว แต่พอปิดไฟ อ้าว.. ผีมาแล้ว พอเปิดไฟอีกที ผีไปแล้ว อะไรมันจะมามาไปไป ไวจัง ฮ่าฮ่า
แล้วถูกหวยไหมครับ
ผมไม่ถูกนานแล้ว จึงไม่ค่อยได้ซื้อครับ งวดนี้ก็ไม่ได้ซื้อ (ประหยัดหลายร้อยบาทแล้ว ฮิฮิ)
ไม่ได้ซื้อหรอกค่ะอาจารย์ เสียดายตังค์ซื้อหวยเปอร์เซนต์ถูกน้อยค่ะ ไม่มีดวงทางนี้ด้วยค่ะ
(เคยอ่านเจอคำสอนคำหนึ่งชอบนะคะ แต่มันไม่สุภาพอาจารย์อย่าว่ากันนะคะ เค้าบอกว่า กำขี้ดีกว่ากำตด = คือ มีเงินเท่านี้ดีกว่าไม่มีเลยประมาณนี้ค่ะค่ะ อิอิอิ)
คุณดุจดาวครับ
ผมขอใช้ภาพเก่านะครับ ดูเป็นธรรมชาติ สดชื่นดีมาก (น่ารักเป็นวัยรุ่นครับ ฮิฮิ)
ไม่ซื้อหวยดีแล้วครับ ผมก็แทบลืมแล้วว่า หวยออกวันไหน ดีที่มีข่าวมือถือ พอบ่ายแก่ๆ เขาจะบอกว่าหวยออกอะไร ปรากฎ ว่า หากผมซื้อ ก็โดนกินเรียบครับ
อ้าว... กำขี้มันเหม็นไม่ใช่เหรอครับ แล้วไปกำมันทำไม ฮ่าฮ่า
(ล้อเล่นครับ ฮิฮิ)
สวัสดีครับ
การไม่รู้ ไม่มีอะไรเลยบางอย่าง บางครั้ง...ก็ เป็นผลดีได้เหมือนกัน เหมือนแก้วเปล่า สามารถเติมอะไรได้มากมาย คนบางคน น่ากลัวกว่าผีก็มี ครับ
เห็นด้วยครับ ไม่รู้ถือว่าไม่ผิด ยกเว้น....ไม่รู้กฎหมาย ยังไง ยังไง ก็ต้องรับโทษ ถ้าละเมิดกฎหมาย (เอ๊ะ...ไปด้วยกันได้ไหมเนี่ย ฮิฮิ)
จริงครับ... ไม่มีอะไร.. ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวไปกว่าคน อีกแล้วล่ะครับ
(ผีเข้ามุ้งไม่ได้ แต่..คนมุดมุ้งได้ ครับ ฮิฮิ)