คำถามจาก World Cafe
1. จากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน มีความรู้อะไรที่เป็นแรงบัลดาลใจ ที่ทำให้ท่านได้ทุ่มเท กำลังกาย กำลังใจ อย่างเต็มที่ที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้นั้นๆ เพราะอะไร มีความหมายอย่างไร และลงท้ายได้ทำอะไรไปบ้างในการที่จะได้ความรู้มา
ย้อนหลังไปเมื่อ 10 ปีกว่าที่แล้ว ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการที่องค์กรจัดขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพระดับสากล และตอบสนองนโยบายองค์กรที่จะพัฒนาไปสู่ การเป็น Learning Organization โครงการที่กล่าวถึงนี้มีชื่อว่า Global Competence Project โดยมีงบประมาณลงทุนเกือบ 100 ล้านบาท จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีวิธีการศึกษาระยะยาว 2 ปี และดูงานในต่างประเทศ หลักสูตรจะเน้นการเรียนรู้แบบสหสาขาวิชา ได้แก่ บริหาร ภาวะผู้นำ รัฐศาสตร์ วัฒนธรรมธุรกิจ อารยธรรมตะวันตกและตะวันออก ปรัชญา จิตวิทยา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ดนตรี กีฬา จิตรกรรม ศิลปกรรม โบราณคดี ฝึกทหารที่เขาชนไก่กาญจนบุรี ฯลฯ ทั้งนี้ แต่ละสาขาวิชา คณะผู้จัดหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะจัดผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศมาเป็นผู้สอน (ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นอาจารย์จากสถาบันผู้จัดโครงการเท่านั้น)
หลักการสำคัญ "การสร้างวัฒนธรรมองค์กรเรียนรู้"
ส่งเสริมให้องค์กรแห่งการทำงานเป็นชุมชนการเรียนรู้ (Learning Community) บ้านหลังที่สองของผู้ทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้
จากผู้ศึกษา 200 คน ประกอบด้วยทุกสายงาน ได้แก่ วิศวกรรม บริหาร การเงิน ทรัพยากรบุคคล ประชาสัมพันธ์ ภาคธุรกิจ ฝ่ายปฏิบัติการ ฯลฯ ผู้เขียนได้รับรางวัลผลการศึกษาดีเด่น…แต่นั่น ก็คงไม่สำคัญเท่ากับคำกล่าวของท่านอาจารย์ผู้อำนวยการโครงการ Global Competence Project ผู้จัดทำหลักสูตรเชิงบูรณาการศาสตร์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนมีบุคลิกภาพใฝ่เรียน ใฝ่รู้มาถึงทุกวันนี้
ท่านกล่าวว่าผู้เขียนมี “ความคิดฟุ้งซ่านอย่างเป็นระบบและความคิดที่แหลมคม" แม้ฟังดูจะทะแม่ง ๆ แต่ผู้เขียนก็ถือว่าเป็นคำชม มองเห็นศักยภาพตนเองและเป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาตนเองอยู่เรื่อย ๆ โดยได้ไปศึกษาต่อยอดทั้งด้านวิจัย กฎหมายและภาษาอังกฤษ รวมถึงอบรมด้านจิตวิทยาบุคลิกภาพ (Enneagram) เมื่อ 10 ปีที่แล้ว
โดยส่วนตัวของผู้เขียน สิ่งที่ได้จากโครงการนี้คือกระบวนการใฝ่เรียนใฝ่รู้และการบูรณาการศาสตร์โดยแท้ ซึ่งเป็นการศึกษาแบบยั่งยืน
จนถึงวันนี้ ผู้เขียนมีความรู้หลากหลายสาขาวิชา เพราะหลักสูตร Global Competence Project และได้นำความรู้มาใช้ในการทำงาน มาสอนงานผู้ที่อยู่ในความดูแล
ผู้เขียนได้พยายามถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์การทำงานและจากการค้นคว้าเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยส่งต่อให้กับผู้ที่อยู่ในความดูแล และสร้างทุนทางปัญญาเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตร
นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้รับโอกาสในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดการพัฒนาจิตด้วยศาสตร์ Enneagram เพื่อเป็นแนวทางในการดึงศักยภาพตนเองมาใช้ในการจัดการความรู้ของ KF (Knowledge Facilitators) ประจำหน่วยงานภายในองค์กร…
KF ท่านหนึ่งเปิดเผยตนเองหลังจากผ่านกระบวนการค้นหาลักษณ์ตน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้ช่วยเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายเบื้องต้นแก่บุคคลทั่วไป และเป็นผู้ให้คำแนะนำในการพัฒนาตนเองจากการรู้ตัวตามศาสตร์ Enneagram แก่ผู้ที่ผ่านการอบรมในเบื้องต้นแล้ว
2. จากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน คิดว่าในองค์กรของตนเองเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจ ควรจะมี เครื่องมือ หรือวิธีแสวงหา รวบรวมองค์ความรู้ การบริหารจัดการความรู้ ให้พรรณาทั้งที่ควรจะมี(ถ้ายังไม่มี) อยากจะมี ใฝ่ฝันว่าถ้ามีแล้วจะสุดยอด หรือที่มีแล้วจะให้มีการใช้อย่างไร
ปัจจุบัน องค์กรของผู้เขียนกำลังอยู่ในระหว่างการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร ที่ใช้ชื่อว่า SMART
S = Safety ความปลอดภัย
M = Morality คุณธรรม
A = Accountability ความรับผิดชอบ
R = Recognition การเป็นที่ยอมรับ
T = Teamwork การร่วมแรงร่วมใจในการ
ทำงาน
โดยในแต่ละองค์ประกอบของทั้ง 5 ก็จะมีองค์ประกอบย่อยอีก ในที่นี้ ขอมุ่งเน้นองค์ประกอบย่อยของ Recognition และ Teamwork ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการจัดการความรู้
กล่าวคือเครื่องชี้วัดของการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล (Recognition) ก็คือการใฝ่รู้ และนวตกรรม และเครื่องชี้วัดองค์ประกอบ Teamwork ได้แก่ การทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจ และความรู้สึกผูกพันฉันท์พี่น้อง (Brotherhood)
เนื่องจากผู้เขียนได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่จะร่วมกำหนด Action Plan ที่จะปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้แก่พนักงาน โดยในองค์ประกอบของ Recognition นี้ ได้มีการเสนอแนวทางดังนี้
- ผู้บริหารจะต้องจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม
- สร้างเวทีให้พนักงานนำเสนอนวตกรรม (ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และหรือผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์แนวใหม่) และจัดนิทรรศการแสดงผลงาน พร้อมให้รางวัลผลงานวิจัย และนวตกรรมดีเด่น
- สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ด้วยตนเองและแลกเปลี่ยน ได้แก่ e-book sharing, การเรียนรู้ทางออนไลน์ด้วยตนเอง และสานเสวนาข้ามสายงาน
- จัดให้มีการดูงานในองค์กรต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
- แต่งตั้งคณะกรรมการนวตกรรม เพื่อจัดทำโครงการส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ในส่วนแนวทางที่จะปลูกฝังลักษณะการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ได้กำหนดวิธีการ ดังนี้
- ส่งเสริมการประชุมแบบ Dialogue มากกว่า Discussion
- ปลูกฝังค่านิยมการยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างแต่ไม่แตกแยก และแสดงความชื่นชมยินดีกับความเห็นของผู้อื่น (ฝึกมุทิตาจิต)
- ฝึกฝนการทำงานด้วยจิตอาสาโดยไม่หวังผลตอบแทน ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคมและขออาสาสมัครให้มาร่วมมือร่วมใจกัน
- ฝึกการสะท้อนความคิดเห็น (Reflection) และการรับผลตอบกลับ (Feedback) เพื่อสังเกตและพัฒนาตนเอง
นอกจากนี้ กิจกรรมที่ผู้เขียนเพิ่งปฏิบัติไปแล้วอยู่ในบันทึกก่อน
หน้านี้ "การจัดการความรู้จากกระบวนการเรียนรู้ภายใน"
http://gotoknow.org/blog/sustain9/273389
ก่อนหน้ากิจกรรมดังกล่าว มีการอบรม Dialogue และ Enneagram
http://gotoknow.org/blog/sophiaenneagram/268374
3. จากที่ได้สนทนามาทั้งหมด คิดว่าถ้ากลับไปบ้าน ไปทำงาน จะทำอะไรเป็นสิ่งแรก ในอาทิตย์นี้หรือสองอาทิตย์นี้ เพื่อให้องค์กร หน่วยงานของตน เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ หรือการใช้เครื่องมือ หรือมีการบริหารความรู้ที่ดี อย่างที่เราฝันไว้ในรอบสอง
ผู้เขียนได้มีโอกาสที่ดีในการมีส่วนร่วมเข้าไปแสดงความคิดเห็นในการทำ Focus Group เพื่อกำหนด Action Plan สำหรับการสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยมีวัฒนธรรมการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Corporate Culture (วัฒนธรรมองค์กร)
โจทย์คือ ทำอย่างไรให้คนใฝ่เรียนใฝ่รู้ (Passion of Learning)
สิ่งสำคัญคือการเตรียมเครื่องมือหาปลาให้แก่ทุก ๆ คน

สิ่งที่ผู้เขียนหมั่นฝึกฝนในฐานะที่อาจจะเป็น Role Model ของสายงานต่อไปในอนาคต นั่นก็คือการขวยขวายหาความรู้อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตรทุกสาขาอาชีพ ต่อยอดความคิดแล้วนำไปปรับใช้กับการทำงานและกำหนดวิธีปฏิบัติในการจัดการความรู้ที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

โดยยังคงยึดมั่นในอุดมคติที่จะเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการรู้ตัวเพื่อการพัฒนาจิต และการมีส่วนที่จะสนับสนุนองค์กรในเรื่องวัฒนธรรมการเรียนรู้ให้ปลูกฝังอยู่ในจิตสำนึกของทุกคนในองค์กรในฐานะวิทยากรภายในและผู้จัดการความรู้ประจำหน่วยงาน
ตลอดจนบทบาทหน้าที่ในฐานะวิทยากรผู้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานทั่วไป
สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือการร่วมสร้างสังคมในฝัน
ชุมชนกัลยาณมิตรจิตโยนิโสมนสิการ
ณ ที่แห่งนี้
ขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
เยี่ยมค่ะ
อ่านแล้วเห็นพลังแห่งการงานอันเบิกบานค่ะ
แบบนี้เลยที่เรียกว่า ชีวิตที่มีคุณค่า ชื่นชมครับ
สวัสดีค่ะ
วันนี้มีเวลามากหน่อยเลยมีโอกาสอ่านหลายบล็อกของคุณศิลาค่ะ
ขอชื่นชมผลงานนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
บางบล็อกเข้าไปอ่านแต่ไม่ได้ลงชื่อไว้ค่ะ
เวลาเราเจอผู้รอบรู้ ที่รู้รอบ
สมควรแล้วไม่ใช่หรือที่เราจะแสดงความชื่นชม เคารพนบนอบด้วยใจจริง
ขอให้พี่ศิลารับการคารวะอย่างศิโรราบของผมด้วยนะครับ
สวัสดีคะ
คิดเหมือนน้าอึ่งเลยค่ะ ชอบ โดนมาก และอยากเป็นบ้าง...แต่ทำไม่ได้ ยากจัง >> “ความคิดฟุ้งซ่านอย่างเป็นระบบและความคิดที่แหลมคม"
ยกมือถามนะคะ เรื่องนวัตกรรมด้านการจัดการความรู้ ได้ฟังมาจากวงประชุมกรรมการ KM ที่ทำงานค่ะ CKO ถ่ายทอดมาจากการไปร่วมสัมมนาของหน่วยงานค่ะ "สร้างนวัตกรรมคือปรับปรุงกระบวนการให้ดีขึ้น ลดขั้นตอนทำงานลง อาจไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ สามารถปรับเปลี่ยนได้"
ยังนึกไม่ออก กระบวนการเป็นนวัตกรรมตรงไหน ตอนไหน มาขอความรู้เพิ่มเติมค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ (อุ๊บส์ เข้ามานั่งสังเกตการณ์วงนอกอยู่นะคะเนี่ย)
สวัสดีครับคุณศิลา
“ความคิดฟุ้งซ่านอย่างเป็นระบบและความคิดที่แหลมคม" นั่นแหละครับจุดขายของเรา เหมือนขอบโลกที่เดินหาไปเท่าไรก็ไม่มีวันจบ
โชคดีครับ
มาเชียร์น้องสาวคนเก่ง เป็นตัวอย่างของความใฝ่รู้ใฝ่เรียนและการสร้างสรรค์งาน
ถ้าได้เสื้อ Go to Know แล้วอย่าลืมใส่มาอวดกันบ้างนะคะ อิอิ
สุดยอดเลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงของคุณศิลา
การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกัลยาณมิตรหลายๆทุกสาขา อาชีพ และการต่อยอดความคิด ทำให้ได้ความรู้กว้างขวางขึ้นจริงๆค่ะ
แวะมาบอกคิดถึง