ตอนนี้ นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา แขนงเทคโนโลยีการศึกษา และแขนงคอมพิวเตอร์ศึกษา กำลังเข้ามาพูดคุยกับผมเรื่องของการตั้งประเด็นหัวข้อการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
เราใช้เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารพูดคุยกัน ยกตัวอย่าง ลุงโก๋ ผู้อวุโส แห่ง สพท.อุตรดิตถ์ เขตหนึ่ง ส่งเมลมาให้ผมว่า ได้ทำหัวข้อโครงร่างผ่าน Google Document http://docs.google.com/a/nu.ac.th/Doc?id=dwz828n_2dp7f9gmc&invite=460674519
ซึ่งผมก็ได้เข้าไปตอบลุงโก๋ ดังนี้
ชื่อเรื่อง การพัฒนาเว็บฝึกอบรม เรื่อง ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-filing )
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำหรับบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1
ผมลองเข้าไปใช้ระบบที่ อ.โก๋ ส่งมาให้ ดูแล้วระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่ไม่ยุ่งยากไม่ใช่หรือครับ ดูแล้วน่าจะเป็นสิ่งที่ง่ายในการเรียนรู้ แล้วฉะนั้น การอบรมที่ อ.โก๋จะทำนั้น อยากถามว่า
1. ปัญหาของการที่จะพัฒนาระบบฝึกอบรมนั้นคืออะไร
2. สิ่งที่ทำนั้น ต้องการการอบรมที่เป็นมาตรฐาน เดียวกัน พัฒนากับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหญ่ๆ ใช่หรือไม่
3. คนที่จะใช้ระบบต่อไปคือเจ้าหน้าที่ธุรการใช่หรือไม่ เพราะเห็นว่าจะมีโครงการคืนครูให้โรงเรียนโดยจัดหาเจาหน้าที่ธุรการมาทำหน้าที่แทนครู
4. ปัญหาของระบบนี้คืออยู่ที่คน หรืออยู่ที่ระบบใช้ยาก หรือปัญหาเน็ตเวิร์ค
5. เพราะฉะนั้นต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนว่าจะทำไปทำไม
6. วันเสาร์ผมขอพบตอนเที่ยงนะครับ เพราะตอนบ่ายจะมีประชุม
ส่วน
โดย ลุงโก๋ ในเสนอแนวคิดในการจัดทำ ดังนี้
- ต้องการให้บุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ได้เข้าใจระบบการทำงานของงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของ สพฐ.
- ต้องการให้สำหรับบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต1 ได้เข้าใจระบบการทำงานของงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของ สพท.
- .หลังจากศึกษาจบก็สามารถนำความรู้ที่ได้ฝึกปฏิบัตินำไปทำงานที่รับผิดชอบต่อไป
ถ้าอาจารย์เห็นสมควรว่าจะแก้ไขอย่างไร ก็กรุณาตรวจทานแก้ไขให้ด้วยครับ
จะได้ดำเนินการต่อไป
เว็บที่เกี่ยวข้องครับอาจารย์ทดลองได้ครับ
http://e-filing.bopp.go.th:8101/edc/login.jsp
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนป้ามาลี ได้เมลคุยกับผมดังนี้
ชื่อเรื่อง การพัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เรื่อง คำราชาศัพท์และคำสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือ
จากประเด็นหัวข้อก็น่าสนใจดีครับ แต่จะใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมืออย่างไรครับ
ถ้าใช้แนวคิดแบบร่วมมือ จะร่วมมือกันอย่างไร ผ่านเว็บ คงไม่ใช่การเรียนแบบ รับรู้หรือให้ content แล้วรับไปเรียนรู้ใช่ไหมครับ เราจะทำกิจกรรมอย่างไร ให้ผู้เรียน สามารถเรียนรู้เรื่องคำราชาศัพท์และคำสุภาพ
จากประเด็นที่อาจารย์แนะนำเมื่อคืนก็เลยไปศึกษากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ ก็รู้สึกว่างง ๆ อยู่อย่างที่อาจารย์บอก ว่าจะจัดกิจกรรมอย่างไร ถ้าให้เด็กสืบค้น โดยแบ่งกลุ่ม โดยใช้เทคนิค STAD ก็ค่อนข้างยาก เพราะเราเรียนผ่านเว็บ ซึ่งเด็กต้องสืบค้นด้วยตนเอง โดยมีเว็บเป็นสื่อ ซึ่งเด็กต้องค้นคว้าด้วยตัวเองอยู่แล้ว เราไม่ได้ให้เด็กทำกิจกรรมตามใบงาน อย่างเช่นในรายวิชาคณิตศาสตร์ หรือ วิทยาศาสตร์ เพราะความรู้ความสามารถของเด็ก ม.2 ในเรื่องการใช้เทคโนโลยี ก็ยังไม่มากเท่าที่ควร ถ้าเรียนแบบ รับรู้หรือให้ content แล้วรับไปเรียนรู้ แล้วก็ประเมินผล ตามเนื้อหาที่เรียนในแต่ละเรื่อง ก็น่าจะดีกว่า โดยเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีวัตถุประสงค์ กิจกรรมและการวัดผลและการประเมินผลให้สอดคล้องกัน จะได้หรือไม่ ดังนั้น หัวข้อวิจัยน่าจะใช้ชื่อนี้ได้หรือไม่คะ
การพัฒนาบทเรียนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
เรื่อง คำราชาศัพท์และคำสุภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ถ้าทำแนวนี้ก็จะเป็นการพัฒนาเว็บเฉยๆ จะไม่ได้องค์ความรู้อะไร ที่เป็นประโยชน์ เพราะเราก็จะทราบอยู่แล้วว่าจะพัฒนาเว็บต้องทำอย่างไร
แต่ถ้าเราจะใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และใช้กระบวนการ วิธีการสอนที่จะทำให้ เด็กเค้าสนุกกับการเรียนรู้ ย่อยเรื่อง คำราชาศัพท์และคำสุภาพ ให้อร่อย เหมาะ พอดีคำ กับความต้องการของนักเรียน โดยผู้เรียน เป็นผู้ลงมือยกตัวอย่างเช่น
|
|
วิธีการเรียนปกติ |
วิธีการเรียนร่วมมือผ่านเว็บ |
|
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง · แต่งเนื้อเรื่องจากคำสุภาพ และคำราชาศัพท์ที่กำหนดให้ |
ให้นักเรียน ระดมความคิดจากกลุ่ม แข่งขันกัน แต่เรื่องราวจากคำราชาศัพท์ หรือคำสุภาพ ที่กำหนดให้ 20 คำ นำมาร้อยเรียงกันเป็นเรื่องราว ซึ่งอาจจะเขียนบทลิเก ก็ได้ แล้วประกวดกันว่าใครมีความคิดแปลกใหม่ น่าสนใจ โหวตคะแนน และแจกรางวัล |
ใช้ Wiki pedia หรือ google Document ร่วมกันแต่งเรื่องราว จากคำราชาศัพท์ หรือคำสุภาพ ที่กำหนดให้ 20 คำ นำมาร้อยเรียงกันเป็นเรื่องราว ซึ่งอาจจะเขียนบทลิเก ก็ได้แล้วประกวดกันว่าใครมีความคิดแปลกใหม่ น่าสนใจ โหวตคะแนน และแจกรางวัล |
|
เครื่องมือที่ใช้ |
กิจกรรมกลุ่ม |
กิจกรรมกลุ่มผ่านเว็บ |
|
เทคโนโลยี |
กระบวนการ |
กระบวนการผ่านเว็บ |
เทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่สิ่งที่ทำให้ผุ้เรียนสนุก และการเรียนมีความหมายคือ กระบวนการสอน ที่ครูออกแบบมากกว่า
สรุป ลองพิจารณาว่าจะได้สิ่งใหม่จากสิ่งที่จะทำอย่างไรบ้าง และก็อย่างเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ขอให้ลองศึกษาหาความรู้ดูก่อนครับ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับแนวคิด ดี ๆ ค่ะ เลยต้องมานั่งอ่านแล้วหาความรู้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมืออีก ก็ได้คำตอบอย่างที่อาจารย์แนะนำว่าเราสามารถทำได้ เพราะถ้าเราพัฒนาเว็บดีอย่างไรถ้ากระบวนการและวิธีจัดการเรียนการสอนไม่ดี ก็คงไม่ประสบผลสำเร็จ ถ้าใช้ Web board และ Chat
เป็นสื่อกลางในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับสมาชิกกลุ่ม จะได้ไหมคะ
แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งมีอยู่หลายวิธี ที่สนใจคือเทคนิค STAD ค่ะ
การเรียนการสอนแบบกลุ่มแข่งขันแบบแบ่งตามผลสัมฤทธิ์ (Student Teams – Achievement Divisions หรือ STAD)
การเรียนการสอนตามรูปแบบ STAD เป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนแบบร่วมมือ ที่ใช้ร่วมกับ
กิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบอื่นๆ หรือหลังจากที่ครูได้สอนผู้เรียนทั้งชั้นไปแล้ว และต้องการให้ ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า ร่วมกันภายในกลุ่มสืบเนื่องจากสิ่งที่ครูได้สอนไป ซึ่งใช้ได้กับทุกวิชา ที่ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง เกิดความคิดรวบยอด ค้นหาสิ่งที่มีคำตอบ ชัดเจน แน่นอน
เมื่อนำการเรียนการสอนแบบกลุ่มแข่งขันแบบแบ่งตามผลสัมฤทธิ์ มาประยุกต์ใช้กับ
e – learning มีลักษณะการเรียนรู้ ดังนี้
1. ผู้สอนใช้ webpage ก่อนเรียนอธิบายงานที่ต้องทำในกลุ่ม ลักษณะการเรียนภายในกลุ่ม
กฎ กติกา ข้อตกลงในการทำงานกลุ่ม ได้ประกอบด้วย
- การกำหนดให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการช่วยเหลือกันและกัน เพื่อให้เพื่อนทุกคนเกิด
การเรียนรู้ไปด้วยกัน
- สมาชิกของกลุ่มต้องทำงานของตนเองให้เสร็จสมบูรณ์เพื่องานกลุ่มเสร็จสมบูรณ์ด้วย
กล่าวคือ การที่สมาชิกทุกคนทำงานทีได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นและเข้าใจในงาน ที่ทำอย่างชัดเจน
- การปรึกษาหรือถามปัญหาให้กระทำในกลุ่มเพื่อนก่อนที่จะถามครู
- หลังทำงานเสร็จนั่นคือทุกคนในกลุ่มพร้อมได้รับการทดสอบ หรือการประเมินจากครู
2. ผู้สอนเป็นผู้กำหนดกลุ่ม โดยผู้เรียนจะได้รับมอบหมายให้อยู่ในกลุ่มคละเพศ คละความ
สามารถ ในกลุ่มหนึ่งจะมีสมาชิกจำนวน 4 – 5 คน หรือขึ้นอยู่กับจำนวนหัวข้อที่ให้ผู้เรียนได้ศึกษา ซึ่งผู้สอนจะพิจารณาจากประวัติ และข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียนจากการลงทะเบียนเข้าศึกษาในหลักสูตร e- Learning
3. กำหนดระยะเวลาเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทเรียนออนไลน์ และหลังจากที่ผู้เรียน
ได้ศึกษาเนื้อหาตามบทเรียนออนไลน์แล้ว มีการมอบหมายใบงาน/แบบฝึกหัด ให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยกันในกลุ่มของตนเอง และผู้เรียนต้องพยายามที่จะช่วยเหลือให้สมาชิกทุกคนเข้าใจในเนื้อหาทั้งหมด และร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบตามใบงาน/แบบฝึกหัดที่ผู้เรียนแต่ละคน ได้คิดคำตอบขึ้นมา และอภิปรายออนไลน์ร่วมกันเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ทั้งนี้โดยใช้ Web board และ Chat เป็นสื่อกลางในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับสมาชิกกลุ่ม
4. มีการประเมินในสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนไป โดยทดสอบคะแนนเป็นรายบุคคล และนำคะแนน
ของแต่ละคนในกลุ่มมารวมเป็นคะแนนของกลุ่มและหาค่าเฉลี่ย กลุ่มที่มีคะแนนถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับรางวัล (Rewards) หรือมีการประกาศผลในที่สาธารณะ เช่น เว็บไซต์ของโรงเรียน บอร์ดของ โรงเรียน หรือวารสารของโรงเรียน
ที่มา: http://supanida-opal.blogspot.com/2006/05/e-learning_114845139039255746.html
ซึ่งผมว่าการส่งเมลคุยกันสองคน ก็ได้เรียนรู้กันสองคน แต่ถ้าขยายวงความรู้โดยเราคุยกันผ่านบล็กจะได้ฟังความคิดเห็นหลายๆคนครับ
บอกผ่านความคิดเห็นครับ ... มาเยี่ยมบันทึกอาจารย์เท่านั้นเอง ;)
แต่เพิ่งทราบว่า เทคโนฯ มอนอ ใช้แขนงวิชา ช่วยแยกหลักสูตร
น่าสนใจครับ กำลังมีปัญหาในเชิงโครงสร้างพอดี๊ พอดี
อาจารย์สบายดีนะครับ ;)
ขออนุญาตร่วมอภิปรายด้วยนะครับ
ประเด็นของลุงโก๋เรื่อง การพัฒนาเว็บฝึกอบรม เรื่อง ระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ฯ
http://e-filing.bopp.go.th:8101/edc/login.jsp
ถ้าทำลิงค์เพิ่มเป็นคู่มืออาจเป็นไฟล์ pdf ให้ผู้ใช้อ่านเองจะเพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์นี้ได้หรือไม่ครับ
ลุงโก๋ตอบด้วยครับ
ของ ป้ามาลีน่าจะโอเคแล้ว แต่วันนี้ผมทิ้งคำถามไว้หนึ่งข้อว่า
จะทำอย่างไรให้นักเรียนเรียนเรื่อง คำราชาศัพท์อย่างมีความสุข สนุก และนำไปใช้จริง
ซึ่งยังไม่ได้ต้องการคำตอบในทันทีทันใด แต่สิ่งที่ต้องการคือการ ออกแบบการสอนครับ นี่คืองานของเทคโนโลยีการศึกษาครับ Instructional Design
คงเพียงพอมังครับ
ขอบคุณมากจริงๆๆๆ
ขอความชี้แนะว่าจะให้ทำ IS เรื่องใดดีครับ
ผมรับผิดชอบเว็บไซด์ของสำนักงานฯ
e-office
e-filing
Moenet
ต้องขออภัยลุงโก๋ด้วยถ้าความคิดเห็นของผมทำให้เกิดความไขว้เขว
ประเด็นของป้ามาลีเรื่อง ราชาศัพท์ฯ ตอนแรกก็คิดไม่ออกเหมือนกัน แต่พอได้เห็นคอมเม้นของอ.หนึ่งที่ย้ำคำว่า สุข สนุก นำไปใช้จริง ก็ทำให้นึกถึง ลิเก หรือว่าละครจักรๆ วงศ์ๆ ครับ หรือว่าจะทำแบบ second life ให้ผู้เรียนมีตัวสมมุติบนเครือข่ายเป็นอาชีพต่างๆ เช่น นักรบ นักเวทย์ พ่อค้า แล้วก็มีภารกิจให้ทำ อาจให้พระราชาสั่งให้ทำภารกิจต่างๆ โดยความรู้ก็จะได้ตอนที่คุยโต้ตอบกับพระราชาน่ะครับ
ถ้าขอทำเป็นเว็บฝึกอบรม เรื่อง การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book)ด้วยโปรแกรม Desktop Author ได้หรือไม่ครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์สบายดีนะคะหนูสอบหัวข้อผ่านแล้ว ตอนนี้กำลังหาเอกสารเกี่ยวกับสุขภาวะทางจิต ท่านอาจารย์กรุณาช่วยชี้แนะด้วยนะคะ