มาทำประกันชีวิตกันดีกว่า

เคยได้มีโอกาสเห็นสติกเกอร์ที่ติดหลังกระจกรถยนต์ที่มีข้อความเดียวกันประมาณ 2-3ครั้ง อ่านแล้วรู้สึกสบายใจ และ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ข้อความนั้น คือ " ศีล 5 คือ หลักประกันของชีวิต"

สมัยก่อนเมื่อมีโอกาสรับศีล 5 เนื่องในโอกาสทำบุญผมจะรับแค่ 4 ข้อเพราะคิดว่าทำได้ค่อนข้างดีแต่พอถึงข้อ 5 ไม่กล้าเอ่ยปากเนื่องด้วยในบริษัทต้องมีเพื่อนฝูง งานเลี้ยงสังสรรค์ที่หนีไม่พ้นต้องมีเหล้า เบียร์เป็นเครื่องเคียง ไม่งั้นงานจะกร่อย

แต่พอกลับมาคิดเป็นเพราะตัวเราเองนั่นแหละที่ใจไม่ถึง

หลังจากที่ได้มีโอกาสเรียนธรรมะ และ ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง (มีความเพียร แต่ไม่เคร่งเครียดมากนะครับ) ตั้งแต่ต้นปี 2552 ผมก็ถือศีล 5 แบบที่มีความมุ่งมั่นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะศีล 5 เป็นพื้นฐานของการเจริญภาวนา

เท่าที่ประเมินตัวเองที่ผ่านมาช่วง 5 เดือน ส่วนใหญ่จะรักษาศีลได้ครบทั้ง 5 ข้อ อาจจะมีพลาดไปบ้างก็ฆาสัตว์เล็ก เช่น มด แมลง เผลอพูดเล่นโกหกกับคนสนิทบ้าง ก็น่าจะแค่นั้น

พอกลับมานึกถึงศีลที่เรารักษา ช่วยให้ใจสงบได้จริงๆครับ

ปกติถ้าเจอคนที่ไม่สนิทผมจะไม่บอกกับใครว่าผมถือศีล 5 ปฏิบัติธรรม เจริญภาวนา

ขนาดคนที่สนิทกันบางคน เวลาถ้ามีคนชวนไปดื่มสุรา เบียร์ ผมก็ปฏิเสธไปบอกว่าถือศีล 5 เจ้าของคำถามก็จะทำหน้างงๆ ไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้ หน้าตาอย่างนี้ต้องดื่มบ้างแหละ

สมัยก่อนคงใช่ แต่ตอนนี่คงไม่ ก็งงเหมือนกันว่าทำไมเราไม่น่าเชื่ือถือ หรือ อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจกับการถือศีล 5 หรือ ผมก็ไม่แน่ใจ คิดอีกที เรารู้ใจของเรา คนอื่นจะว่าอย่างไร มองว่าผิดปกติก็คงจะห้ามใจเขาไม่ได้

แต่ถ้าจำเป็นต้องไปสังสรรค์ตามภาระหน้าที่ก็ไปร่วมได้ แต่ก็จะยืนยันปฏิเสธน้ำเมาทุกชนิดโดยเด็ดขาด

เราลงทุนศึกษาเล่าเรียน ทำงาน ทำประกันชีวิตต่างๆ เก็บหอมรอมริบ ก็เพื่อเป็นหลักประกันชีวิตทางโลกกันเสมอมา

เราก็น่าจะควรมีหลักประกันชีวิตเบื้องต้นอย่างศีล 5 ในทางธรรม ซึ่งไม่ต้องลงทุนอะไรเลย อาศัยใจเราล้วนๆ

แถมยังช่วยไม่ให้เราประพฤติิผิดทางกาย วาจา ซึ่งจะทิ่มแทงผู้อื่นโดยตรง

ส่วนทางใจ อาศัยธรรมะคอยขัดเกลา ฝึกฝน พัฒนาตามสติปัญญาของแต่ละคน