ต้นโพธิ วิญญาณท้องถิ่น ลอยไปลอยมา หายไปในฉ้บพลัน

 

 

 

 

มนุษย์เราย่อมมีความหวั่นไหว ,หวาดกลัวในเรื่องเล้นลับทีมาหลอกหลอนในบางช่วงหรือหลายช่วงของชีวิตรของแต่ละคน และเมื่อประสพเหตุการณ์แล้วก็ย่อมต้องดิ้นรนไขว่คว้าหาสิ่งที่จะมาช่วยปลดปล่อยให้สิ่งนั้นหลุดพ้นจากไปโดยเร็ว ในทุกวิถีทางไม่ว่าจะด้วย เล่ห์,กล,มนต์,คาถา แม้แต่สิ่งศักดิสิทธ์ทั้งหลาย อะไรก็ได้  แม้จะมองไม่เห็น  ดังที่ผมได้ประสพมาแล้วเมื่อครั่งที่ผมเดินทางไปบวชถวายกุศลแด่ในหลวงในวาระพระชนม์พรรษาครบรอบ80 พรรษาที่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย เมื่อประมาณปลายเดือนตุลาคม 2550 โดยการจัดการของสถานเอกอัคราชฑูต ณ กรุงนิวเดลี 

 

ในคืนแรกที่พักแรมที่บ้านลูกชายคือ คุณพลเดช  วรฉัตร ตำแหน่ง อัคราชฑูตสถานฑูตไทย ณ บ้านพักในบริเวณสถานฑูต  ก็เจอดีจนได้ทั้ง ๆ ที่ก่อนนอนก็ได้สวดมนต์ไหว้พระ, ผีเหย้า,ผีเรือน เจ้ากรรมนายเวร ท้องถิ่นนั้นแล้ว  กล่าวคือ  ระหว่างนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นได้เกิดมโนภาพเห็นกลุ่มคนชาวอินเดียในเสื้อผ้าแบบที่เห็นตามท้องตลาดพาหุรัด ที่กรุงเทพ ฯ หลายคนเดินตรงมาที่ผม มีการพูดจาเป็นภาษาของพวกเขาซึ่งผมฟังไม่รู้เรื่อง และมีหลายคนชี้มือมาทางผม บางคนก็จ้องมองอย่างน่ากลัว  จนผมเกิดหวาดกลัวไม่กล้ามองตาของพวกเขา เนื่องด้วยกลัวว่าจะถูกสกดจิตให้วิญญาณออกจากร่างไปอยู่กับพวกเขา  ผมจึงรีบลืมตาขึ้น แปลกครับ  ที่พอลืมตาขึ้น   ภาพพวกเขาเหล่านั้นก็หายไปทั้งหมด  แต่ถ้าผมหลับตาจะนอนต่อไปทีไรพวกเขาเหล่านั้นก็จะกลับมาให้เห็นกันอีก ทุกครั้ง  และจะใกล้ตัวผมเข้ามากเรื่อย ๆ ด้วย  ผมเริ่มใจสั่น, กลัว ,  เป็นเหตุการ์ณลักษณะเดียวกันกับที่ผมเคยประสพมาก่อนแล้วที่ประเทศจีนเมื่อหลายปีก่อน  ครั้งนั้้นผมไปเที่ยวเมืองจีนกับทัวร์แห่งหนึ่ง นอนห้องเดี่ยวชั้นล่างของโรงแรม ......ในกรุงปักกิ่ง   คราวนี้  ผมคิดในใจว่าพวกแขกนี่ช่างกระไร ผมเพิ่งลงจากเครื่องบินมาหมาด ๆ ยังไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อนแม้แต่กระผีกลิ้นแท้ ๆ  พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าผมมา   และ ทำไมจึงมาทำกับผมได้ 

 

ขณะเดียวกันผมก็เกิดนึกถึงคำบอกเล่าของลูกชายก่อนนอนว่า  ที่บริเวณหลังสถานฑูตมีต้นโพธิใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ศักดิสิทธิมาก ใครถูกรังควานจากสิ่งชั่วร้ายใด ๆ ไปหาท่าน  หรืออธิฐานกับท่าน ๆ จะ ช่วยเสมอ  ผมซึ่งตอนนั้นหมดหนทางใด ๆ แล้วที่จะต่อสู้กับสิ่งที่มาทำให้หวาดกลัวเหล่า นั้นต่อไปได้อีก  จึงรีบลืมตาขึ้นและลุกขึ้นนั่งหันหน้าไปทางต้นโพธินั้นพร้อมยกมือไหว้อธิฐานขอให้ท่านช่วยเหลือให้พ้นวิญญาณท้องถิ่นร้าย ๆ เหล่านั้นโดยเร็วด้วย  จากนั้นผมก็หลับตานอนต่ออย่างจำใจ   ต่อมาสักพักพอผมเคลิ้ม ๆ จะหลับมิหลับแหล่  ผมก็นิมิตเห็นกิ่งโพธิกิ่งใหญ่กิ่งหนึ่ง มีกิ่งย่อยอยู่ด้วยสองสามกิ่ง ลอยออกมาให้เห็นแล้วลอยจากซ้ายไปขวากลับ ไปกลับมาหลายรอบแล้วก็หายไป   และภาพวิญญาณท้องถิ่นที่เคยมาหลอกหลอนผมตอนผมหลับตานอนต่อ ก่่อนหน้านั้น พลันก็หายไปหมดในบัดดล  ไม่มาให้เห็นอีกเลยในคืนนั้นและคืนต่อมาที่ยังนอนอยู่ที่นั่น  แม้ตอนผมกลับจากไปบวชและมานอนที่ห้องเดิมเตียงเดิมอีกก็ตาม   ผมจึงเข้าใจว่าต้นโพธิศักดิสิทธิท่านแสดงอภิริหารออกมาขับไล่เหล่าวิญญาณท้องถิ่นเหล่านั้นนั่นเอง    ผมงี้ขนลุกซ่าขึ้นมาทันที  และแม้เวลาจะล่วงเลยมาปีกว่าแล้วเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร ผมก็อดเสียวสยองหัวใจไม่ได้ 

 

ท่านผู้อ่านท่านใดที่เคยพบกับเหตุการณ์ลักษณะนี้มาบ้าง คงจะเข้าใจได้ดีว่าความกลัวในขณะนั้นมันรุนแรงขนาดไหน   หากจะเล่าสู่กันฟังบ้างก็จะเป็นการข่วยกันตอกย้ำในเรื่องความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น และการดิ้นรนบนบานศาลกล่าวขอที่พึ่งทางใจนั้น  ยังมีอยู่ในวงการของพวกเราไม่น้อยทีเดียวนะครับ อย่างน้อยก็ตัวผมเองเป็นตัวอย่าง  ผมว่าบางท่านอาจเคยประสพมาแล้ว  และหลายท่านอาจจะยังไม่เคยประสพเลย  นั่นก็เป็นเรื่องของแต่ละคน