อานิสงส์ถวายพระอุปคุตปางล้วงบาตรช่วยชีวิตแม่ฟื้นจากความตาย

ขออานิสงส์การถวายทานพระอุปคุตบางล้วงบาตรกินไม่หมด  ในฤดูกาลเข้าพรรษาปี 2552ดลบันดาลให้ผู้อ่านและพุทธศาสนิกชนทุกผู้คนมีอายุยืนนาน เป็นสุขนิรันดร์...

เข้าพรรษาปีนี้ทาง  มูลนิธิการศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง    มจร.วิทยาเขตเชียงใหม่จัดกิจกรรมการถวายเทียนจำนำพรรษาในวัดเมืองลาและเมืองเชียงตุง  ประเทศพม่าระหว่างวันที่  27-30  มิถุนายน  2552    ในส่วนตัวลุงหนานได้ร่วมนำเอาสาระรูปปั้นพระอุปคุตปางล้วงบาตรกินไม่หมดไปร่วมถวายทานที่เมืองลาและเมืองเชียงตุงในเทศกาลเข้าพรรษาครั้งนี้เช่นกัน

ขณะที่ออกจากบ้านก็ห่วงอาลัยแม่อายุ  86  ปีอยู่บ้าง เพราะท่านป่วยกระเสาะกระแสะมานาน  แต่คิดว่าแม่คงไม่เป็นอะไรมากนัก เพราะการไปครี้งนี้เป็นการถวายทานเทียนจำนำพรรษาและตัวเองก็นำพระอุปคุตไปสององค์เพื่อจะไปถวายเป็นพุทธบูชาพร้อมกับเทียนพรรษาครั้งนี้เช่นกันถึงเมืองลาวันที่  27มิถุนายน 2552 ตอนเย็นเข้าพักที่โรงแรมเมืองลา  รุ่งเช้าวันที่  28  มิถุนายน  2552ได้ร่วมถวายเทียนจำนำพรรษาพร้อมกับคณะศรัทธาและได้นำพระอุปคุตหนึ่งองค์ร่วมถวายที่วัดพระธาตุสองแผ่นดิน(เมืองพม่าและจีน)   ต่อมาวันที่  29  มิถุนายน   2552  เวลา 17.00  น.ได้ร่วมถวายเทียนจำนำพรรษาวัดน้ำพุ่ง  เมืองเชียงตุง

การถวายทานเทียนและพระอุปคุตทุกแห่งได้อธิษฐานจิตขอบุญกุศล  บารมีพระอุปคุตคุ้มครองให้แม่หายจากโรคที่กำลังประสบอยู่ และขอให้ญาติมิตรที่ร่วมบริจาคปัจจัยสมทบการทำบุญครั้งนี้ประสบแต่ความสุขความเจริญ  คิดสิ่งใดที่ดีที่ชอบขอสมปรารถนาทุกประการ   รุ่งขึ้นวันที่ 30  มิถุนายน  2552 ได้เดินทางกลับบ้านที่เชียงใหม่

เหตุการณ์ที่เชียงใหม่ระหว่างวันที่  29  มิถุนายน  2552

เมื่อกลับถึงบ้าน มีญาติพี่น้องเดินเข้าออกบ้านผิดปกติ  จึงสอบถามได้ความว่า " ในวันที่  29  มิถุนายน  2552 ขณะที่ลุงหนานอยู่ต่างประเทศนั้น   เวลาราวใกล้ค่ำคุณแม่ลุงหนานเข้าห้องน้ำเป็นลมล้มพับคาห้องน้ำอยู่นานเท่าใดไม่ทราบ  จนกว่าน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้วยเกิดเอะใจไม่เห็นแม่อยู่ในบ้านจึงเรียกหา แต่ไม่มีเสียงขานรับ  จึงรีบไปหา และไปพบแม่หมดลมหายใจในห้องน้ำ  จึงเรียกให้ญาติพี่น้องช่วยกันมาเอาแม่ออกจากห้องน้ำ  ช่วยกันตะโกนเรียกชื่อแม่ บางคนร้องไห้ บางคนรีบนำดอกไม้ไปขอขมาผีปู่ย่า  บางคนเตรียมวางแผนการจัดงานศพแม่    เหตุการณ์โกลาหลเป็นราวชั่วโมงกว่า  หลานคนหนึ่งได้ยินสะอื้น เอิ้ก  เหลียวดูแม่เริ่มฟื้นหายใจ   บรรดาลูกหลานต่างกรูกันเข้าหาร่วมกันพัดวี เรียกกันให้มาดูแม่ที่กำลังฟื้น   และแม่มีสติกลับฟื้นพูดจาดีกว่าเดิม  เหมือนดั่งเป็นคนละคนกับที่เป็นลมพับหมดลมหายใจ"

ได้ฟังคำเล่าจากญาติ  ลุงหนานขนลุกพร้อมกับยกมือจรดหัวสาธุ   ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่  29  มิถุนายน 2552  ณ  เวลาที่แม่เป็นลมหมดสติที่เมืองไทยลุงหนานพร้อมคณะศรัทธากำลังถวายเทียนจำนำพรรษาและพระอุปคุตที่เมืองเชียงตุง  ส่วนตัวลุงหนานตั้งจิตอธิษฐานขอให้แม่อายุยืนนานทั้งๆที่ตัวเองกำลังอยู่เมืองนอกไม่ทราบเหตุการณ์ในเมืองไทย   แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านเมืองไทยได้ทราบเหตุการณ์เช่นนี้ จึงมั่นใจว่าพลังอำนาจการอธิษฐานจิตที่ถวายทานพระอุคุตคงช่วยให้แม่พ้นภัยครั้งนี้และกลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามที่เล่ามาเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของลุงหนานเองเน้อ..หมู่เฮา..เพียงแต่เอามาเล่าสู่กันฟัง แต่หากบารมี  อานิสงส์มีจริงก็ขอให้บุญบารมีอานิสงส์ดังกล่าวบันดาลให้พวกเราอยู่ดีมีสุขกันทั่วหน้าในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาปี  2552 นี้...

ไชยะมังคะละ  มหาลาภัง  อมสวาหุมติด..

ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน.....พรหมมา