หลายวันมากที่ผ่านมาที่ อาจารย์แต้ม หรือ ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ถามข้าพเจ้าถึงกระบวนการทำ R2R ในระดับโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจากการเดินทางทำกระบวนการ R2R ผ่านวิถี KM ของข้าพเจ้านั้น ในทัศนะของข้าพเจ้าที่มีต่อหน่วยงานที่มีจุดเริ่มทำ ความต่อเนื่อง และการขยายผล นั้น ที่เด่นชัดก็มีที่ "อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์" นี่แหละ...ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน
รูปธรรมชัดเจนในที่นี้หมายถึง...มีการเริ่มต้น มีความต่อเนื่อง และมีการขยายผลให้เกิดวงกว้างออกไป
เมื่อหนึ่งปีก่อน...ข้าพเจ้าถูกเชิญไปเปิดทัศนะการทำ R2R และวิถีแห่งความสุขในการทำงาน ที่โรงพยาบาลหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์...จำได้ว่าวันนั้นมีบุคลากรจากอำเภอหล่มเก่ามาร่วมสังเกตการณ์และร่วมกระบวนการด้วยสองสามท่าน เท่าที่จำได้ก็คือ พี่นิด
จากวันนั้นเราได้โจทย์ในการทำวิจัยหลายประเด็นด้วยกัน...
สิบเอ็ดเดือนผ่านไป...หากนับถึงวันนี้ก็เกือบจะครบปีแล้วที่ข้าพเจ้าได้ถูกเชิญกลับไปที่นั่นอีกครั้ง
พร้อมกับโจทย์ที่เพิ่มขึ้นคือ การขยายผลในเครือข่ายโซนเหนือ จังหวัดเพชรบูรณ์อันประกอบด้วยอำเภอหล่มสักเป็นแม่ข่ายใหญ่ อำเภอหล่มเก่า อำเภอน้ำหนาว และอำเภอเขาค้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณสองเดือนก่อนทางอำเภอหล่มเก่าได้ชักชวนให้ข้าพเจ้าไปปูพื้นในเรื่องการทำ R2R ให้กับเครือข่าย คปสอ.
การไปรอบสองนี้ ไปขยายผลเป็นสองรุ่น รุ่นแรกในภาพของโซนเหนือ จังหวัดเพชรบูรณ์ รุ่นที่สองเป็นภาพการขยายวงการทำ R2R ของบุคลากรในโรงพยาบาลหล่มสักเอง พร้อมกันนั้นข้าพเจ้าได้รับโอกาสจากท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลชักชวนให้ได้ชมความคืบหน้าผ่านของจริง อันเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ของการขยายผลการทำ R2R และการเชื่อมต่อกับ สสอ. มีผลงานหลายอย่างที่เป็นความก้าวหน้าของการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย แต่อย่างไรก็ตามก็พบว่า จุดอ่อนของหน้างานก็ยังคงอยู่ที่การเขียนออกมาเป็นรายงานการวิจัย ซึ่งประเด็นนี้ข้าพเจ้าได้เสนอต่อผู้จัดว่า หากคนหน้างานยังไม่พร้อมเราสามารถให้เขาเขียนบันทึกเก็บไว้ในรูปแบบของเรื่องเล่าไว้ก่อน หรือว่าหากใครพร้อมก็ค่อยผลักดันให้เขียนเป็นรายงานการวิจัย
ความสำเร็จ...ของการขับเคลื่อนที่นี่ คือ การที่ไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่ทำเฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น หากแต่มีการขยายผลให้ขยับขับเคลื่อนไปทั้งโซน...
ทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นเป็นภาพของความพยายามที่จะต่อจิ๊กซอว์ต่อโจทย์ของงานประจำ
แม้ว่าบางพื้นที่ยังขาดความพร้อมหลายอย่าง หากแต่ว่าถ้าการจุดประกายนี้สามารถจุดต่อติด และมีการทำต่อเนื่องในภาพของโซน ข้าพเจ้ามองว่า การพัฒนาระบบสาธารณสุขของพื้นที่จะมีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นอย่างมากมาย
เพราะจากการที่ได้สัมผัสคนหน้างานจากพื้นที่ในโซนเหนือหรือในโรงพยาบาลหล่มสักเอง ต่างมีพลังและความจริงใจต่อการทำงานประจำของตนเอง และยิ่งถ้าได้นำกระบวนการพัฒนาที่เป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน อย่างกระบวนการวิจัยนี้มาใช้ในการขับเคลื่อนการทำงานประจำของตนเอง เชื่อแน่เลยว่า ... ประชาชนในพื้นที่จะได้รับดูแลและส่งเสริมในเรื่องสุขภาพ...(เสมือนเป็นภาพฝัน) ขอเพียงแต่ผู้ผลักดันไม่หยุดผลัก และวางมือก่อน...
สวัสดีค่ะ พี่กะปุ๋ม เป็นกำลังใจให้นะคะเห็นด้วยค่ะ ว่าเริ่มจากเรื่องเล่าก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะ กะปุ๋ม
***ตามมาดูด้วยความชื่นชมค่ะ
มาเป็นกำลังใจให้คนขยันค่ะ
สวัสดี ครับ....
ผมติดตาม การเขียน การเล่าเรื่องของคุณมาพอสมควร รู้สึกยินดีที่สังคมมีบุคลากรเช่นคุณ ขอเป็นกำลังใจ.....ให้คุณต่อไป
จุดสำคัญของงาน มีความคิดเช่นเดียวกับคุณที่ว่า
"การเริ่มต้น มีความต่อเนื่อง และมีการขยายผลให้เกิดวงกว้างออกไป"เป็นเรื่องสำคัญที่ให้งานมีความสำเร็จทั้งในภาพรวมและรายด้าน
ขอให้สร้างเสริม ริเริ่ม สร้างสรรค์ ต่อไปครับ
การเขียนเรื่องเล่า คือ ความอิสระของการไม่ติดกรอบนะคะ เขียนบอกเล่าเรื่องราวว่า...เราทำอะไร เพราะอะไรเราถึงได้ทำ มีสาเหตุมาจากอะไร...ทำอย่างไร มีใครพูดถึงหรือว่าไว้ก่อนไหม พอได้ลงมือทำแล้วเกิดอะไรขึ้น...และเราได้เรียนรู้อะไรบ้าง...
พี่มองว่า...เขียนเท่านี้ก็ได้ theme ของรายงานการวิจัยแล้วล่ะ...แต่เราน่ะติดยึดรูปแบบมากเกินกว่าเปิดโอกาสความสร้างสรรค์ให้ทำงาน
ขอบคุณค่ะ :)
ขอบคุณทุกท่านนะคะที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจอันงดงาม