เมื่อผมไปเสวนาการเมืองนำการทหาร๒

เพราะผมแสดงความคิดเห็นว่าก็ในเมื่อกระทรวงศึกษาธิการให้มีโรงเรียนสองภาษา ไทย-อังกฤษ ไทย-จีน ทำไมไทย-มลายู ถึงทำไม่ได้ การที่คนเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาของเขามันผิดตรงไหน สมัยก่อนพวกผมเป็นเด็กนักเรียนก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุยกันในโรงเรียน แล้วเราก็มาสอนให้ลูกพูดภาษากลางกลัวลูกจะขายทองแดง เดี๋ยวนี้เด็กพังงาภูเก็ต(ทั่วประเทศนั่นแหละ)พูดภาษากลางกับปู่ย่าตายาย พูดภาษาถิ่นไม่เป็น จนเดี๋ยวนี้หลักสูตรท้องถิ่นก็ต้องหันให้เด็กกลับมาพูดภาษาถิ่นกันอีก ก็ให้เขาสอนสองภาษาในโรงเรียนเสียก็หมดเรื่อง

          ต้องขออภัยที่ไม่ได้เขียนต่อเนื่อง เนื่องจากเดินทางไปทำกิจธุระของครอบครัวที่ อ.หาดใหญ่เสียสองวันเพิ่งกลับมาถึงเมื่อวานตอนเย็น หมดแรงเพราะขับรถไปกับครอบครัว ว่าจะไปเยี่ยมนมัสการพระมหาชัยวุฒิ ที่วัดบ่อยางก็ไม่ได้ไปเพราะมีความจำเป็นต้องรีบเดินทางกลับ คงต้องไว้คราวหน้า เรามาว่ากันต่อดีกว่า

        เราได้เชิญ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลามาแสดงความเห็นต่อข้อเสนอร่างรายงานของเราและทิศทางการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป เนื่องจากในตอนบ่ายท่านติดภารกิจ ท่านขอให้จัดเวลาให้ท่านขึ้นเวทีในช่วงนี้ ท่านมีข้อเสนอให้ทบทวนการเมืองปัจจุบันว่ามีความเหมาะสมเพียงใด ทำอย่างไรจึงจะมีศักยภาพในการนำการทหาร และยังมองว่าการเมืองในปัจจุบันนั้นคุณธรรมยังไม่สามารถนำการเมืองได้ ถ้าไม่มีความคุณธรรมแล้วจะให้สงบสุขได้อย่างไร  ท่านได้พูดให้ฟังถึงการเมืองนำการทหารถ้าจะให้ได้ผล การเมืองจะต้องมีความยุติธรรม นักการเมืองต้องมีคุณธรรม มิฉะนั้นจะให้นำอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะชาวบ้านขาดศรัทธาต่อการเมืองที่ขาดไร้คุณธรรม และการเมืองที่ไร้คุณธรรมอาจจะเลวร้ายกว่าการทหารเสียอีก ท่านจี้ไปเลยว่าที่ภาคใต้ขาดความยุติธรรม การเมืองและการทหารจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความยุติธรรม  ท่านยังมีข้อเสนอแนะให้พัฒนาการเมืองให้เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา แก้ปัญหาภาคใต้ต้องให้ประชาชน เอกชน ประชาสังคม มีความสำคัญให้เขากำหนดอนาคตตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อม คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

        จากนั้นก็มีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาบางท่านก็อาศัยเวทีของเราโจมตีทางการเมืองใช้คำถามถามมาที่ผู้ดำเนินรายการแต่ความจริงฝากไปที่รัฐบาลมากกว่า เช่น

ถามว่าเงินที่ส่งไปใช้แก้ปัญหาภาคใต้เกิดประโยชน์จริงไหมคุ้มค่าไหมฟุ่มเฟือยหรือเปล่า

เราสอบตกเรื่องการข่าวหรือไม่

แก้ปัญหาถูกจุดจริงหรือ

บางท่านก็มาเสนอแนะให้ลดกำลังทหาร ให้ดูแลปากท้องของประชาชนให้มากขึ้น ให้สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริง ให้มีเขตปกครองพิเศษ

ทหารท่านก็ว่าทำงานการเมืองนำการทหารอยู่แล้ว งานการเมืองทำโดยผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และทำร่วมกันทุกฝ่ายทั้งตำรวจ ท้องถิ่น (ท่านออกมาโต้บังยุบ อิอิ) เรื่องการสื่อสารก็เช่นกันชาวบ้านเขาไม่ดูทีวีไทยเขาดูของมาเลย์ (มาโต้คุณปองจิต จากมะขามป้อม) โรงเรียนสองภาษาก็ทำแล้วมีโรงเรียนนำร่อง (อันนี้โต้ของผม เพราะผมแสดงความคิดเห็นว่าก็ในเมื่อกระทรวงศึกษาธิการให้มีโรงเรียนสองภาษา ไทย-อังกฤษ ไทย-จีน ทำไมไทย-มลายู ถึงทำไม่ได้ การที่คนเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาของเขามันผิดตรงไหน สมัยก่อนพวกผมเป็นเด็กนักเรียนก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุยกันในโรงเรียน แล้วเราก็มาสอนให้ลูกพูดภาษากลางกลัวลูกจะขายทองแดง เดี๋ยวนี้เด็กพังงาภูเก็ต(ทั่วประเทศนั่นแหละ)พูดภาษากลางกับปู่ย่าตายาย พูดภาษาถิ่นไม่เป็น จนเดี๋ยวนี้หลักสูตรท้องถิ่นก็ต้องหันให้เด็กกลับมาพูดภาษาถิ่นกันอีก ก็ให้เขาสอนสองภาษาในโรงเรียนเสียก็หมดเรื่อง)

มีคำถามมากมายครับ แต่ถามให้เราตอบข้อเท็จจริงแต่ใครจะตอบละครับเพราะไม่มีใครรู้จริง เช่น ถามว่าการทำร้ายทหาร ตำรวจ ครู พระสงฆ์ เขาว่ามีการจ้างกะเหรี่ยง พม่า มาวางระเบิดจริงหรือไม่ มีการฆ่ามุสลิมในมัสยิดโยนความผิดให้รัฐสร้างความแตกแยกจริงหรือไม่ แฮ่ะๆ รัฐบาลยังตอบไม่ได้ มาถามให้พวกผมตอบ...ผมจะตอบบังไงละครับ

มีผู้เสนอให้ใช้คำว่า สังคมจิตวิทยานำการทหาร แทนการใช้ การเมืองนำการทหาร

มีผู้เสนอแนะว่า ปัญหาในภาคใต้มันเป็นปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัว การแก้ปัญหาต้องให้คนในครอบครัวเขาแก้กัน ไม่ใช่ให้คนจากที่อื่นไปแก้ปัญหา

ผู้ฟังเสนอแนะอย่างน่าฟังอีกว่าอยากเห็นรูปธรรมของการแก้ปัญหา เจ้าของปัญหาต้องลงไปแก้และกำหนดอนาคตของตัวเอง และได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานี้พวกเขาได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมกันเอง (อิอิ ผมตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ลงพื้นที่หลายเดือนมาแล้วว่า พอลงพื้นที่ภาคใต้มีการจัดงานแต่ละงานทำไมเขาชอบใช้ชื่อมหกรรมกันนักหนาก็ไม่รู้....) ปรากฏว่ามีคนมาร่วมงานถึง ๔,๐๐๐ คน ไม่มีหน่วยงานภาครัฐหน่วยใดไปร่วมด้วยเลย ชาวบ้านมากันเอง เอาข้าวห่อกันมาเอง เขามาระดมความคิดกัน สร้างรูปธรรมให้เป็นจริง ช่วยกันคิดช่วยกันบอกสิ่งใดใช่สิ่งใดไม่ใช่ ชาวบ้านเขาฝากบอกว่าเขาเบื่อการอบรมสัมมนาโดยภาครัฐเต็มทีแล้ว เลิกโยนเงินให้เขาเสียที...

ผมขอหยุดการเสวนาในช่วงเช้าเมื่อเวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น.

ในช่วงบ่ายก็มีการเสวนากันต่อในหัวข้อ ข้อเสนอร่างรายงานและทิศทางการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย มีท่านอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร,พลโทดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ/ผู้แทนกอ.รมน.,นายนพ เฟื่องฟู ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศอ.บต.(ข่าวกรอง),รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และนายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ งานนี้ดำเนินรายการโดยพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ และคุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ ซึ่งเป็นมืออาชีพคล่องกว่าผมเยอะ....

ถัดจากนั้นก็เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น โดย ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้มาร่วมฟัง

 และท่านได้ขึ้นปาฐกถาปิดการสัมมนาในหัวข้อ ทิศทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในระยะต่อไปของรัฐบาล ซึ่งผมได้อยู่ฟังเพียงเบื้องต้นเพราะต้องรีบเดินทางไปสนามบินกลับภูเก็ต จึงขอรายงานเพียงเท่านี้ อิอิ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อัยการชาวเกาะ



ความเห็น (43)

พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า

สวัสดีครับน้องสาวสวยมวยไทย

ขอบคุณที่มาเตือน อิอิ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • อ่านแล้วได้ความรู้และสาระสำคัญหลายเรื่องค่ะ
  • เกี่ยวกับภาษาถิ่น  โรงเรียนของครูคิมก็เป็นโรงเรียนสองภาษาค่ะคือ"ภาษาไทยและภาษาลาว" พื้นถิ่นพูดภาษาลาวค่ะ (คนพื้นถิ่นเขาพูดเองค่ะว่าเขาพูดลาว หมายถึงภาษานครไทย คล้าย ๆ ภาษาอิสาน ภาษาลาวบ้าง)
  • ปัญหา..เด็กอนุบาลหรือเด็ก ป.๑ จะพูดสื่อสารกับครูไม่รู้เรื่อง เด็กโตแล้วก็ยังมีปัญหาบ้าง
  • พวกเรา..มีการทำโครงงานภาษาถิ่นเช่น "ใครว่าหนูเป็นลาว" เพราะมีครูพื้นถิ่นนครไทยอยู่ด้วยค่ะ
  • โครงงาน...เป็นการรวมภาษาถิ่นมาเป็นภาษากลางค่ะ
  • ท่านอัยการสบายดีนะคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ

  • วันนี้ไปทำบุญมา นำบุญมาฝากค่ะ
  • ชอบอ่านค่ะ แม้ว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ขอให้ได้เข้าใจบ้างสักนิดก็ยังดีกว่าใช่ไหมคะ
  • ปัญหาก็เวียนวันพันกันอยู่มิรู้หายนะคะ ต้องอดทนกันต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
  • ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายต่อการพยายามแก้ปัญหาค่ะ
  • ขอบคุณสำหรับการบันทึกดี ๆเช่นนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  ท่านอัยการฯ

มาอ่านแล้วค่ะ เป็นแนวคิดดีๆ มีประโยชน์

ขออนุโมทนาบุญในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษานะคะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ อาจารย์
  • แวะมาเยี่ยมค่ะ
  • บุญรักษาและรักษาสุขภาพค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดี ๆ นะคะ
  • ทำให้ครูตาได้รู้ข้อมูลดีขึ้น ภาครัฐ และภาคประชาชนก็พยายามแก้ไขปัญหากันอยู่
  • พวกเราชาวไทยก็อยากให้บ้านเมือง สงบสุขนะคะ
  • ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายค่ะ  อย่าเพิ่งท้อแท้นะคะ

               

เขียนเมื่อ 
  • ผมโชคดีที่ไม่โดนห้ามพูดเหน่อในชั้นเรียน
  • ฮ่าๆๆ
  • สมัยก่อนพวกผมเป็นเด็กนักเรียนก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุยกันในโรงเรียน แล้วเราก็มาสอนให้ลูกพูดภาษากลางกลัวลูกจะขายทองแดง เดี๋ยวนี้เด็กพังงาภูเก็ต(ทั่วประเทศนั่นแหละ)พูดภาษากลางกับปู่ย่าตายาย พูดภาษาถิ่นไม่เป็น จนเดี๋ยวนี้หลักสูตรท้องถิ่นก็ต้องหันให้เด็กกลับมาพูดภาษาถิ่นกันอีก ก็ให้เขาสอนสองภาษาในโรงเรียนเสียก็หมดเรื่อง)
  • เข้าใจว่าภาคใต้
  • คนใต้น่าจะแก้ปัญหาในภาคใต้ได้ดีกว่าคนภาคอื่น
  • รออ่านอีกนะครับ

สวัสดีครับครูคิม

สบายดีครับ แต่ไม่ค่อยว่างเดินสายตลอด อิอิ

วันนี้นึกว่าจะว่างก็ถูกตามไปร่วมประชุมด่วนเพราะไม่ครบองค์ประชุม

โครงการ "ใครว่าหนูเป็นลาว" น่าสนใจครับ

ครูคิมก็คงสบายดีนะครับ

สวัสดีครับคุณเมียวดี

ขอบคุณที่นำบุญมาฝาก วันนี้ไปเจอยายขายพวงมาลัยเดินอยู่ข้างถนนก็เลยรับขึ้นรถ แกว่าจะไปซื้อข้าวกล้องที่ห้างโรบินสันก็เลยพาแกไป ซื้อข้าวสองถุง แกอยากซื้อน้ำฝรั่งเป็นกล่องเอาไว้ใส่บาตร กับซื้อขนมปังโฮลวีท ก็เลยควักกระเป๋าจ่ายให้แกและพาแกไปส่งบ้าน แกให้ศีลให้พรยกใหญ่ แบ่งบุญไปบ้างนะ..อิอิ

สวัสดีครับท่านผอ.ประจักษ์

สุขสันต์วันอาสาฬหบูชาครับ

ขอให้สงบ สะอาด สว่าง ครับ

สวัสดีครับครูจิ๋ว

กรุณาอ่านที่ตอบคุณเมียวดี และรับแบ่งส่วนบุญไปด้วยนะครับ

สวัสดีครับป้าแดง

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม

ขอให้มีความสุข สะอาด สว่าง สงบ ในวันอาสาฬหบูชาครับ

..."เรื่องการสื่อสารก็เช่นกันชาวบ้านเขาไม่ดูทีวีไทยเขาดูของมาเลย์ (มาโต้คุณปองจิต จากมะขามป้อม) โรงเรียนสองภาษาก็ทำแล้วมีโรงเรียนนำร่อง (อันนี้โต้ของผม เพราะผมแสดงความคิดเห็นว่าก็ในเมื่อกระทรวงศึกษาธิการให้มีโรงเรียนสองภาษา ไทย-อังกฤษ ไทย-จีน ทำไมไทย-มลายู ถึงทำไม่ได้ การที่คนเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาของเขามันผิดตรงไหน สมัยก่อนพวกผมเป็นเด็กนักเรียนก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุยกันในโรงเรียน แล้วเราก็มาสอนให้ลูกพูดภาษากลางกลัวลูกจะขายทองแดง เดี๋ยวนี้เด็กพังงาภูเก็ต(ทั่วประเทศนั่นแหละ)พูดภาษากลางกับปู่ย่าตายาย พูดภาษาถิ่นไม่เป็น จนเดี๋ยวนี้หลักสูตรท้องถิ่นก็ต้องหันให้เด็กกลับมาพูดภาษาถิ่นกันอีก ก็ให้เขาสอนสองภาษาในโรงเรียนเสียก็หมดเรื่อง)"...

เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ดีมาก  เราน่าจะไปเชียร์  พวก อปท.แถบชายแดนใต้  เช่น  เทศบาลสุไหงโก-ลก  ปาดังเปซา  เบตง  ให้จัดการศึกษาสองภาษา  ไทย-มาลายู  หรือถ้ากระทรวงศึกษาธิการกล้า ๆ หน่อย  สั่งออกแบบหลักสูตรไทย-มาลายู  ทั้ง ๓ จังหวัดไปเลย  ครูก็หาไม่ยาก

ตอนนี้มี กอรมน.ภาค 4 อยู่ที่ยะลา ในค่ายสิรินธร มี พตท. อยู่ในค่ายเดียวกัน มีศอบต. ที่ท่านพระนาย เป็น ผ.อ. อยู่ที่ ยะลา มีกำลังตำรวจส่วนหน้า จำชื่อย่อไม่ได้ อยู่ที่ ยะลา

ยังไม่เห็น สำนักงานอัยการแห่งชาติ ส่วนหน้าเท่านั้นครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • มาเยี่ยมอีกรอบนะคะ
  • บังเอิญไปเจอน้องเขามีปัญหาทางกฏหมายค่ะ
  • จึงมาขอความกรุณาให้ท่านอัยการช่วยไปให้ความอนุเคราะห์ด้วยนะคะ
  • http://gotoknow.org/blog/natchanun/274409
เขียนเมื่อ 

ขอเป็นกำลังใจในการทำงาน

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
  • ขอบคุณทุกท่าน ทุกภาคส่วน ที่ได้ช่วยกันสร้างความสุข สงบ สันติให้กับพี่น้องเราค่ะ
  •  ธรรมะนำทางขอให้อิ่มบุญ อิ่มใจ ตลอดเทศกาลเข้าพรรษานะคะ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณอา

ว้า กอต้องรีบไปซื้อของเพื่อไปวัดวันเข้าพรรษาแล้ว

อ่านไม่ทัน อิอิ

เดี๋ยวค่อยกลับมาอ่านค่ะ

สู้ ๆ นะค่ะ

ดูภาพสัมมนาแล้วบอกได้เลยครับงานนี้คับแก้วด้วยมุมมองและคุณภาพครับ ขอให้ได้นำประเด็นต่างๆที่แต่ละท่านร่วมกันผลักดันสังคมก่อเกิดความสันติสุขภายใต้เงื่อนไขความสลับซับซ้อนต่อไปครับ ขอเป็นกำลังใจให้คณะทำงานครับท่านอัยการ

สวัสดีครับคุณจินตนา

ถ้า อปท.ภาคใต้ใช้แนวคิดนี้กับการศึกษาผมว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพียงแต่การมองขอให้มองอนาคต อย่ามองภาพว่าทำอย่างนี้แล้วจะแก้ปัญหาภาคใต้สำเร็จในบัดดลครับ ขอบคุณที่มาสนับสนุนความคิดนี้ครับ

สวัสดีครับคุณคนใต้โดยภรรยา

ที่ไม่มีสำนักงานอัยการแห่งชาติ ส่วนหน้า เพราะอัยการจังหวัดในพื้นที่เป็นกรรมการ กอ.รมน.ภาค๔ อยู่แล้วกระมังครับ แต่ที่แน่ๆ กอ.รมน.จังหวัดมีอัยการเป็นกรรมการแน่นอนครับ หรือท่านคิดจะส่งผมไป แฮ่...

สวัสดีครับครูคิม

เคยไปให้คำแนะนำไว้ครั้งหนึ่งแล้วครับ แต่ข้อมูลยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่และได้แนะนำให้ไปพบพนักงานอัยการเรื่องคดีคุ้มครองผู้บริโภค แต่น้องก็ไม่แจ้งมาว่าไปติดต่อได้ผลประการใด เพราะในพื้นที่ของน้องเขาก็มีสำนักงานคุ้มครองสทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่คอยให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้ได้อยู่ครับ

สลามครับ ท่านเบดูอิน

ไม่รู้ว่าทำเสร็จแล้วเขาจะนำไปใช้จริงจังหรือไม่

สวัสดีครับท่านเอื้องแซะ

ขอให้ท่านมีความสุข สงบ สะอาด สว่าง เช่นกันครับ

น้องกอ

กลับมาอ่านหรือยังงงงง อิอิ

สลามครับ อ.ฟูอ๊าด

ขอบคุณที่มาเป็นกำลังใจครับ

สวัสดีค่ะ พี่ชาย

ครูอ้อยมาเรียนว่า....คิดถึงพี่ชายและคุณแอ๊ดเสมอ

รักษาสุขภาพทั้งสองนะคะ

สวัสดีครับครูตา ลป.

ขอบคุณที่มาให้กำลังใจ การแก้ไขปัญหาภาคใต้ถ้าคนในพื้นที่ไม่ร่วมมือด้วยก็ยาก แต่จะว่าไปแล้วจะให้คนในพื้นที่ให้ความร่วมมือก็ต้องสร้างความไว้วางใจให้เขาก่อน ซึ่งคงไม่ใช่บอกแต่ปาก แต่การกระทำบางอย่าง เช่น การยอมรับอัตลักษณ์บางอย่าง/การแสดงให้เห็นว่าภาครัฐลดการแสดงอำนาจรัฐลง/การใช้ภาษาที่สื่อกันเข้าใจได้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการไว้วางใจ ครับ

เห็นด้วยกับ อ.ขจิต ว่าปัญหาของคนใต้ คนใต้ด้วยกันน่าจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า แต่คนที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างยิ่งก็คือคนในพื้นที่ที่จะต้องออกมาแสดง ออกมาเล่นบทเป็นพระ/ นาง/ ตัวประกอบ โดยมีภาครัฐเป็นนายโรง และต้องเล่นเรทื่องเดียวกันนะครับ ไม่งั้นนายโรงประกาศจะเล่นเรื่องมโนราห์ แต่พระเอกแสดงเป็นพระอภัยมณี นางเองเป็นนางผมหอม ตัวประกอบเรื่องสามก๊ก มันก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี อิอิ

น้องอิง

ได้ทำบุญแล้วสบายใจขึ้นไหม...

ผมก็ทำบุญกับยายขายดอกไม้ไปแล้ว รับผลบุญด้วยแล้วกันนะ

สวัสดีครับน้องอ้อย

เตรียมตัวไปภูเก็ตหรือยัง

คิดถึงน้องและคุณสะมะนึกอยู่เหมือนกัน ไม่ได้เจอกันนานแล้ว อิอิ

สวัสดีค่ะ...

   * อยากขอคำแนะนำว่าควรทำอย่างไรดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองค่ะ...

   * มีทางออกที่ดีไหมคะ...

   ขอบคุณ

สวัสดีครับคุณสาวสวยมวยไทย

ได้ทำตามคำแนะนำที่ผมได้แนะนำให้ไปพบอัยการที่สำนักงานอัยการจังหวัดที่เกิดเรื่องหรือยัง/ผลเป็นประการใด/เพราะเท่าที่อ่านมา ย้อนไปอ่านบันทึกเก่า ก็ได้ความว่าไปพบตำรวจแต่ไม่เคยบอกว่าไปพบอัยการมาหรือยัง ได้คำแนะนำอย่างไร เพราะการแนะนำปัญหาข้อกฎหมายต้องมีข้อเท็จจริงทีเพียงพอ และอัยการในพื้นที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุด ถ้ามีข้อมูลที่ไม่อาจเปิดเผยได้ก็แจ้งทางเมล์ก็ได้นะครับ ยินดีช่วยตามศักยภาพที่มีครับ

เขียนเมื่อ 

มาทักทายในเช้าชื่นของชีวิต..ครับ

ผมโชคดีมากที่เกิดเป็นผืนแผ่นดินไทย..และยังไม่สิ้นหวังว่า แผ่นดินไทยจะมีความเป็น "ไทย" เป็นปึกแผ่น

ขอบคุณครับ

ขอบคุณ อ.พนัส ที่มาทักทายครับ

ความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดินไทยอยู่ที่ความสามัคคีของคนในชาติ โดยคนในฃาติให้เกียรติกัน มีความเห็นแตกต่างกันได้แต่ไม่ต้องทะเลาะกัน เลิกเล่นการเมืองแบบไร้สาระกันเสียที เพียงไม่กี่ข้อก็ทำให้ประเทสไทยดีขึ้นทันตาเห็นแล้วครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ ท่าน เข้ามาทักทาย

ผมก็คิดว่าผมโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย และโชคดีที่ได้มีอาชีพทำงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผมรักชาติไทย ผมรักอาชีพของมผ และผมรักทุกคนที่เป็นคนดี อยากให้คนไทยรักกันช่วยกันพัฒนาประเทศไทย อยากให้นักการเมืองเป็นแบบอย่างที่ดีเสียทีครับ ปัญหาปัจจุบันเกิดจากการเมือง พระพุทธเจ้าตรัสว่า"ถ้าจะต้องทำบาปก็อย่าทำบ่อยๆไม่ควรพอใจในบาปนั้น" คนที่จำเป็นต้องทำอะไรด้วยความไม่พอใจนั้นย่อมทำไปไม่ยืด เมือหมดความจำเป็นหรือสิ่งบังคับแล้วก็ย่อมจะเลิกทันที แต่ถ้าทำด้วยความพอใจก็จพทำอยู่เรื่อยๆทำได้เสมอ เพราะมีความพอใจเป็นสิ่งตอบแทนอยู่ในตัว แม้จะไม่ได้รับสิ่งอื่นก็ตาม

ในชีวิตมนุษย์มีเรื่องอำพรางอยู่ก็มาก หลุมพรางในฃีวิตก็มีมาก ทำให้คนผู้มีปัยญาน้อยหลงผิด เข้าใจผิดและตกลงไปในหลุมพรางของชีวิตนั้น

บุญบาป ความดี ความชั่วอันมีส่วนเกี่ยวข้องพันกับความสุขของคนนั้นมีความสลับซับซ้อนอยู่เป็นอันมาก ยากที่เข้าใจให้ถูกต้องตลอดด้วยความรู้ความคิดธรรมดาได้ นั้นหมายความว่าต้องสร้างคนให้มีคุณธรรมจริงๆจึงจะรู้ได้ด้วยตนเอง และประเทศชาติจะมีแต่ความสุข

  • สวัสดีค่ะท่าน
  • สงสัยว่าที่ไม่เปิดโรงเรียนสองภาษา ไทย-มาลายู
  • คงมีนัยอื่นแอบแฝงกระมัง
  • เนื่องจาก 3 จังหวัดชายแดนล่อแหลม
  • ไม่เหมือนภาคอื่นๆของประเทศ
  • ที่จะสอนภาษาอะไรๆ
  • ก็ไม่ได้กระทบความเป็นอยู่  วิถีชีวิตของชาวบ้าน
  • แต่เฉพาะ 3 จังหวัด ปกติไม่สอน
  • เขาก็ไม่ยอมพูดภาษาไทยอยู่แล้วค่ะ(ย้ำ..บางคนพูดได้ ก็ไม่พูด)
  • รัฐคงวิตกแทนคนไทยซึ่งมีอยู่น้อยกว่า
  • ว่าต่อไปคงต้องพูดมาลายูในแผ่นดินเกิด
  • แทนภาษาของประจำของชาติกระมังคะ 
  • ขออนุญาต  ลปรร  อิอิ
  • แต่ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านคณะกรรมการก่อนนะคะ
  •  

สวัสดีครับคุณเดชา

ขอบคุณที่มาทักทายและเติมเต็มบันทึกนี้

หากคนในสังคมเข้าใจหลุมพรางเหล่านั้นสังคมเราก็จะไม่มีปัญหา การแก้ปัญหาทุกอย่างรากฐานคือความเข้าใจชีวิต และการศึกษาก็ต้องมุ่งเน้นที่ความเข้าใจเหล่านั้นด้วย ครับ

สวัสดีครับคุณมนัญญา หน้าตาเฉย

ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับรางวัลสุดคะนึงนะครับ

ยอมรับเลยว่าตัดสินยากมากๆ

เรื่องโรงเรียนสองภาษาผมอีกนอกกรอบครับ ว่าถ้าคนไทยพุทธได้เรียนภาษามลายูด้วยการสื่อความ การเข้าใจซึ่งกันและกันจะง่ายเข้าเพราะสื่อถึงกันรู้เรื่อง สิ่งที่รัฐบังคับเขานั่นแหละที่เป็นตัวหนึ่งของปัญหาเพราะรัฐคิดว่าการใช้อำนาจเข้าข่มจะทำให้เกิดความสำเร็จตามที่รัฐต้องการ แต่ความคิดหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะพื้นฐานความคิดคนไม่เหมือนกัน กรณีบังคับอาจจะสำเร็จ ณ พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งแต่หาได้หมายความว่าจะสำเร็จไปทุกพื้นที่

คนที่จะเป็นข้าราชการในพื้นที่ใด ก็ต้องทำความเข้าใจวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่นให้ดี มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นคนไปสร้างปัญหาครับ

การเรียนรู้ภาษามลายูไม่ดีหรือครับ หากไทยพุทธแถวนั้นสื่อกับเขาเข้าใจได้ คนทำการค้าสื่อกับเขารู้เรื่องต่างก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน คนในสังคมก็เข้าใจกัน ทำไมเราไม่มองจุดดี โดยเฉพาะในเรื่องภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาใด มันก็คือภาษาของมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จึงต้องสื่อให้พูดคุยกันรู้เรื่อง และที่สำคัญคนในพื้นที่ที่เขาเรียนรู้ด้วยกันเขาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาษากันมานานแล้วครับ เราไปเข้าใจเอาเองต่างหากครับ

ขอบคุณที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทำให้ความคิดเรื่องเหล่านี้กระจายออกไป ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ครับ

สวัสดีครับท่านอัยการที่เคารพ

ทำไมมนุษย์ถึงได้ยึดติดมากมายครับ

ภาษา ดนตรี กีฬา หรืออีกหลายๆอย่างไม่ได้เป็นตัวกำหนดเชื้อชาติหรือชนชาติซะทั้งหมด

บางครั้งฟังเพลงของภาษาอื่นๆกันอย่างสนุกสนานทั้งๆที่ไม่รู้ความหมาย แล้วถ้าเรารู้ความหมายก็น่าจะเกิดความรู้ความเข้าใจมากขึ้น (แต่บางครั้งรู้แล้วอาจทำให้เกิดปัญหาครับ เพราะถ้ารู้ว่าตัวเองถูกด่าแล้วไม่มีความสุขครับ ผมก็เลยไม่รู้ซะดีกว่าครับ อิอิ)

ปัญหาที่เรื้อรังมานานๆ คงคล้ายกับแผลเรื้อรังหนะครับ การรักษาก็ต้องใช้ทั้งความรู้/วิธีการรักษาที่เหมาะสม ความชำนาญของผู้รักษา ผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำปรึกษาหรือร่วมรักษา และการดูแลตนเองของผู้ป่วย เป็นอะไรที่ต้องร่วมกันและคงต้องใช้เวลานานพอควรจึงจะทำให้แผลค่อยๆดีขึ้นจนกระทั่งหาย แต่จะหายแบบไหนก็คงต้องอยู่ที่กระบวนการรักษาสมบูรณ์มากน้อยเพียงใดใช่หรือเปล่าครับ