ต้องขออภัยที่ไม่ได้เขียนต่อเนื่อง เนื่องจากเดินทางไปทำกิจธุระของครอบครัวที่ อ.หาดใหญ่เสียสองวันเพิ่งกลับมาถึงเมื่อวานตอนเย็น หมดแรงเพราะขับรถไปกับครอบครัว ว่าจะไปเยี่ยมนมัสการพระมหาชัยวุฒิ ที่วัดบ่อยางก็ไม่ได้ไปเพราะมีความจำเป็นต้องรีบเดินทางกลับ คงต้องไว้คราวหน้า เรามาว่ากันต่อดีกว่า
เราได้เชิญ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลามาแสดงความเห็นต่อข้อเสนอร่างรายงานของเราและทิศทางการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป เนื่องจากในตอนบ่ายท่านติดภารกิจ ท่านขอให้จัดเวลาให้ท่านขึ้นเวทีในช่วงนี้ ท่านมีข้อเสนอให้ทบทวนการเมืองปัจจุบันว่ามีความเหมาะสมเพียงใด ทำอย่างไรจึงจะมีศักยภาพในการนำการทหาร และยังมองว่าการเมืองในปัจจุบันนั้นคุณธรรมยังไม่สามารถนำการเมืองได้ ถ้าไม่มีความคุณธรรมแล้วจะให้สงบสุขได้อย่างไร ท่านได้พูดให้ฟังถึงการเมืองนำการทหารถ้าจะให้ได้ผล การเมืองจะต้องมีความยุติธรรม นักการเมืองต้องมีคุณธรรมมิฉะนั้นจะให้นำอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะชาวบ้านขาดศรัทธาต่อการเมืองที่ขาดไร้คุณธรรม และการเมืองที่ไร้คุณธรรมอาจจะเลวร้ายกว่าการทหารเสียอีก ท่านจี้ไปเลยว่าที่ภาคใต้ขาดความยุติธรรม การเมืองและการทหารจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความยุติธรรม ท่านยังมีข้อเสนอแนะให้พัฒนาการเมืองให้เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา แก้ปัญหาภาคใต้ต้องให้ประชาชน เอกชน ประชาสังคม มีความสำคัญให้เขากำหนดอนาคตตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อม คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
จากนั้นก็มีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาบางท่านก็อาศัยเวทีของเราโจมตีทางการเมืองใช้คำถามถามมาที่ผู้ดำเนินรายการแต่ความจริงฝากไปที่รัฐบาลมากกว่า เช่น
ถามว่าเงินที่ส่งไปใช้แก้ปัญหาภาคใต้เกิดประโยชน์จริงไหมคุ้มค่าไหมฟุ่มเฟือยหรือเปล่า
เราสอบตกเรื่องการข่าวหรือไม่
แก้ปัญหาถูกจุดจริงหรือ
บางท่านก็มาเสนอแนะให้ลดกำลังทหาร ให้ดูแลปากท้องของประชาชนให้มากขึ้น ให้สร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นจริง ให้มีเขตปกครองพิเศษ
ทหารท่านก็ว่าทำงานการเมืองนำการทหารอยู่แล้ว งานการเมืองทำโดยผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และทำร่วมกันทุกฝ่ายทั้งตำรวจ ท้องถิ่น (ท่านออกมาโต้บังยุบ อิอิ) เรื่องการสื่อสารก็เช่นกันชาวบ้านเขาไม่ดูทีวีไทยเขาดูของมาเลย์ (มาโต้คุณปองจิต จากมะขามป้อม) โรงเรียนสองภาษาก็ทำแล้วมีโรงเรียนนำร่อง(อันนี้โต้ของผม เพราะผมแสดงความคิดเห็นว่าก็ในเมื่อกระทรวงศึกษาธิการให้มีโรงเรียนสองภาษา ไทย-อังกฤษ ไทย-จีน ทำไมไทย-มลายู ถึงทำไม่ได้ การที่คนเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาของเขามันผิดตรงไหน สมัยก่อนพวกผมเป็นเด็กนักเรียนก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุยกันในโรงเรียน แล้วเราก็มาสอนให้ลูกพูดภาษากลางกลัวลูกจะขายทองแดง เดี๋ยวนี้เด็กพังงาภูเก็ต(ทั่วประเทศนั่นแหละ)พูดภาษากลางกับปู่ย่าตายาย พูดภาษาถิ่นไม่เป็น จนเดี๋ยวนี้หลักสูตรท้องถิ่นก็ต้องหันให้เด็กกลับมาพูดภาษาถิ่นกันอีก ก็ให้เขาสอนสองภาษาในโรงเรียนเสียก็หมดเรื่อง)
มีคำถามมากมายครับ แต่ถามให้เราตอบข้อเท็จจริงแต่ใครจะตอบละครับเพราะไม่มีใครรู้จริง เช่น ถามว่าการทำร้ายทหาร ตำรวจ ครู พระสงฆ์ เขาว่ามีการจ้างกะเหรี่ยง พม่า มาวางระเบิดจริงหรือไม่ มีการฆ่ามุสลิมในมัสยิดโยนความผิดให้รัฐสร้างความแตกแยกจริงหรือไม่ แฮ่ะๆ รัฐบาลยังตอบไม่ได้ มาถามให้พวกผมตอบ...ผมจะตอบบังไงละครับ
มีผู้เสนอให้ใช้คำว่า “สังคมจิตวิทยานำการทหาร” แทนการใช้ “การเมืองนำการทหาร”
มีผู้เสนอแนะว่า ปัญหาในภาคใต้มันเป็นปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัว การแก้ปัญหาต้องให้คนในครอบครัวเขาแก้กัน ไม่ใช่ให้คนจากที่อื่นไปแก้ปัญหา
ผู้ฟังเสนอแนะอย่างน่าฟังอีกว่าอยากเห็นรูปธรรมของการแก้ปัญหา เจ้าของปัญหาต้องลงไปแก้และกำหนดอนาคตของตัวเอง และได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมานี้พวกเขาได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมกันเอง (อิอิ ผมตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ลงพื้นที่หลายเดือนมาแล้วว่า พอลงพื้นที่ภาคใต้มีการจัดงานแต่ละงานทำไมเขาชอบใช้ชื่อมหกรรมกันนักหนาก็ไม่รู้....) ปรากฏว่ามีคนมาร่วมงานถึง ๔,๐๐๐ คน ไม่มีหน่วยงานภาครัฐหน่วยใดไปร่วมด้วยเลย ชาวบ้านมากันเอง เอาข้าวห่อกันมาเอง เขามาระดมความคิดกัน สร้างรูปธรรมให้เป็นจริง ช่วยกันคิดช่วยกันบอกสิ่งใดใช่สิ่งใดไม่ใช่ ชาวบ้านเขาฝากบอกว่าเขาเบื่อการอบรมสัมมนาโดยภาครัฐเต็มทีแล้ว เลิกโยนเงินให้เขาเสียที...
ผมขอหยุดการเสวนาในช่วงเช้าเมื่อเวลาประมาณ ๑๒.๓๐ น.
ในช่วงบ่ายก็มีการเสวนากันต่อในหัวข้อ “ข้อเสนอร่างรายงานและทิศทางการแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย มีท่านอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร,พลโทดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ/ผู้แทนกอ.รมน.,นายนพ เฟื่องฟู ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศอ.บต.(ข่าวกรอง),รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และนายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ ทูเดย์ งานนี้ดำเนินรายการโดยพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ และคุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ ซึ่งเป็นมืออาชีพคล่องกว่าผมเยอะ....

ถัดจากนั้นก็เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น โดย ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้มาร่วมฟัง

และท่านได้ขึ้นปาฐกถาปิดการสัมมนาในหัวข้อ “ทิศทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในระยะต่อไปของรัฐบาล” ซึ่งผมได้อยู่ฟังเพียงเบื้องต้นเพราะต้องรีบเดินทางไปสนามบินกลับภูเก็ต จึงขอรายงานเพียงเท่านี้ อิอิ...
สวัสดีครับน้องสาวสวยมวยไทย
ขอบคุณที่มาเตือน อิอิ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการฯ
มาอ่านแล้วค่ะ เป็นแนวคิดดีๆ มีประโยชน์
ขออนุโมทนาบุญในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษานะคะ
สวัสดีครับครูคิม
สบายดีครับ แต่ไม่ค่อยว่างเดินสายตลอด อิอิ
วันนี้นึกว่าจะว่างก็ถูกตามไปร่วมประชุมด่วนเพราะไม่ครบองค์ประชุม
โครงการ "ใครว่าหนูเป็นลาว" น่าสนใจครับ
ครูคิมก็คงสบายดีนะครับ
สวัสดีครับคุณเมียวดี
ขอบคุณที่นำบุญมาฝาก วันนี้ไปเจอยายขายพวงมาลัยเดินอยู่ข้างถนนก็เลยรับขึ้นรถ แกว่าจะไปซื้อข้าวกล้องที่ห้างโรบินสันก็เลยพาแกไป ซื้อข้าวสองถุง แกอยากซื้อน้ำฝรั่งเป็นกล่องเอาไว้ใส่บาตร กับซื้อขนมปังโฮลวีท ก็เลยควักกระเป๋าจ่ายให้แกและพาแกไปส่งบ้าน แกให้ศีลให้พรยกใหญ่ แบ่งบุญไปบ้างนะ..อิอิ
สวัสดีครับท่านผอ.ประจักษ์
สุขสันต์วันอาสาฬหบูชาครับ
ขอให้สงบ สะอาด สว่าง ครับ
สวัสดีครับครูจิ๋ว
กรุณาอ่านที่ตอบคุณเมียวดี และรับแบ่งส่วนบุญไปด้วยนะครับ
สวัสดีครับป้าแดง
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม
ขอให้มีความสุข สะอาด สว่าง สงบ ในวันอาสาฬหบูชาครับ
..."เรื่องการสื่อสารก็เช่นกันชาวบ้านเขาไม่ดูทีวีไทยเขาดูของมาเลย์ (มาโต้คุณปองจิต จากมะขามป้อม) โรงเรียนสองภาษาก็ทำแล้วมีโรงเรียนนำร่อง (อันนี้โต้ของผม เพราะผมแสดงความคิดเห็นว่าก็ในเมื่อกระทรวงศึกษาธิการให้มีโรงเรียนสองภาษา ไทย-อังกฤษ ไทย-จีน ทำไมไทย-มลายู ถึงทำไม่ได้ การที่คนเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาของเขามันผิดตรงไหน สมัยก่อนพวกผมเป็นเด็กนักเรียนก็ถูกห้ามไม่ให้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุยกันในโรงเรียน แล้วเราก็มาสอนให้ลูกพูดภาษากลางกลัวลูกจะขายทองแดง เดี๋ยวนี้เด็กพังงาภูเก็ต(ทั่วประเทศนั่นแหละ)พูดภาษากลางกับปู่ย่าตายาย พูดภาษาถิ่นไม่เป็น จนเดี๋ยวนี้หลักสูตรท้องถิ่นก็ต้องหันให้เด็กกลับมาพูดภาษาถิ่นกันอีก ก็ให้เขาสอนสองภาษาในโรงเรียนเสียก็หมดเรื่อง)"...
เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ดีมาก เราน่าจะไปเชียร์ พวก อปท.แถบชายแดนใต้ เช่น เทศบาลสุไหงโก-ลก ปาดังเปซา เบตง ให้จัดการศึกษาสองภาษา ไทย-มาลายู หรือถ้ากระทรวงศึกษาธิการกล้า ๆ หน่อย สั่งออกแบบหลักสูตรไทย-มาลายู ทั้ง ๓ จังหวัดไปเลย ครูก็หาไม่ยาก
ตอนนี้มี กอรมน.ภาค 4 อยู่ที่ยะลา ในค่ายสิรินธร มี พตท. อยู่ในค่ายเดียวกัน มีศอบต. ที่ท่านพระนาย เป็น ผ.อ. อยู่ที่ ยะลา มีกำลังตำรวจส่วนหน้า จำชื่อย่อไม่ได้ อยู่ที่ ยะลา
ยังไม่เห็น สำนักงานอัยการแห่งชาติ ส่วนหน้าเท่านั้นครับ
สวัสดีค่ะ
ขอเป็นกำลังใจในการทำงาน