อีกไม่กี่วันก็จะครบขวบปี ที่ผมได้รับหนังสือเล่มเล็ก  “เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข”  จากอาจารย์อ็อด (หรือท่านพี่ของน้องต้อม ที่ตอนนี้เงียบหายไปจาก g2k ค่อนข้างนานเพราะว่ามีงานรัดตัว)

 

บนชั้นหนังสือที่บ้าน

มีหนังสือไม่กี่เล่มที่สามารถหยิบมาอ่านซ้ำๆ ได้ไม่รู้เบื่อ

มีหนังสือไม่กี่เล่มที่ต้องตั้งใจ ตั้งตา อ่านทุกๆ บรรทัด เพราะทุกข้อความล้วนมีความสำคัญ

 

ที่ผมคัดลอกมาบอกต่อนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่อยากเล่าสู่กันฟัง......

 

 

ในหนังสือเล่มนี้ อาจารย์ติช นัท ฮันห์ กล่าวว่า

....จิตสำนึกของเราแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกัน เหมือนบ้านที่มีสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องนั่งเล่น  ซึ่งเราเรียกว่า “จิตสำนึก” ใต้ชั้นนี้ลงไปมีห้องใต้ดิน เรียกว่า “จิตใต้สำนึก” ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยทำ เคยพบ หรือรับรู้ จะถูกเก็บสะสมไว้ในรูปของเมล็ดพันธุ์ไว้ในห้องใต้ดินนี้

 

ในคัมภีร์โบราญ เปรียบจิตสำนึกว่าเป็นทุ่งนาหรือผืนดิน ที่เมล็ดพันธุ์ทุกชนิดจะถูกหว่านลงไปได้ เช่น เมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ทรมาน เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข ความสดชื่น รื่นเริง ความเศร้าโศกเสียใจ ความหวาดกลัว ความโกรธ และความหวัง ส่วนจิตใต้สำนึกนั้นเปรียบเหมือนห้องเก็บของ ซึ่งเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ของเรา เมื่อใดที่เมล็ดพันธุ์อย่างหนึ่งมาปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของเรา มันจะกลับไปยังห้องเก็บของอย่างมั่นคงแข็งแรงขึ้นเสมอ

 

คุณภาพชีวิตของเรานั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมล็ดพันธุ์จิตใต้สำนึกของเรา

 

ขณะที่เราใส่ใจกับบางสิ่งบางอย่างที่สวยและงดงาม  เท่ากับเราได้รดน้ำให้แก่เมล็ดพันธุ์แห่งศานติและความงามในตัวเรา รวมทั้งดอกไม้อันงดงาม ซึ่งเบ่งบานอยู่ในจิตสำนึก

 

ระยะเวลาที่เรารดน้ำให้แก่เมล็ดพันธุ์ จะเป็นเครื่องตัดสินความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์  หากเรารดน้ำให้แก่เมล็ดพันธุ์ที่ดีงาม ด้วยความเอาใจใส่  ย่อมมั่นใจได้ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในตัวเราก็จะเติบโตงอกงามอย่างแข็งแรง เมล็ดพันธุ์อื่นๆ เช่น ความหวาดกลัว และความเจ็บปวด ที่ไม่ได้รับการรดน้ำ ก็จะเหี่ยวเฉา ร่วงโรยไม่สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาได้

 

เมื่อเราพยายามที่จะปลูกดอกไม้ ถ้าดอกไม้งอกงามไม่ดี เราจะไม่ตำหนิหรือต่อว่าดอกไม้ เราจะตำหนิตัวเองที่ไม่ดูแลมันให้ดี 

 

คนรักของเราก็เหมือนดอกไม้ดอกหนึ่ง  หากเราดูแลเขาเป็นอย่างดี เขาก็จะเติบโตขึ้นมาอย่างสวยสดงดงาม  ถ้าเราดูแลไม่ดี ไม่เข้าใจธรรมชาติว่าเขาต้องการน้ำมากน้อยเพียงใด  ต้องการแสงสว่างแค่ไหน  เขาจะสวยงามสดใสขึ้นมาได้อย่างไร.....

 

หันไปสบตาคนข้างๆ นะครับ แล้วถามเธอว่า 

“ที่รัก ฉันเข้าใจเธอดีพอหรือเปล่า?

ฉันรดน้ำให้แก่เมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ทรมานของเธอหรือเปล่า?

ฉันรดน้ำให้แก่เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข สดชื่น รื่นเริงของเธอหรือเปล่า?

โปรดบอกฉันมาเถิดว่าฉันจะรักเธอให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร?

 

เนื่องในวันเข้าพรรษาปีนี้ ขอให้เมล็ดพันธุ์แห่งความสุขของท่านจงเจริญงอกงาม และอย่าลืมเผื่อแผ่แบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างด้วยนะครับ

 

 

.....

..... 

ขอบคุณผู้เขียน

ขอบคุณผู้แปล

ขอบคุณผู้มอบหนังสือให้ผมได้อ่าน

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ

......

......

"เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข"

ติช นัท ฮันห์ เขียน ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์ แปล

ชุดหนังสือสื่อความคิด พิมพ์ครั้งที่ 6 มูลนิธิโกมลคีมทอง