การเสียชีวิตของเด็กมักจะนำความเศร้าโศกมาให้พ่อแม่มากกว่าการเสียชีวิตของพ่อแม่ตัวเอง

เตียง 26 ที่อยู่ท้ายตึก เป็นมุมที่เงียบ...คนไข้ที่อยู่ในระยะสุดท้ายมักจะมาอยู่เตียงนี้และจากไป...จากไป...

ฉันหวั่นๆใจกับน้องน็อต...

คนไข้ที่ใกล้เสียชีวิต...คนที่ทำงานด้านนี้จะดูออก....

น้องน็อตครับ ทรมานไหม...เหนื่อยจัง...จะพูดทีก็เหนื่อย...ต้องดมออกซิเจน...

ท้องบวมโต กินอะไรไม่ได้เลยต้องใส่สายคาจมูกไว้ลดการท้องอืด...ปัสสาวะเองก็ไม่ได้ เจ้ามะเร็งร้ายกระจายไปทุกที่...เจ็บปวด...

ฉันมองดูแม่ที พ่อที...เหนื่อยไหม...ได้พักบ้างไหม...

สงสารน้องเนาะ...ทรมานจัง...

ผู้เขียนสนิทและเป็นที่ปรึกษา ให้กำลังใจดีๆต่อกัน...คนบ้านใกล้กัน จึงง่ายที่จะเริ่มพูดเรื่องยากๆ

เราจะทำอย่างไรดี...จะให้น้องอยู่รพ.จนวาระสุดท้ายหรืออยากกลับบ้าน

พ่อ...อยากกลับบ้านแต่กลัวว่าลูกจะทรมาน...ถ้ามียาไปด้วยก็จะไม่ห่วง...

มันทรมานมากไม่อยากยื้อเขาไว้แล้ว...ปล่อยน้องไปเถิด...

ตอนนี้ก็แค่ไม่อยากให้ลูกทรมาน...

แม่...กลางคืนไม่เลยกล้าหลับเลย...กลัวลูกเป็นอะไรไปแล้วไม่ทันได้ดูใจ...

แม่...ไม่อยากให้มีใครมาซักประวัติ...ไม่อยากจะพูดถึงแล้ว...เหนื่อยใจมากๆเลย...

ถ้ากลับบบ้านกลัวลูกจะทรมาน...หอบมาไม่มีออกซิเจน...ปวดมาจะทำอย่างไร...

นี่ก็เป็นคำพูดบางตอน...ที่นำมาเป็นแง่คิด...

อยากกลับบ้าน แต่ไม่มีความมั่นใจว่าจะดูแลอย่างไร

เราต้องส่งต่อ ประสานกับรพ.ใกล้บ้านมาดูแล...ระยะสุดท้ายของชีวิตก็จะมีความหมาย

คนไข้ได้กลับไปใช้ชีวิตอันน้อยนิด...และเสียชีวิตท่ามกลางญาติมิตร...คงจะดี...

แม่และพ่อรักลูกมากนะ...ได้กอดลาครั้งสุดท้าย...

พี่น็อตได้สั่งเสีย บอกลาน้องชาย...ได้กล่าวอโหสิกรรมต่อกัน...

จะไม่มีอะไรค้างคาใจเลย...พี่ฝากดูแลแม่แทนพี่นะน้อง...

เรารักกันแต่ไม่เคยบอกกันเลย...ตั้งใจเรียนนะน้องชาย...

พี่ทรมานมาก...ลาก่อน.......

การเสียชีวิตที่รพ.มันเหงานะ....