ภาวะผู้นำและการบริหารทีมงาน เพื่อการจัดการระบบสุขภาพ
ภาวะผู้นำไม่จำเป็นต้องมีในคนที่เป็นหัวหน้า แต่จำเป็นต้องมีในทุกคนทุกระดับ ที่สำคัญต้องนำตนเองได้
ภาพลักษณ์ผู้นำต้อง น่าเชื่อถือ (บุคลิกภาพ) เชื่อมือ(ความรู้ ความสามารถ) เชื่อใจ(คูณธรรม)
การบริหารประกอบด้วยการวางแผน ตัดสินใจ จัดองค์กร ออกแบบองค์กรและหาคนให้เหมาะกับงาน
การบริหารยุคใหม่ต้องคำนึงหลายปัจจัย ทั้งเรื่องโลกาภิวัฒน์ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม มีส่วนร่วม มนุษยสัมพันธ์ บุคลิกภาพ คิดสร้างสรรค์ คิดเชิงบวก สิทธิทางปัญญา
บริหารทีม บริหารความเครียด บริหารเวลา นำเสนอ
ภาวะผู้นำที่พึงมี คือมีชีวิตชีวา รักษาน้ำใจคน คล่องแคล่ว เด็ดขาด อดทน รับผิดชอบ ดูสง่า สุขภาพดี สนใจข่าวสาร สุภาพ
ผู้บังคับบัญชาที่ดีคือเห็นใจ เข้าใจ น่าเลื่อมใส ยุติธรรม รับผิดชอบ รักษาประโยชน์ ให้โอกาส รู้จักยกย่อง เรียนรู้ลักษณะที่ดีผู้ใต้บังคับบัญชา การสร้างสัมพันธภาพในการทำงาน ธรรมชาติของคน ศิลปการตำหนิ ปกาศิตนักบริหาร บัญญัติสิบประการของผู้นำ วิธีสร้างเสน่ห์ให้ตนเอง การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น การครองใจคน
ลักษณะการทำงานเป็นทีมที่ดีคืองานสำเร็จตามเป้าหมาย จัดการกันได้ในทีม พัฒนาต่อเนื่อง มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นองค์ประกอบทีมที่มีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสมาชิกทีม ผู้นำ การจัดการ
ขั้นตอนการสร้างทีม ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทีม การสร้างความผูกพันในทีม และอาการแสดงว่าต้องพัฒนาทีมงาน
อ.วิจารณ์ พานิช พูดถึงแพทย์ชนบทจึงขอยกมาให้พวกเราได้อ่านกันดูครับ
เรื่องดีวันละเรื่อง : ชมรมแพทย์ชนบท
ชมรมแพทย์ชนบทเป็นการรวมตัวของคนในวิชาชีพ การรวมตัวแบบนี้มีวัตถุประสงค์ ๒ ด้าน คือด้านหนึ่งเพื่อความเข้มแข็งของวิชาชีพ ให้คนในวิชาชีพได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อีกด้านหนึ่ง เพื่อรวมตัวกันทำประโยชน์สาธารณะ องค์กรวิชาชีพบางวิชาชีพเน้นวัตถุประสงค์ด้านแรกเสียจนละเลยข้อหลัง กลายเป็นการรวมกลุ่มเรียกร้อง หรือต่อรองผลประโยชน์เป็นหลัก หากเกิดสภาพเช่นนี้ วิชาชีพนั้นก็จะเสื่อมความนับถือจากสังคม
ชมรมแพทย์ชนบททำหน้าที่ทั้ง ๒ ด้าน โดยเน้นผลดีต่อสังคมวงกว้างเป็นหลัก ไม่ใช่มุ่งผลประโยชน์ของกลุ่มหรือวิชาชีพเป็นหลัก นอกจากนั้น ยังทำหน้าที่จรรโลงคุณธรรมจริยธรรมในสังคมวงกว้าง ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม ไม่ซื่อสัตย์สุจริต และความเหลื่อมล้ำในสังคม จนเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญโดยทั่วไป
เมื่อวานนี้ (๒ ธ.ค. ๕๑) ผมได้รับแจกหนังสือ ผลการดำเนินงานชมรมแพทย์ชนบทรุ่นที่ ๒๒ ปี ๒๕๕๑ มี นพ. เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ นพ. อารักษ์ วงศ์วรชาติ และ นพ. พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เป็นบรรณาธิการ มีความหนาถึง ๗๙๔ หน้า ผลงานที่สำคัญเช่น การแสดงจุดยืนสนับสนุนการ ซีแอล ยา และยื่นถอดถอน รมต. นายไชยา สะสมทรัพย์ การเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนเพื่อหาทางออกทางการเมือง การแก้ปัญหาฟ้องร้องแพทย์ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแพทย์ในชนบท การรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ การสร้างเจตนคติที่ดีต่อการทำงานในชนบทแก่นักศึกษาแพทย์ เป็นต้น
ผมได้มีโอกาสประชุมกับแพทย์ชนบทอาวุโส ๑๐ คน ในวันนั้น และเห็นชัดเจนว่า สังคมไทยมี “เพชร” หรือ “สินทรัพย์” อยู่ในรูปของคนที่มีอุดมการณ์ ทำงานเพื่อประโยชน์ของเพื่อนร่วมชาติ ในพื้นที่ห่างไกล เป็นคนที่มีจริตและทักษะที่จะทุ่มเทอุทิศตนให้แก่งาน ไม่เน้นการแสวงหาผลประโยชน์และลาภยศใส่ตัวเป็นที่หนึ่ง ทำให้เขาอยู่ทำงานติดพื้นที่ สั่งสมประสบการณ์มหาศาล ทั้งเชิงวิชาชีพ และเชิงระบบ เรากำลังช่วยกันใช้เครื่องมือ KM เพื่อ “ขุดแร่” และ “ถลุงแร่” ซึ่งก็คือความรู้ปฏิบัติ ที่ลึกถึงระดับคุณค่า ระดับจิตใจ จากคนเหล่านี้
ชมรมแพทย์ชนบท ทำหน้าที่ให้แก่สังคมในฐานะกลไกการรวมตัวกันในแนวราบ หรือเป็นเครือข่าย ช่วยเสริมส่วนที่กลไกแนวดิ่งแบบราชการไม่สามารถบรรลุได้ และในสภาพที่สังคมส่วนอำนาจอ่อนล้าหมดพลังจากความฉ้อฉลของคนที่เข้ามาถืออำนาจรัฐ องค์กรสังคมแบบชมรมแพทย์ชนบทได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นกลไกที่ช่วยค้ำจุนสังคมได้ อย่าง ดียิ่ง น่าจะเกิดกลไกแบบนี้ในวิชาชีพอื่นๆ บ้าง
ชมรมแพทย์ชนบท ถึงกับเสนอ “การเมืองใหม่” ที่เป็นการเมืองภาคประชาชน ที่คนที่เป็นข้าราชการก็เป็นประชาชน จึงมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นควบคุมหรือต่อต้านรัฐบาลได้ หากเป็นรัฐบาลที่ฉ้อฉลหลอกลวง
วิจารณ์ พานิช
๓ ธ.ค. ๕๑