สอนเรื่องการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ หรือandragogy
การเรียนรู้หมายถึงการใช้ประสบการณ์ สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ลงมือปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล
องค์ประกอบการเรียนรู้ประกอบด้วยหลักสูตร ผู้สอน ผู้เรียน สภาวะแวดล้อม และมีการประเมินผล
หลักการเรียนรู้ด้วยตนเองคืออยากเรียน มีความพร้อม ยอมเปลี่ยน ใช้ประสบการณ์ ดำเนินการเอง ตนเองแหล่งเรียนรู้ คิดเอง ร่วมมือ มีวิวัฒนาการ
ลักษณะความเป็นผู้ใหญ่ ๔ ประการคืออายุ ปัญญา จิตใจ สังคม
วุฒิภาวะคือการพัฒนาคน โดยการปรับตัว เพื่อขจัดความขัดแย้ง
เกณฑ์วัดวุฒิภาวะคือคิด ทำ รับรู้ความจริง รู้ตนเองอย่างกว้างขวาง สัมพันธ์ผู้อื่นได้ อารมณ์มั่นคง รู้จุดมุ่งหมาย ดำเนินชีวิตเหมาะสม
ธรรมชาติของผู้ใหญ่คือมีความต้องการ มากประสบการณ์ ปรารถนาทำสิ่งยาก อยากเรียนรู้ ผู้ใหญ่จึงต้องการความอิสระคือตัดสินใจเอง ทำเอง
ลักษณะพิเศษของนักศึกษาผู้ใหญ่คือต้องการยอมรับ บังคับไม่ชอบ มอบกำลังใจ อาศัยความร่วมมือ
สรุปการสอนผู้ใหญ่ที่ผู้สอนควรรู้คือกำหนดพฤติกรรมปฏิบัติ บอกความจำเป็น บอกแผน บอกการวัดผล สื่อ สิ่งแวดล้อมเหมาะสม สอนด้วยใจ
สมรรถนะที่จำเป็นในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ที่ต้องมีในผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ
สมรรถนะคือบุคลิกลักษณะของบุคคลที่สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ความเชื่อและอุปนิสัยที่แสดงออกมาจากการทำงาน สามารถวัดและสังเกตุได้
สมรรถนะหลักที่จำเป็นสำหรับนักบริหารประกอบด้วย ๔ กลุ่ม ๑๒ ด้านดังนี้ ๑.การบริหารคน (การปรับตัวยืดหยุ่น ทักษะในการสื่อสาร การประสานสัมพันธ์)๒.ความรอบรู้ในการบริหาร(การบริหารความเปลี่ยนแปลง มุ่งจิตบริการ การวางแผนกลยุทธ์) ๓.การบริหารมุ่งผลสัมฤทธ์(รับผิดชอบตรวจสอบได้ การทำงานบรรลุผลสัมฤทธ์ การบริหารทรัพยากร)๔.การบริหารมืออาชีพ(การตัดสินใจ การบริหารเชิงกลยุทธ์)
สมรรถนะหลักด้านบริหารสุขภาพคือทักษะพื้นฐานด้านสุขภาพ การวิเคราะห์ การพัฒนานโยบาย สังคม บริหารยุทธศาสตร์ การสื่อสาร การจัดการ
วิวัฒนาการด้านการบริหารจัดการเริ่มจากแบบเน้นเป้าหมาย เน้นกระบวนการ สร้างความสัมพันธ์ และสร้างสรรค์นวตกรรมใหม่
การจัดการในยุคแรกจึงเน้นการแข่งขันต้องใช้ทักษะด้านการผลิตและอำนวยการ ยุคเน้นกระบวนการต้องใช้ทักษะการควบคุมกำกับ และประสานงาน ยุคอาศัยความร่วมมือใช้ทักษะครูพี่เลี้ยง และเอื้ออำนวย ยุคการสร้างสรรค์อาศัยทักษะด้านความคิดริเริ่มและคนกลาง
๘บทบาท
๑.ครูพี่เลี้ยง mentorต้องเข้าใจตนเองและผู้อื่น สื่อสารมีประสิทธิผล พัฒนาบุคลากร
๒.ผู้เอื้ออำนวย facilitatorต้องสร้างทีมงาน ตัดสินใจมีส่วนร่วม จัดการความขัดแย้ง
๓.ผู้ควบคุมกำกับ monitor ต้องจัดการสารสนเทศด้วยการคิดเชิงวิพากษ์ จัดการสารสนเทศด้านปริมาณงาน จัดการกระบวนการหลักในการทำงาน
๔.ผู้ประสานงาน coorperator ต้องจัดการโครงการ ออกแบบงาน จัดการงานในหน้าที่หลากหลาย
๕.ผู้อำนวยการdirector ต้องพัฒนาการสื่อสารวิสัยทัศน์ กำหนดเป้าหมายวัตถุประสงค์ ออกแบบจัดระเบียบ
๖.ผู้ผลิต producerต้องทำงานอย่างมีผลิตภาพ สนับสนุนสิ่งแวดล้อมในการทำงาน จัดการเวลาและความเครียด
๗.ผู้ริเริ่ม innovatorต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลง คิดสร้างสรร จัดการความเปลี่ยนแปลง
๘.คนกลาง brokerต้องสร้างและรักษาฐานอำนาจ เจรจาข้อตกลงและรักษาพันธสัญญา นำเสนอความเห็น
การสร้างแรงบันดาลใจจากสุขภาพพอเพียง
ในช่วงนี้มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่พิจารณาแล้วไม่น่าสร้างสรรค์ ผมจึงตัดสินใจว่าฉบับนี้ เรามาคุยเรื่องสร้างสรรค์ กันดีกว่า เรื่องไม่สร้างสรรคุยโอกาสต่อไปก็แล้วกันครับ
ช่วง 2-3 เดือนก่อนปิดต้นฉบับนี้ ผมมัวง่วนอยู่กับเข้าฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ทราบแนวคิดทฤษฎีการบริหารทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก ขณะเดียวกันก็ทำให้พบว่าเราโชคดีเหลือเกินที่ได้มีโอกาสฝึกทักษะจากการเป็นผู้บริหารในระดับหนึ่งมาก่อนและได้ใช้หลักการที่กำหนดไว้ในทฤษฎีแบบไม่รู้ตัวมาก่อนมากมาย ทำให้การเรียนรู้และฝึกทักษะครั้งนี้ไม่ลำบากอย่างที่บางคนรู้สึก
หลังจากนั้นได้มีโอกาสศึกษาหลักสูตรพัฒนาสุขภาพชุมชน(ผู้นำการจัดบริการปฐมภูมิ) ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(โดยมีนพ.ดร.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์และคณะ เป็นโต้โผใหญ่) ซึ่งเป็นหลักสูตรปริญญาโท ที่ได้รับการสนับสนุนจากสปสช.และกระทรวงสาธารณสุข
หลักสูตรนี้เป็นเหมือน On The Job Training ซึ่งชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกันร่างหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพวกเราโดยเฉพาะ ( หลักสูตรคล้ายๆกันนี้มีของม.มหิดล และม.นเรศวรด้วย แต่อาจต่างกันเล็กน้อย) ปรากฎว่ามีนักเรียนรุ่นอาวุโสมาเข้าเรียนที่นี่กว่า 20 คน(จากทุกภาค) โดยนอกจากการเรียนภาคทฤษฎีแบบผู้ใหญ่และให้ศึกษามาล่วงหน้าแล้ว ยังได้มีอากาสรับฟังอาจารย์ ปราญ์ชาวบ้าน ผู้นำในชุมชน ชนบท เขตเมือง ถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟังอย่างจับใจ
วิชาแรกที่เรียนคือ Health System Management ได้ทำให้เห็นว่าประเทศใดที่ให้ความสำคัญกับ Primary Care เช่นประเทศอังกฤษ สเปน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ประเทศนั้นก็ทุกข์น้อยที่สุด มีความสุขมากที่สุด ส่วนประเทศใดไม่สนใจ Primary Careเช่นประเทศอเมริกา ก็จมปลักกับความทุกข์ ค่าใช้จ่ายมหาศาลแต่การฟ้องร้องกลับหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
ต่อมาได้มีโอกาสไปรับฟังคุณหมออภิสิทธิ์ และคุณหมอทานทิพย์ ธำรงวรางกูร อดีตนักเรียนเหรียญทองรามาธิบดี แต่กลับลุ่มหลงในชนบท อย่างชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ได้เล่าแรงบันดาลใจ ประสบการณ์ชีวิต และความสุขที่ดื่มด่ำได้อย่างแท้จริง รวมถึงการตกผลึกของการแก้ปัญหาสุขภาวะที่จะคิดเพียงเรื่องโรงพยาบาล แพทย์ ยาแค่นี้ไม่ได้ จนคิดในใจว่าอยากให้นักธุรกิจในเสื้อกาวน์บางคนได้มารับฟัง แผ่นดินประเทศไทยก็น่าจะสูงขึ้นไม่น้อย
ต่อมาคุณหมออภิสิทธิ์ ได้พาเราไปพบ ปราชญ์ชาวบ้าน ชื่อว่า Martin Wheeler(ท่านอ่านไม่ผิดครับ) ปราชญ์ชาวบ้านท่านนี้ บรรยายให้เราเป็นภาษาลาวครับ(ภาษาอีสานครับ) เดิมเป็นคนมีอันจะกิน และเป็นนักศึกษาเคมบริดจ์ แล้วโอนย้ายไปเรียนปรัชญาภาษาลาติน(ในประเทศอังกฤษ) จนได้เหรียญทอง และมาเที่ยวเมืองไทย และมาเยี่ยมแม่ภรรยาที่อำเภออุบลรัตน์ จนกลับกลายเป็นลุ่มหลงเสน่ห์ของชนบท และวิถีชีวิตคนไทยจนถอนตัวไม่ขึ้น
Martin ลุ่มหลงการทำนา ปลูกป่า และวิถีชิวิตคนไทยมาก จึงเปลี่ยนสถานะจากผู้ดีอังกฤษมาเป็นฝรั่งทำนาเว้าลาว และเป็นปราชญ์ชาวบ้านของไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เชื่อได้ว่าใครก็ตามที่ได้มีโอกาสฟัง Martin พูดถึงศักยภาพของชนบทไทย จะรู้สึกรักประเทศไทยและชนบทอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน
ลองมาดูบางมุมที่ Martin เปรียบเทียบให้เราเห็นว่าประเทศอังกฤษเทียบไม่ได้เลยกับประเทศไทยสิครับ เช่น เราบอกว่าคนชนบทยากจนแต่มีที่มากมายและมีบ้านเป็นของตนเอง แต่คนอังกฤษหาคนมีที่ของตนเองยากมาก และหากคิดจะมีบ้านเป็นของตนเองก็ต้องผ่อนไม่น้อยกว่า 25 ปี คนไทยมีอาหารที่สุดยอด เพราะปลูกข้าวปลูกผักเลี้ยงสัตว์ ปลอดสารพิษกินเองได้ แต่ฝรั่งกินแต่อาหารขยะ อากาศก็บริสุทธิ์กว่า สังคม ครอบครับก็ดีกว่าแบบทาบไม่ติด หากไม่หลงทางไปทำลายและใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า ก็สามารถอยู่กับธรรมชาติย่างมีความสุขได้ คุณหมออภิสิทธิ์ คุณหมอทานทิพย์ Martin และปราชญ์อีกหลายๆคน ในหมู่บ้านคำปลาหลาย ซึ่งเคยเป็นหมู่บ้านที่ยากจนที่สุด แห้งแล้งที่สุด จึงได้ร่วมกันค้นพบสัจธรรมในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง นำไปสู่การร่วมทำเกษตรผสมผสาน ทำป่าชุมชน และได้บูรณาการไปถึงระบบสุขภาวะให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่าหากหมอท่านใดได้มาฟัง Martin พูด หากไม่มีกิเลสครอบงำมากจนเกินไป ก็อาจเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและค้นพบสัจธรรมอะไรบ้างไม่มากก็น้อย
ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่ Martin ซึ่งอยู่เมืองไทยมา 17 ปีแล้วบอกว่า ลูก 3 คนของ Martin เขาไม่เคยสอนและพูดภาษาอังกฤษ ด้วยเลย และลูกสาวขณะนี้เรียนด้านนาฏศิลป์ และบอกว่าจะอยู่เมืองไทยตลอดไป ในฐานะ อศม.(อาศัยเมีย)
อีกหนึ่งวันเราได้มีโอกาสดูงานและแลกเปลี่ยนกับ ศูนย์สุขภาพชุมชนในเขตเมือง เทศบาลนครขอนแก่น และได้มีโอกาสรับฟังการบรรยายของคุณพีรพล พัฒนพีรเดช นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ไม่น่าเชื่อว่าคนหนุ่มๆที่เราเห็นนั้นจะเป็นนายกเทศมนตรีมา 10 ปีแล้ว และมีวิสัยทัศน์ และวัตรปฏิบัติที่เหลือเชื่อมาก มีการตกผลึกในแนวคิด มองทะลุปัญหาแต่ละด้านอย่างทะลุปรุโปร่ง ร่วมกับการใช้ Lateral Thinking มาใช้อย่างไม่มีขีดจำกัด มองสรรพสิ่งอย่างเชื่อมโยง
เมื่อเราประเมินผล ทุกคนกลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คงเสียใจมาก หากตัดสินใจไม่มาเรียนที่นี่ เพราะนอกจากได้ความรู้แล้ว ยังได้แรงบันดาลใจอย่างไม่อาจประมาณค่าได้
สุดท้ายจึงอยากเชิญชวนพวกเราทุกคนมาร่วมงานประชุมชมรมแพทย์ชนบทประจำปี 2552 ในวันที่ 10-11 กันยายน 2552 ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต ครับ และแน่นอน วิทยากรที่ผมเล่าให้พวกท่านฟังในฉบับนี้หลายท่านจะไปเล่าให้พวกท่านฟังบ้าง เพราะแรงบันดาลใจไม่มีขายอยากได้ต้องมาฟังเองครับ
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ
ประธานชมรมแพทย์ชนบทรุ่นที่ 22-23