วันที่ 2 กค.52

ฉันได้รับเชิญจากผอ.กศน.สมุทรสาคร ให้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครู และบุคลากรทางการศึกษาของกศน.สมุทรสาคร ในเรื่องการจัดการความรู้ กศน.สมุทรสาคร และโชคดีได้มีโอกาสฟังความในใจของท่านนายก อบจ.จังหวัดสมุทรสาคร นายอุดร  ไกรวัฒนุสรณ์ คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาความรู้ให้แก่ประชาชน

                                                           

มีคำพูดอยู่คำหนึ่งที่ฉันประทับนั่นคือ" ข้อมูลการทำงานของผมมาจากประชาชน สิ่งที่ผมทำ

ผมทำให้ประชาชน แต่ที่บางคนไม่พอใจเพราะการทำงานเพื่อประชาชนของผม

 มันไปกีดขวางความสะดวก สบายในชีวิตประจำวันของเขา เขาก็ด่าเอา แต่ผมเห็นเป็นเรื่องปกติ

 ประโยชน์ใครได้รับก็ว่าดี และในเรื่อง

ในเรื่องการจ้างครูสมุทรสาครเราใช้งบจ้างครูปีละ 23 ล้านบาท"

ฉันฟังแล้วร้องในใจว่าเยอะจัง นายกอบจ.จังหวัดสมุทรสาครยังกล่าวต่อไปว่า

"เงินจำนวน 23 ล้านบาท สามารถสร้างอาคารเรียนได้

หนึ่งหลังสบายๆ 

แต่หากเราไม่จ้างครู

ครูที่ทำงานอยู่จะเหนื่อยล้าไปอีกหลายร้อยคน 

 แต่ก็ไม่เท่ากับนักเรียนจำนวนมาก

ที่ต้องเสียโอกาสความเท่าเทียมกัน"

ตรงนี้ท่านก็พูดถูก เพราะครูหลายๆคนต้องวิ่งสอนนักเรียนหลายๆชั้น ในชั่วโมงเดียวกัน

ซึ่งข้อมูลตรงนี้ก็ตรงกับที่ท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่

จ.สมุทรสาคร

ท่านได้พูดถึงบ่อยๆ และได้แก้ปัญหาเสร็จเรียบร้อยไปแล้วหลายโรงเรียนเช่นกัน

ฉันนึกถึงภาพการเคลื่อนตัวของสิ่งๆหนึ่งที่อุ้ยอ้าย

เพราะความหนาแน่น การขับเคลื่อนบางอย่างทำได้ช้ามาก

อาจเป็นผลมาจากองค์กรที่ใหญ่เกินไป ขาดความคล่องตัว งานนี้เห็นใจทุกฝ่าย

หากย่อยให้เล็กลง คงทำให้การขับเคลื่อนเร็วขึ้น

 แต่องค์กรที่น้อยลงก็ขาดกำลังการขับเคลื่อนอีกนั่นแหละ

แนวทางแก้ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่การดึงจุดแข็งขององค์กร

 มาร่วมพลัง ร่วมมือกัน ในการขับเคลื่อน

พอมาถึงตรงนี้ฉันนึกถึงการนำKM มาใช้ก่อนที่จะนึกถึงMK เพราะท้องเริ่มร้องเสียงแปลกๆ

ฉันนึกถึงโรงเรียนที่ฉันสอน

ดูภายนอกก็ว่าอาคารสวยงาม ร่มรื่น น่าอยู่ เพราะพวกเราช่วยกันรักษา

 โดยเฉพาะเพื่อนครูชัชวาลย์ที่ขยันทาสี ตอกตะปู ซ่อมส่วนที่ชำรุดได้เกือบทุกวัน

อีกทั้งยังครูปราโมทย์ที่ช่วยกันดูแลซ่อมหน้าต่างประตู จำกัดปลวก

จนยากำจัดยอมแพ้มันไปหลายยี่ห้อแล้ว

ไม่รู้ว่าวันใดมันจะพังลงมา มันเป็นอาคารไม้ แต่ปลวกก็ขยันกัดกินจนข้างในกลวงเกือบหมด

หากได้สักหลังหนึ่ง เราคงไม่มีคำว่าเสียวอยู่ในใจเมื่อนึกถึงอาคารเรียนที่ปลวกยึดครอง

อีกประเด็นหนึ่งที่เราพูดคุยกันคือการร่วมกันพัฒนาด้านจิตใจ พัฒนาองค์ความรู้

สนับสนุนการให้การศึกษาของเด็ก

 และการดึงภาคเอกชนเข้มมาร่วมจัดการเรียนรู้

ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ

 ช่วยกันขับเคลื่อนให้ครบวงจร ครูๆอย่างฉันก็มีความสุขขึ้นมาอีกกอง

ก่อนลาจากกันก็มีการมอบกระเป๋าของชาวกศน.สมุทรสาครไว้เป็นที่ระลึก

โดยผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระบบ

และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสมุทรสาคร  ท่านพยุศักดิ์  บำรุงรัฐ(เสื้อเหลือง)เป็นผู้มอบ

ฉันดีใจมาก

เพราะกระเป๋าเรียนใบเก่าเมื่อปีที่แล้วของเด็กชายกิตติ

มันเพิ่งจะขาดจนแทบจะเก็บหนังสือไม่อยู่แล้ว แม้เราจะได้ช่วยกันซ่อมเย็บให้แล้วก็ตาม

ชาวกศน.สมุทรสาคร รับกุศลร่วมกันอีกนิดนะคะ

ฉันกลับเข้าโรงเรียนอีกครั้งในภาคบ่าย

เพื่อสอนหนังสือเด็กน้อยและนำเรื่องกระเป๋าไปบอกกิตติเด็กน้อย

และเพื่อนๆร่วมแสดงความยินดี

พรุ่งนี้เช้าฉันมีชั่วโมงว่าง

 และในภาคบ่ายโรงเรียนจัดกิจกรรมแห่เทียนจำนำพรรษา

ฉันไม่ได้ร่วมแต่ได้ร่วมทำบุญปัจจัยไปแล้วเพราะฉันต้องมา

จัดกิจกรรม

แชร์ประสบการการเรียนรู้ทางออนไลน์กับGOTOKNOW

และเรียนรู้ทางออนไลน์กับอ.ขจิต  ฝอยทองให้กับชาวกศน.สมุทรสาคร

ขอบคุณค่ะ