ได้มีโอกาสสอนหัวข้อการแปลผลทางห้องปฏิบัติการเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารวมแล้ว 4 ชั่วโมง เหนื่อยมากกับการเตรียมการสอน เพราะเวลาในแต่ละวันมีน้อยเหลือเกิน ทำงานประจำทั้งวัน แต่ก็ผ่านมาด้วยดี ประเมินคร่าวๆจากการตอบคำถามของนักศึกษาในชั่วโมงสุดท้ายและจากกระดาษที่ให้พวกเขาแปลผลกรณีศึกษาและโน้ตเรื่องราวที่เรียนเพื่อใช้ในการแปลผลแล็บ

สอนนักศึกษาบ้านเราแล้วก็นึกย้อนอดีตเมื่อตอนที่ไปเรียนต่อโท-เอกที่ออสเตรเลีย ทำให้ได้เป็นทั้งนักเรียนในช่วงปีแรกๆ ได้เรียนบางวิชาในห้องเล็คเช่อร์พร้อมกับนักศึกษาแพทย์และเภสัชของเขา บอกได้ว่าบรรยากาศในการเรียนต่างกันมากกับบรรยากาศในบ้านเรา นักศึกษาเราพร้อมที่จะดูดเอาความรู้ที่คนสอนส่งมาให้ ในขณะที่นักศึกษาออสซี่ที่เคยพบ จะช่างสงสัย เรียนแบบอยากรู้อยากเห็นมากกว่า ผู้สอนจะต้องตอบคำถามบ่อยกว่า มีการโต้ตอบกันมากกว่านักศึกษาไทย น่าจะเป็นผลมาจากวัฒนธรรมและระบบการเรียนตั้งแต่เด็กๆด้วย ไปนั่งเรียนร่วมกับเขาแล้วเราก็พลอยสนุกไปด้วย

เมื่อตอนที่เราต้องเป็นติวเตอร์และมีสอนแล็บตอนที่เรียนเอก 2 ปีสุดท้ายให้นักศึกษาของเขา ก็พบว่าเป็นคนสอนนักศึกษาออสซี่ก็สนุกไม่เบื่อเลย เพราะเขาจะไม่ตั้งท่าดูดซับจากเราท่าเดียว ส่วนใหญ่จะช่างสงสัย ช่างคิดช่างถาม เห็นได้ค่อนข้างชัดว่าเขาเรียนเพราะอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเด็กไทย อยากเห็นบรรยากาศอย่างนั้นในเด็กบ้านเราจริงๆ

ตั้งใจไว้ก่อนแล้วว่า อยากเป็นคนสอนแบบที่ชวนให้คนเรียนคิดไปด้วย สมัยเป็นนักเรียน นักศึกษาจะเป็นคนที่จดเล็คเชอร์ได้เก่งมาก เพราะมักจะอ่านมาก่อนแล้วว่าอาจารย์จะสอนอะไร แต่ไม่เคยอยากเป็นคนสอนเลย เพราะคิดว่าไม่ชอบวิธีการเรียนการสอนที่มีอยู่ในบ้านเรา เมื่อได้กลับมาทำงานสอนครั้งนี้ เลยตั้งใจไว้เลยว่า จะพยายามไม่สอนแบบที่เคยเห็นๆมา อยากให้นักศึกษารู้จักเชื่อมโยงและใช้ความคิดมากกว่าแค่มาดูดเอาเรื่องราวที่เรียนไปจากเรา ซึ่งจริงๆแล้วเนื้อหานั้น ถ้าอยากรู้ก็หาอ่านเอาได้จากตำรามากมายอยู่แล้ว ผลจากการได้สอนครั้งนี้บอกได้ว่าได้เห็นนักศึกษาไม่ต่ำกว่า 3 คนที่ทำให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่อยากเห็น แสดงว่าวิธีการสอนก็น่าจะมีส่วนช่วยให้คนเรียนเปลี่ยนวิธีเรียนเหมือนกันค่ะ