เดิมไม่เคยพิสมัยอาชีพราชการ  เพราะกรอบเยอะ  อยากจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นอาชีพอิสระ  เพราะไม่ได้หวังความร่ำรวยเนื่องจากไม่เคยรวยมาก่อน ทำอย่างไรก็ไม่มีวันรวย ขอเพียงแค่มีกินมีใช้ไม่ขัดสนก็พอใจ  เมื่อชีวิตหักเหต้องมารับราชการ "ครู" มีความคิดเช่นเดียวกันคือทำหน้าที่รับผิดชอบให้คุ้มกับเงินเดือนของแผ่นดิน 

       เกิดความรักในอาชีพขึ้นมามากน้อยแค่ไหนไม่ทราบได้  จึงมีความตั้งใจว่าจะขออยู่รับใช้เด็ก ๆ จนกระทั่งครบกำหนดเกษียณอายุราชการ  หากมีใครมาถามเกี่ยวกับการลาออกหรือถามว่าคิดจะลาออกไหม ฉันรู้สึกไม่พอใจนิด ๆ  และมีความตั้งใจว่า  ถึงแม้จะเกษียณก็จะไปช่วยสอนโรงเรียนเดิม  เพราะมีเงินเดือนข้าราชการบำนาญอยู่แล้ว

       เมื่อโรงเรียนปิดภาคเรียนคราใด  จะมีโครงการระยะยาวแบบฝัน ๆ ทุกครั้งคือการพยายามที่จะมุ่งพัฒนาให้เด็กมีผลการเรียนระดับชาติที่ดีกว่าเดิม แต่ก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง  เดือนมีนาคม ๒๕๕๒ คิดและตัดสินใจได้ภายในไม่เกิน ๕ นาทีว่า "ผลการประเมินระดับชาติปีนี้ก็ไม่ดี  เพราะไม่เคยติวข้อสอบภาษาอังกฤษให้เด็ก  สาระอื่น ๆ เขาติวเข้ม  แต่ฉันไม่สนใจที่จะติว ฉันเสียดายเวลาที่จะสอนให้เด็กได้รู้และเข้าใจ" ผลการประเมินย่อมทำให้โรงเรียนเสียหน้าก็ว่าได้ รวมไปถึงเป็นการฉุดรั้งอันดับของสำนักงานเขต ฯ อีกด้วย  และอีกประการหนึ่งคิดว่าถ้าฉันลาออกเงินเดือนของฉันสามารถไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูบรรจุใหม่ได้ตั้ง ๖ คน 

        ฉันจึงยื่นในลาออกจากราชการต่อผู้อำนวยการโรงเรียน  ในวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒  และขออนุญาตลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงระยะเวลาปิดภาคเรียนจะได้ไม่กระทบกระเทือนต่อความเสียหายของเด็กและโรงเรียน 

       ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่เคยถามฉันสักคำว่า  ทำไมต้องการลาออก และไม่ส่งใบลาไปที่สำนักงานเขตพื้นที่ เพียงแต่บอกกับครูในโรงเรียนว่า "ตกใจและนอนไม่หลับ ขอให้เพื่อนครูมาพูดกับฉันว่าขอให้อยู่ช่วยกันก่อน"  ต่อมามีคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ใหญ่บ้านได้มาคุยด้วย  ถามเกี่ยวกับความคับข้องใจ ฉันตอบง่าย ๆ และสั้น ๆ ว่า "อยากจะพักผ่อน"  และถ้าได้ลาออกจากราชการจริง ๆ ฉันก็จะไม่ทำอะไรที่เป็นค่าจ้างเงินเดือน จะอยู่เฉย ๆ เป็นคนไร้ค่าไม่ต้องทำให้ผลการประเมินการศึกษาระดับชาติเขาเสียหายอีกต่อไป  หยุดกินอุดมการณ์เปลี่ยนไปกินผักข้างรั้วแทนก็อาจสุขใจกว่า

       เพื่อนครูที่ทราบข่าวของฉันจะโทรมาเตือนให้ยั้บยั้ง  หรือบางคนก็บอกว่าควรจะรอโครงการเกษียณก่อนกำหนดในเร็ว ๆ นี้แถมได้เงินเพิ่มอีกตั้งหลายแสน  คราวนี้ฉันไม่เคยทราบเลยว่ามีโครงการเกษียณอายุ  จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อคนหนึ่งโทรมาบอกว่าเขาได้ลาออกตามโครงการฯ และจะหมดกำหนดวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ นี้  เพื่อนคนนี้ย้ำว่า "คิม..เธอไม่ควรลาออกนะ"  วันที่ ๒๙ และ ๓๐ มิถุนายน คือเมื่อวานและวันนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดคุยอะไรเลย และข้อประชุมประจำเดือนท่านข้ามเรื่องนี้ไป 

      วันนี้ฉันได้รับโทรศัพท์จากผู้ปรารถนาดีหลายท่านคือเพื่อน ๆ น้อง ๆ และผู้บริหารฯ มาถามไถ่และให้ข้อคิดเกี่ยวกับการลาออกของฉันและทุกท่านบอกว่า"ยังไม่ควรลาออก"และน้องสาวชาวบล็อกคนนี้   P ครู ป.1 ได้โทรศัพท์ไปหาเมื่อเวลา ๑๔.๒๐ น.ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้มากมายและ.."เมื่อเราออกมาแล้วเราอาจจะทำอะไรไม่ได้เหมือนที่เราคิดนะคะ  พี่คิม"...

      ขอขอบพระคุณผู้ปรารถนาดีทุกท่านที่ได้ให้กำลังใจ และให้ข้อคิดข้อเตือนใจ  จะไม่ลืมพระคุณตลอดไป และหวังว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะได้ทักทายและสนทนากับผู้อำนวยการโรงเรียนเหมือนปกติเช่นเคย..เพราะล่วงเลยเวลาการยื่นใบลาออกแล้วค่ะ