ครั้งแรก...ของฉัน

narrative medicine

ครั้งแรก...ของฉัน

         ไกลโครตๆ ไม่เห็นจะอยากไปเลย ทำไมต้องเป็นกูด้วยวะ กูเครียด   เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน แต่มันยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัวของฉันตลอดเวลา หลังจากสิ้นเสียงประกาษิตของพี่หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล ที่บอกให้ฉันไปอบรมหลักสูตร Narrative Medicine ซึ่งพรพ.จัดขึ้นที่สวนสามพราน จ.นครปฐม ระยะเวลาถึง 3วัน 3คืน ฉันฟังแล้วอึ้งกิมกี่ ให้ไปคนเดียวเหรอคะพี่ ถามย้ำอีกครั้ง ในใจแอบลุ้นอยู่ลึกๆ อึมคนเดียวแหละ หลักสูตรเค้าดีมากนะ เดี๋ยวพี่ส่งชื่อไปให้เลยละกัน กลับมาจะให้เวทีทำ KMเจ้าหน้าที่รพ. เราเป็นหัวเรื่องนี้เลยละกัน นี่ถ้าพี่ไม่ติดธุระคงไปเองแล้วล่ะ  ไปนะ พี่เชื่อว่าเราทำได้แกพูดเองเออเองสรุปเอาเองเสร็จสรรพ  ฉันก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ  พี่หัวหน้าพยาบาลเดินออกจากแผนกไปแล้ว แต่ฉันยังคงยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์สะกด พอรู้สึกตัวฉันเอื้อมมือไปหยิบหนังสือเชิญอบรมขึ้นมาอ่าน และได้ยินเสียงถอนหายใจของตัวเองชัดเจน

        ฉันนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงหลายรอบ สุดท้ายลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่าง สายลมอ่อนๆพัดเอื่อยๆลอยมาปะทะผิวตัว ฉันสูดหายใจเข้าเต็มที่แล้วปล่อยออกมาช้าๆ ความรู้สึกเริ่มผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นึกถึงคำพูดของพี่หัวหน้าพยาบาลที่พูดกับฉันเมื่อตอนเช้านี้ แล้วฉันจะไปนครปฐมโดยวิธีไหนดีนะ   เอาล่ะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะขับรถไปเองเป็นไงก็เป็นกัน  ฉันกลับเข้ามานั่งที่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ ค้นหาเส้นทางจากลำปางไปยังนครปฐม ไปได้ตั้งหลายทาง สุดท้ายฉันเลือกเส้นทางหนึ่งที่คิดว่าง่ายที่สุด ใกล้ที่สุด และหวังว่าฉันคงจะไม่หลงทาง ปิดคอมพิวเตอร์แล้วกลับขึ้นมานอนบนตียงอีกครั้ง คราวนี้ฉันหลับสนิทยาวจนถึงเช้า

        ท้องฟ้าเช้าวันนี้ดูมัวมนมืดครึ้ม ฉันไม่ได้แปลกใจอะไรมากมายนัก ช่วงนี้ฝนก็ตกเกือบจะทุกวันอยู่แล้ว ฉันตื่นแต่เช้าบอกกับตัวเองว่า พร้อมแล้วการเดินทางที่น่าตื่นเต้นกำลังจะเกิดขึ้น

ฉันก็ไม่รู้ว่าผู้คนที่มาอบรมหลายจังหวัดมีใครบ้าง แถมเรื่องที่ฉันต้องอบรมก็ เป็นเรื่องที่ฉันไม่คุ้นเคย  วิทยากรจะแก่และดุหรือเปล่านะ  ถ้าอบรมแล้วเรื่องไม่น่าสนใจ ฉันคงหลับแน่ๆเลย  เฮ้อ ..กรรมแท้ๆ

         ฉันออกจากรพ .หกโมงเช้า ก่อนมาฉันพนมมือไหว้พระ อธิฐานขอให้การเดินทางครั้งนี้ของฉันราบรื่น ขับมาเรื่อยๆ ผ่านหลายจังหวัด ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ ชัยนาท ท้องฟ้าเริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อยๆนั่นถือเป็นลางที่ดีของการเดินทางสำหรับฉันเพราะมันอาจจะหมายถึงการเดินทางของฉันจะราบรื่นเหมือนกับท้องฟ้าที่เริ่มเปิดมากขึ้นๆ ฉันเลี้ยวขวาเข้าสู่จ.สุพรรณบุรี แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ตลาดร้อยปีสามชุก กองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันบอกกับตัวเอง จากสามชุกฉันขับมาเรื่อยๆจนถึงบางบัวทอง ถึงตอนนี้ถนนมีหลายเลน รถเริ่มเยอะมากขึ้น ด้านซ้ายมีแต่รถบรรทุกคันใหญ่ๆรถแต่ละคันบนถนนดูเร่งรีบขับปาดหน้าแซงซ้ายแซงขวารถของฉันไปอย่างรวดเร็ว

         ถึงแม้ว่าฉันจะศึกษาแผนที่มาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ในสถานการณ์จริงมันไม่ได้ง่ายอย่างที่ฉันคิด ฉันต้องสังเกตดูป้ายบอกทางตลอดเวลา พยายามจดจำสถานที่หลักๆเอาไว้ ถ้าเข้าช่องทางผิดแค่นิดเดียวฉันคงต้องหลงทางและเสียเวลามาก  แอบชำเลืองดูที่หน้าปัดระดับน้ำมันเหลืออีก 2ขีด

จู่ๆก็มีหยดน้ำเล็กๆตกลงมากระทบกับกระจกหน้ารถของฉันเร็วและแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ฉันเปิดที่ปัดน้ำฝนให้ทำงาน เริ่มรู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นมาในหัวใจของฉันแล้ว ด้านหน้าเป็นทางยกระดับ ฉันเริ่มลังเลว่าควรจะเข้าที่ช่องทางไหนดี กระจกรถของฉันเริ่มมีละอองน้ำเกาะกันจนเป็นฝ้าสีขาว ฉันเลยขยับตัวเข้าไปชิดกับพวงมาลัย ตัดสินใจขับรถพุ่งทยานขึ้นไปบนสะพานต่างระดับ พักใหญ่ๆฉันเริ่มรู้ตัวว่ามันไม่ใช่เส้นทางไปนครปฐม เหลือบตามองดูหน้าปัดรถระดับน้ำมันตกลงมาอยู่ที่ขีดสีแดงแล้วกระพริบๆ ฉันแทบจะหยุดหายใจ บางทีโชคชะตาอาจจะแค่อยากมาล้อเล่นกับชีวิตของฉันเพื่อเป็นบททดสอบ มือของฉันเปียกชื้นไปหมด นี่ถ้ามีใครสักคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อน ฉันคงจะรู้สึกดีมากกว่านี้ แต่ ..ไม่โชคร้ายจนเกินไป ฉันมองเห็นปั๊มน้ำมันอยู่ข้างหน้า พระเจ้า..ใช่แล้วปั๊มน้ำมัน เร็วเท่าความคิดฉันรีบหักพวงมาลัยเข้าไปอย่างไม่รอช้า แก๊สโซฮอลล์ 95 เต็มถังค่ะปลายเสียงของฉันสั่นนิดๆ

        ฉันเดินออกมายืดเส้นยืดสาย รู้สึกเมื่อยขาและปวดหลัง เดินเข้าไปในเซเว่นอิเลฟเว่น ถามทางกับน้องผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานในร้าน น้องทำหน้าเหรอหราบอกกับฉันว่า หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพิ่งมาอยู่ใหม่แต่ก็ยังอุตส่าห์เดินเข้าไปถามน้องพนักงานอีกคนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือฉัน ขณะที่ฉันกำลังยืนรอ มีคุณลุงคนหนึ่งรูปร่างท้วมๆท่าทางใจดี แกคงอยู่ใกล้ๆและได้ยินที่ฉันถาม เดินเข้ามาหาถามฉันว่าหนูจะไปนครปฐมเหรอ

        ฉันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขณะเดินก้าวย่างออกมาจากร้าน รับรู้ได้ถึงความมีน้ำใจไมตรีและมิตรภาพของคนไทยที่หยิบยื่นให้กัน ฉันเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง คราวนี้ฉันไม่พลาด เมื่อมองเห็นป้ายบอกทางไปนครปฐมอีกครั้ง ฉันยิ้มออกแล้วบอกกับตัวเองว่า อะเมสซิ่งทันใดที่ฉันเลี้ยวรถเข้าโรงแรม บรรยากาศที่มีต้นไม้ ดอกไม้แม่น้ำและบ้านทรงไทย มันทำให้ฉันลืมความยากลำบาก ลืมความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาจนหมดสิ้น ในที่สุด..ก็มาถึงจนได้ฉันก้มดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง

          ก่อนวันอบรมมีการเตรียมความพร้อมและแนะนำตัวกันก่อน แต่คนยังมาถึงกันไม่มากนัก จึงมีโต๊ะและเก้าอี้ว่างอยู่หลายที่ กำหนดการอบรมวันที่ 1และ2 ทำให้ฉันค่อนข้างหนักใจ ตอนก่อนมาฉันแอบคิดในใจว่าถ้ามีเวลาฉันจะไปไหว้พระที่องค์พระปฐมเจดีย์ ไปวัดไร่ขิง หรือไม่ก็ตลาดน้ำดอนหวาย แต่ไม่มีโอกาสเลย เนื่องจากเนื้อหาหลักสูตรเข้มข้นมาก เลิกสี่ทุ่มทุกวัน มีการแบ่งเป็นกลุ่มๆ ฉันได้อยู่กลุ่มที่ 6 แรกๆฉันนึกหวั่นในใจ มีแต่คนเก่งๆ ทุกคนดูเป็นคนมุ่งมั่นและจริงจัง  บางคนนั่งทำงานอยู่จนถึงตีหนึ่ง  ส่วนฉันซึ่งไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเขียนมาก่อน จะทำได้หรือเปล่านะ ฉันรู้สึกว่าตัวเองตัวลีบเล็กและหดลงๆเหลือตัวนิดเดียว

    พี่ติ๋งพี่เลี้ยงในกลุ่มของฉันซึ่งนั่งอยู่ข้างๆฉันทุกวัน กระซิบบอกกับฉันว่า ทำได้น่ะ ไม่ยากหรอก เมื่อก่อนพี่ก็เป็นแบบนี้แหละ’’ อาจารย์บอกว่า เรื่องแรกมักขายหน้าเสมอแล้วยังมีเพื่อนๆในกลุ่มเดียวกันซึ่งมีบางคนที่ฉันแอบเห็นว่าเขียนได้แย่พอๆกับฉันคอยให้กำลังใจ ฉันเลยใจชื้นขึ้นมาก

     การอบรมใกล้เลิก ฉันรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วจัง ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีทั้งหมอ พยาบาล เภสัชกร NGO แต่ละคนไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดเลย ทุกคนน่ารัก เอื้ออาทร รอยยิ้มที่อ่านแววตาออกว่า พวกพี่ๆมีความเมตตาต่อฉันไม่แพ้เพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาล ฉันได้เติมเต็มความรู้จากวิทยากรระดับประเทศ ภาพวิทยากรดุๆแก่ๆไม่หลงเหลืออยู่ในใจฉันเลย ตั้งแต่เกิดมาฉันยอมรับเลยว่าฉันไม่เคยเจอวิทยากรที่มีวิทยายุทธล้ำเลิศขนาดนี้มาก่อน เพราะตลอดระยะเวลาที่อบรม ฉันมีความสุข ได้หัวเราะ ได้กำลังใจ ทำให้ฉันมั่นใจว่าฉันต้องทำได้ ถึงไม่ดีที่สุดแต่ก็มีโอกาสทำเต็มที่ สิ่งที่ฉันอยากจะทำสิ่งแรกที่กลับไปถึงโรงพยาบาล คือไปกราบขอบพระคุณพี่หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล ที่ให้โอกาสฉันได้พบกับสิ่งดีๆ และอยากบอกพี่ด้วยว่า หนูขอโทษ..ที่นึกโกรธพี่ในครั้งแรก

         ขอบคุณพี่ที่ติดงานและทำให้ฉันมีโอกาสได้มาเปิดมุมมองทัศนคติใหม่กับตัวเอง  ฉันตั้งใจที่จะนำความรู้จากการอบรมครั้งนี้ด้วยความมุ่งมั่นและใช้วิชาชีพพยาบาลที่ได้เรียนมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไปไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนไข้นเลี้ยวรถเข้าโรงแรม บรรยากาศที่มีต้นไม้ ดอกไม้ บ้านทรงไทย มันทำให้ฉันเผลอไผลและลืมความยากลำบาก ความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาหรือคนธรรมดาก็ตาม ขอบคุณค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน sha-รพ.แม่พริก



ความเห็น (10)

  • มาชื่นชมและยินดีด้วยคนครับ
  • สุขกายสบายใจนะครับ
เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วสนุกดี เขียนเก่งจัง

nurse คนหนึ่ง
IP: xxx.42.76.63
เขียนเมื่อ 

ช่างกล้า และเก่งมากเลยนะคะที่ขับรถไปเอง

เรื่องราวน่าตื่นเต้นดีจัง เขียนได้ดีมาก

อ่านแล้วนึกภาพออกเลยทีเดียว

ขนาดเรื่องแรกยังเขียนได้ดีแบบนี้

ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะคะ

แล้วจะติดตามอ่านเรื่องต่อๆไปค่ะ

คนหัวหมอ
IP: xxx.42.76.63
เขียนเมื่อ 

มาชื่นชม และ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

เขียนได้ดีทีเดียวครับ*_*

เขียนได้ดีชวนติดตามคะ รออ่านเรื่องใหม่คะ

อ่านแล้วนึกถึงบรรยากาศที่สวนสามพรานเลย รออ่านเรื่องที่สองต่อนะพี่ต่าย

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

- แอบมาเป็นกำลังใจค่ะ

สวัสดีค่ะ รออ่านอีกนะคะ เก่งมากๆค่ะ

GORCHAI
IP: xxx.42.77.89
เขียนเมื่อ 

ดีใจมากๆ ที่ได้มาเจอ กับผู้หญิงที่ น่ารัก นิสัยดี มองโลกในแง่ดี เก่ง และฉลาดแบบคุณ ตั้งใจทำงาน และขอให้เป็นคนที่มีความคิด ที่ดีแบบนี้ตลอดไปนะที่รัก ก้อจะเป็นกำลังใจให้คุณและอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป....I DON'T KNOW WHAT EVERYBODY THINK ABOUT YOU BUT I KNOW JUST U R SO NICE FOR ME HONEY. MY PERFECT GIRL.....GORCHAI

Darlink
IP: xxx.42.77.125
เขียนเมื่อ 

เก่งมากๆครับ

ขอชื่นชม

จะติดตามผลงานต่อๆไปนะครับ