ทักษะการพูดของครูยุคใหม่ : พูดอย่างไรให้น่าฟัง
ผู้อ่านเคยเห็นหรือได้ยินสิ่งเหล่านี้บ้างไหมค่ะ
เสียงที่โกรธขึ้ง พร้อมที่จะตะคอกใส่
คำพูดที่โยนความผิดให้ผู้อื่นทั้งปวง
ท่าทางผู้พูดที่ยิ้มแย้มดี แต่ขาดความจริงใจ ฯลฯ
แล้วลองมองยอนกลับไปยังผู้ฟัง ผู้ที่ซึ่งนั่งอยู่ในชั้นเรียนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประธานพร แจ่มเจริญทรัพย์ อาจารย์ประจำโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านได้เขียนบทความเสนอแนวทางแก่นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปที่มีอาชีพถ่ายถอดการเรียนรู้ และทำงานประสานกับผู้อื่นเพื่อที่จะได้ลองนำวิธีการฝึกทักษะต่อไปนี้ไปปรับใช้เพื่อเหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติของตนเอง เนื่องจากแต่บุคคลย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจที่เป็นตัวตนของผู้พูดอย่างแท้จริง ถ้าหากผู้พูดฝึกฝนมาอย่างดีแต่ขาดความจริงใจที่จะกล่าวในสิ่งนั้นๆ รับรองได้ว่าผู้ฟังที่ถึงแม้จะเป็นเด็กเล็กๆในระดับอนุบาลก็ย่อมจะรับรู้ความรู้สึกได้เพียงแต่ไม่สามารถอธิบายได้เท่านั้น และยิ่งเป็นนักเรียนในระดับมัธยมด้วยแล้ว นักเรียนจะรู้สึกได้ว่า "ทำไมอาจารย์ฝึกสอนคนนี้สอนได้ดีนะ แต่ทำไมมันเหมือนยังมีอะไรขาดๆหายๆในความรู้สึก" จึงจะเห็นได้ว่า การพูดย่อมมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกที่จริงใจ และความรู้สึกที่จริงใจนี้เองย่อมมาจากความรู้สึกนึกคิดที่มีอยู่ในตัวตนของผู้พูดเป็นสำคัญ
แนวทางการพัฒนาทักษะการพูดของครูยุคใหม่ ท่านได้นำเสนอไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ค่ะ
1. เริ่มต้นพัฒนาจากความรู้สึกนึกคิดของตัวครู
1.1 โดยการเริ่มจากการให้นักศึกษาลองมองเป้าหมายชีวิตก่อนว่า นักศึกษามีเป้าหมายอย่างไนในวิชาชีพครู เมื่อได้ภาพในใจแล้ว ให้นักศึกษาลองเขียนแนวทางปฏิบัติเพื่อไปสู่เป้าหมายของชีวิต
1.2 นักศึกษาลองอ่านข้อความต่อไปนี้ ซึ่งตรงใจผู้เขียน เป็นข้อความที่ผู้เขียนคัดมาจากหนังสือ สอนคุณธรรมอย่างไรให้ธำรงสามัคคี ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2550) ความว่า "คุณธรรมจริยธรรมแห่งความเป็นมนุษย์เริ่มต้น...ทุกคนต้องตระหนักว่าเป็นคนที่มีคุณธรรมจริยธรรมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง มนุษย์ทุกคนมีความสามารถคิดในระดับปัญญา ส่วนหนึ่งของปัญญา คือ ความ ให้สำนึกดี ชั่ว เมื่อต้องตัดใจว่าทำอะไร ปัญญาจะบอกทันทีว่าควรทำหรือไม่ควรทำหรือควรละเว้น เสียงบ่งบอกเช่นนี้ นักปราชญ์เรียกว่า มโนธรรม..." ซึ่งก็ตรงใจเทียนน้อยเหมือนกันค่ะ
ขอนำเสนอไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ...ไว้โอกาสหน้าเทียนน้อยจะมาต่อให้ค่ะ
การพูดย่อมมีความสัมพันธ์กับความรู้สึกที่จริงใจ และความรู้สึกที่จริงใจนี้เองย่อมมาจากความรู้สึกนึกคิดที่มีอยู่ในตัวตนของผู้พูดเป็นสำคัญ
ไม่ว่าเราจะทำการสิ่งใดก็ตามเทียนน้อยเห็นว่าการให้ใจหรือใส่ใจลงไปในทุกการกระทำ ผลที่ได้อย่างแรกเลย คือ ความสุขทางใจในสิ่งที่ได้ทำ เพราะเป็นการกระทำที่ออกมาจากข้างในหัวใจ ที่ย่อมสัมผัสได้ด้วยใจและความรู้สึก...
^___________________________________________________________^
ที่มา : ประธานพร แจ่มเจริญทรัพย์. (2552).ทักษะการพูดของครูยุคใหม่ : พูดอย่างไรให้น่าฟัง. ว.ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 31(2),9-14.
สวัสดีครับคุณเทียนน้อย ^_^
ไม่ได้มาทักทายแบบว่านานสุดๆ 555
เดย์ชอบฟังคนพูดจริงใจและเพราะๆครับ น่าฟังที่สุด
เห็นด้วยกับการใส่ใจลงไปทุกคำพูดครับ ;)
ขอบคุณมากๆครับผม
สวัสดีครับอาจารย์ แวะมาทักทาย ครับ
สวัสดีค่ะพี่ pa_daeng
ใส่ใจในการกระทำ เพื่อให้ไปถึงจุดมุ่งหมายใช่ไหมค่ะ
ขอบคุณค่ะ ^_^
ขอบคุณค่ะคุณ
adayday
อิอิอิ แหมๆ นึกว่ามัวแต่ยุ่งเตรียมงาน...
ขอให้มีความสุขทุกๆวันนะคะ ^_^
สวัสดีค่ะท่าน
พี่ หนุ่ม กร~natadee
ขอบคุณค่ะ เข้าพรรษาแล้วนะคะ ^_^
สวัสดีค่ะพี่
Sila Phu-Chaya
แหะๆมาตอบช้าไปใช่ไหมคะ พี่ศิลาจ๋า เมย์พูดต่อหน้านักเรียนทั้งห้องได้ แต่เวลาพูดต่อหน้าใครคนหนึ่ง...กลับพูดไม่ออก 555
พี่ศิลาสบายดีนะคะ คิดถึงพี่ศิลาค่ะ ^_^ เรื่องของใจว่ามะคะพี่ศิลา
เข้ามาเรียนรู้การพูดของครูยุคใหม่ ต้องเริ่มที่ใจใช่ใหมครับ
คะท่านรอง...ทุกอย่างของการกระทำและคำพูดล้วนเริ่มต้น
ที่หัวใจนะคะ...หัวใจที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์สิ่งดีงาม
ขอบคุณค่ะ ^_^
สวัสดีค่ะ
เราจะทำจะได้ดีค่ะ
มาเรียนรู้ทักษะการพูดครับ มิน่าครูเทียนน้อยจึงพูดได้หวาน เพราะพูดจากหัวใจ
คำพูดที่ใช้ต้องเข้าไปอยู่ในใจของเด็ก ... จึงได้ผลแท้จริงจากก้นบึ้งหัวใจของเขาครับ ;)...
ขอบคุณครับ ;)...