ชั่วโมงแนะแนวปีการศึกษานี้ไม่ต้องรวมนักเรียนชั้นมัธยมถึงสามชั้นเหมือนที่แล้วมา  เพราะมีครูมาบรรจุและอัตราจ้างครบชั้น  ทำให้ชั่วโมงการสอนของครูคิมลดลงอย่างน่าใจหาย เป็นปีแรกของความเป็นครูที่ได้สอนเพียง ๑๙ ชั่วโมง  ทำให้รู้สึกเซ็งเมื่อถึงชั่วโมงว่าง 

        กิจกรรมการแนะแนวเน้นเรื่องทักษะชีวิต  จิตสาธารณะและธรรมาภิบาล  หลังจากที่ได้ยั่วยุเรื่องจิตตปัญญามาแล้ว  นักเรียนเกิดสงสัยอยากรู้และอยากลอกเลียนแบบการไหว้ครูของโรงเรียนสัตยาไสมากขึ้น  จึงให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ความหมาย  โดยเริ่มที่คุณธรรมความกตัญญูเป็นอันดับแรก  เพื่อจะได้นำมาใช้ในวันไหว้ครู

ภาพจากนักเรียนช่วยกันวิเคราะห์

          นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เป็นผู้วิเคราะห์ไว้ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ มาร่วมเรียนรู้ภาพการวิเคราะห์ และสรุปว่าความงามและปัญญาเกิดจากสมาธิ นำไปสู่การทำความดีอย่างมีคุณค่า

         เมื่อต้องการ...การไหว้ครูรูปแบบจิตตปัญญาจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น  นักเรียนแต่ละชั้นไปหารือกันแล้วมาบอกว่า ยังไม่บอกครูจนกว่าจะถึงวันไหว้ครู นั่นคือ...ภาพข้างล่างนี้

         ในฐานะครูผู้สอน  ไม่ได้ประทับใจหรือให้ความสำคัญกับการที่เด็ก ๆมาทำกิจกรรม นำอาหารมาเลี้ยงครู บีบนวดครู หวีผม พัดโบกหรือตัดเล็บให้ครู  มากไปกว่า "การที่ได้รับฟังความรู้สึกของเด็ก ๆ" รองลงมาคือ "การจัดการของเด็ก " ที่สามารถจัดการนำสิ่งของมาพร้อมเพรียงโดยไม่ขาดเหลือหรือมีปัญหาอุปสรรค  มีหมอน เสื่อ หวี กรรไกรตัดเล็บ พัด ผ้าปูนอน ผ้าคลุม และ "การเตรียมการกล่าวเปิดกิจกรรม"

       จิตตปัญญา อาจจะเป็นเรื่องใหม่ของครูคิม  แม้นว่ายังไม่เข้าใจลึกซึ้ง  แต่จะขอเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ๆ มีความมั่นใจว่า "การกล้าทำดีกว่าไม่ทำอะไรเลย" เพราะการฝึกคนให้เป็นคนดีไม่ใช่เรื่องผิดแม้ว่าไม่ถูกใจของใครบางคน หรือไม่ใช่นโยบายของการบริหารจัดการ

      สำหรับที่โรงเรียนของครูคิมผู้บริหารโรงเรียนให้การสนับสนุนและผู้ร่วมงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง และขอมอบคุณงามความดีเป็นของทุกคน