ถึงแม้ผมจะพึ่งตื่นนอน งัวเงียบ้าง แต่ผมมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนแน่นอน และก็ตาไม่ฝาด

"มนุษย์" สะสมวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับ "ภูตผีวิญญาณ" มานานแสนนาน ... คนเคยได้สัมผัสโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ มักจะเชื่อโดยไม่ต้องหาอะไรมาชั่งวัดตวง แต่คนที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนตลอดชีวิต ก็ไม่เชื่อ นั่นเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะใช้วิจารณญาณว่า ใช่ หรือไม่ใช่ หรือจะหลงละเมอเพ้อพบไปเอง ก็แล้วแต่

เขาบอกว่า คนที่สามารถสัมผัส พบเห็น วิญญาณได้โดยตรง มักจะมีคลื่นความถี่ของกระแสจิตตรงกับวิญญาณเหล่านั้น หรือไม่ก็เรียกว่ามี "สัมผัสที่หก" ... ผมว่า ผมน่ะ ไม่มีแน่ ๆ และก็ไม่อยากจะมีกับเค้าด้วย อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปทุก ๆ วันก็พอ

 

แต่ "แม่" ของผม กลับเห็นเรื่องนี้บ่อย ๆ จะว่าแม่จิตอ่อนก็ไม่น่าใช่ เพราะแม่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก แต่แม่น่าจะมี "สัมผัสที่หก" เสียมากกว่า (อันนี้ผมว่าเอง)

เรื่องแรกที่แม่เล่าให้ผมฟัง คือ ตอนที่แม่เด็ก ๆ แม่เห็น "ผู้ชายตัวใหญ่ ๆ นุ่งโจงกระเบนสีแดง" ในวันที่ตาของผมเสีย ผมล่ะจ๊ำ จำ จนถึงเดี๋ยวนี้ (ซึ่งผมมั่นใจว่า ผู้ชายคนนี้ไม่น่าใช่คนเสื้อแดงปัจจุบันแน่นอน ;)

แม่ยังเป็นคนเดียวในบ้านที่เห็นเรื่องนี้อยู่เรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับว่า แม่จะเล่าให้ฟัง หรือไม่เล่า

 

จำได้อีกเรื่อง ตอนที่ผมไปสอบทำงานที่เชียงราย บังเอิญพ่อ แม่ และน้องชาย มาเยี่ยมผมที่เชียงใหม่พอดี แล้วจะไปเที่ยวต่อที่เชียงราย ซึ่งผมก็เลยได้นั่งรถไปกับครอบครัวของผม

ผมเลือกที่พักที่ผมคุ้นเคยกลางใจเมืองเชียงราย เป็นที่พักราคาไม่แพง ห้องกว้างขวาง

กลางคืนไม่มีอะไร แต่ตอนเช้า พ่อกะน้องชาย ไปส่งผมสอบที่มหาวิทยาลัยสมเด็จย่า แม่อยู่ที่ห้องคนเดียว หลังจากส่งผมเสร็จ แม่โทรหาพ่อกับน้องชายผมว่า ให้รีบกลับมาเร็ว ๆ ซึ่งบังเอิญ พ่อกับน้องชายผม ขับรถหลงทาง หาที่พักไม่เจอ เลยนานกว่าจะถูกทาง แม่ผมก็บอกพ่อ กับน้องชายว่า แม่เห็น "ผู้หญิงอุ้มลูกอยู่ตรงระเบียงห้อง" เมื่อตอนที่ทุกคนออกไปจากห้องแล้ว (เล่าให้ฟังตอนนี้ แล้วผมยังขนลุกอยู่เลย)

เนี่ย มีอีกความเชื่อหนึ่งไงครับ "ถ้าวิญญาณมาให้เห็นหรือสัมผัส หมายถึงว่า เขามาขอส่วนบุญของเรา ให้เราทำบุญไปให้เขาหน่อย" ช่วงตอนมีชีวิตวิญญาณพวกนี้ไม่เคยทำบุญทำทาน มักจะหลงลืม ทำแต่ความชั่ว ไปเกิดใหม่ก็ไปไม่ได้ ตอนตาย ยังไม่สิ้นอายุขัย ก็ไปชำระความไม่ได้ เขาเรียกศัพท์ทางพุทธฯ ว่า "สัมภเวสี" หรือ "วิญญาณเร่ร่อน"

แม่เห็นไปสองเรื่องแล้ว ... ผมก็มีเหมือนกันครับ อยากเล่าให้ฟังสักหน่อย

 

สมัยที่ผมเรียนอยู่พิด'โลก ผมพักอยู่หอใน เขาเรียก หอชาย 1 มีชื่อว่า "หอทับเทวา" อยู่ท้ายสวนท้ายไร่โน้น หอพักมี 3 ชั้น ชั้นหนึ่งจะมีห้องพักใหญ่อยู่ประมาณ 6 - 7 ห้องเท่านั้น ผมพักอยู่ชั้นล่างสุด จำได้ว่า ตอนนั้นอยู่ปี 2 ช่วงซัมเมอร์ ผมอยู่ห้องคนเดียวในห้องใหญ่ ไม่มีเพื่อนอยู่สักคน หอทั้งหอ เหลือคนอยู่ไม่เกิน 5 คน

ตอนนั้นเป็นเวลาเย็นย่ำ สักประมาณหกโมงเย็นนิด ๆ ผมเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ตื่นมาก็งัวเงีย ไฟห้อง ไฟทางเดินก็ไม่ได้เปิด อาศัยอยู่หอนี้มานาน เดินออกมาจากห้อง เปิดประตู เดินมาที่ห้องน้ำรวมด้านท้ายหอ ห้องน้ำมีทางเข้า 2 ข้างแบบตัวยู ผมเดินเข้าไปทางซ้ายของห้องน้ำรวม ไฟห้องน้ำก็ยังไม่เปิดอีก ท้องฟ้าภายนอกก็สลัวเต็มที เป็นสีฟ้าเข้มมาก ๆ จะมืดแหล่ ไม่มืดแหล่ ... ด้านซ้ายมือเป็นห้องน้ำหลายห้อง ด้านขวามือเป็นห้องอาบน้ำ ส่วนตรงหน้าเป็นโถปัสสาวะชาย ตรงข้ามโถ ก็เป็นอ่างล้างหน้าและมีกระจกเงาให้ส่องหน้า 3 แถว

เดินเข้าไปสิ่งที่ทำก่อนคือ ปัสสาวะที่โถซ้ายมือสุด เพราะใกล้และคุ้นเคย ;) ... หลังจากทำธุระเสร็จ ก็หันหลังกลับมา ล้างหน้าล้างตาจากอ่างน้ำตรงกลาง ... แต่ระหว่างที่ผมกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตรงอ่างนั้น ต่อมสัมผัสด้านหลังผม รับรู้ว่า มีคนในหอมาใช้บริการโถปัสสาวะเช่นกัน ผมรู้สึกเห็นเป็นเงาดำ ๆ แต่ผมก็ไม่หันไปมอง อาศัยเหลือบตาตรงกระจกเล็กน้อย แล้วล้างหน้าต่อไป แถมรู้สึกอุ่นใจที่เหมือนมีเพื่อนอยู่ในหอด้วยกัน ;)

เมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จ ผมก็หันหลังกลับมาเพื่อจะทักทายคนที่ทำธุระอยู่ แต่ ... ไม่มีใครสักคน แล้วเงาดำ ๆ ที่ผมเห็นคือใครอ่ะ ??? หรือว่าทำธุระเสร็จก็ออกจากห้องน้ำไปเลย แต่มันใกล้มาก ผมน่าจะเห็นสิไม่ถึงเมตร

ผมออกมาจากห้องน้ำ ไฟทางเดินก็ยังไม่ถูกเปิดเหมือนเดิม ไม่เห็นใครสักคน ... ผมเดินตัวแข็งกลับห้อง มองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว อยู่มาตั้ง 2 ปี ไม่เคยเจอแบบนี้ครับ

เข้ามาห้องมาได้ หาที่พึงทางใจอย่างเดียวคือ พระเครื่องที่ติดตัวไว้ 1 องค์ อาราธนากันมาทั้งวัด

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผมได้สอบถามคนที่อยู่หอไม่กี่คน ทุกคนบอกตรงกันว่า ประมาณหกโมงเย็นนิด ๆ ไม่ได้เข้าห้องน้ำชั้นล่างสักคน เหอ เหอ

ผมโทรหาแม่วันนั้นเลย แม่บอกว่า สงสัยจะเป็นช่วงจิตตก วิญญาณเลยมาขอส่วนบุญ หรือพยายามมาให้เห็น ตอนเช้าอย่าลืมไปตักบาตร กรวดน้ำไปให้เขาด้วย หลังจากนั้นพอผมกลับบ้าน แม่หาพระองค์น้อย ๆ มาให้ไว้ติดห้อง และติดตัวเพิ่มเติม และแม่บอกว่า ช่วงนี้ต้องดูแลตัวเองดี ๆ เพราะดวงอาจจะไม่ค่อยดี มันเป็นความเชื่อประจำบ้านครับ แต่ผมมีแม่คอยห่วง อุ่นใจครับ ถึงแม้ในใจจะหนาวดึ๋งยังไงก็ไม่รู้

 

มีเหตุการณ์ที่มาต่อเหตุการณ์นี้ครับ

เมื่อปี 3 ผมได้รับเลือกตั้งเป็นประธานหอพักชาย 1 แล้วผมขอให้พี่ปี 4 ที่ได้รับเลือกตั้งคะแนนรองจากผมมาเป็นรองประธานหอฯ ให้หน่อย เพราะผมไม่สามารถออกหน้าได้มากได้ เพราะผมรับผิดชอบหน้าที่เกี่ยวกับห้องเชียร์ของคณะฯ อยู่ครับ

น่าจะสักเดือนหลังเปิดเทอมใหม่ครับ พี่รองประธานฯ ของผม แกบอกว่า แกฝันเห็นผีมาขอส่วนบุญแก เท่านั้นแหละครับ ผมจึงมีโปรเจ็คใหม่ขึ้นมาทันที คือ "พวกเราชาวหอชาย 1 มาทำบุญหอกันเถอะ"

เท่าที่ผมสืบประวัติจากคนเก่าคนแก่มา หอชาย 1 ไม่ได้ทำบุญหอพักมานานหลายปีแล้วครับ ไหน ๆ จะเกิดเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย และเพื่อความสุขของคนในหอ ทำบุญกันซะเลยครับ

อาราธนาพระมาที่หอ นิมนต์พระช่วยเอาน้ำมนต์มารดทุกห้องในหอ เพราะจะได้ไม่มีเรื่องอะไรที่สยองกิ้วขึ้นมาอีก

หลังจากนั้นมา ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนผมเรียนจบครับ

 

ผมยืนยันนะครับว่า ถึงแม้ผมจะพึ่งตื่นนอน งัวเงียบ้าง แต่ผมมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนแน่นอน และก็ตาไม่ฝาด ... ครั้งนี้ครั้งแรกครับสำหรับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ปกติ ผมไม่มี "สัมผัสที่หก" นะ เพราะผมก็กลัวเหมือนกัน บรื้ยยย

เล่ามาหลายเรื่องสำหรับเรื่องการสัมผัส "ผี" หรือ "วิญญาณ" ...

เรื่องเล่าทุกเรื่อง เป็นเรื่องจริงครับ ไม่ทราบว่าจะโม้หรือพูดเกินจริงไปเพื่ออะไร ;) ...

ถือเป็นการเขียนบันทึกในเรื่องเหนือธรรมชาติที่ยากจะเชื่อถือ

โปรดใช้วิจารณญาณ นะครับ

 

แล้วคุณเคยสัมผัสเรื่อง "ผี" หรือ "วิญญาณ" ด้วยตัวคุณเองบ้างไหม ?

เล่าให้ฟังบ้างนะครับ ... อยากฟัง

เรามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ ;)

 

ผมเชื่อในเรื่องเหตุผล และกรรมที่สร้างขึ้น

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

แต่เรื่องนี้ ... ผมก็ไม่ลบหลู่ครับ

บุญรักษา ทุกท่าน ;)