คราวที่แล้วเราว่ากันถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและความขัดแย้งต่างๆในประเทศไทย สาเหตุ ทางออก ปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง กว่าจะได้ข้อสรุปเราก็ถกกันหลายข้อแล้วมาสรุปเลือกให้ลงคะแนนว่าพวกเรามองเห็นข้อใดสำคัญที่สุด จากนั้นเราก็สร้างฉากทัศน์กันขึ้นมา ผมขอคัดลอกข้อสรุปของคุณหมอพงศ์เทพ สุธีรวุฒิ มาให้อ่านกันต่อนะครับ
1. ฉากทัศน์
5.1 ฉากทัศน์ที่หนึ่ง หากปล่อยให้สถานการณ์การเมืองเป็นเช่นปัจจุบัน อีก 5-10ปี เศรษฐกิจและสังคมจะเป็นอย่างไร
5.1.1 สภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร
ภายใต้เศรษฐกิจที่เป็นแบบ Digital เปลี่ยนแปลงเร็วและการเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบรุนแรงจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรอบ 3 ธุรกิจอยู่ในมือกลุ่มทุน ระบบนายทุนเข้มแข็ง เกิดการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุน ทิศทางเศรษฐกิจเป็นแบบ political approach อ่อนไหวกับการเมืองและนโยบาย คอรับชั่นทางนโยบายมากขึ้น ภาคการผลิตระส่ำระสาย ภาคเกษตรล่มสลาย การลงทุนลด การท่องเที่ยวตกต่ำ เกิดภาวะตกงานมากขึ้น ปัญหาแรงงานมากขึ้น เกิดปัญหาความยากจน ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนมากขึ้น
5.1.2 สภาพสังคมจะเป็นอย่างไร
วิถีของสังคมเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ แบ่งแยกเป็นชนชั้น แต่ละกลุ่มชาติพันธ์ต้องการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ของตนเองเกิดป็นภูมิภาคนิยม เป็นสังคมที่ให้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ลดลง ทุนนิยมทำให้คนให้ความสำคัญกับวัตถุนิยมมากขึ้น ประชาชนไม่เชื่อมั่นในการทำดี ประชาชนไม่ยอมรับกฎหมาย กติกาทำให้เกิดสภาพสังคมที่มีความอึดอัด คับข้องใจ เกิดความสับสน นำไปสู่สังคมอยุติธรรม
สังคมเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น เนื่องจากระบบข้อมูลพัฒนามากขึ้นและควบคุมได้ยากขึ้น และใช้สื่อเป็นสงครามแย่งชิงมวลชน ขณะเดียวกัน มีปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงสถาบันหลัก ซึ่งอาจจะแรงเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบบสังคมนิยมแบบกลายพันธุ์
5.2 ฉากทัศน์ที่สอง หากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันยกระดับความรุนแรงเกิดการปะทะกันทั้งสองฝ่ายอีก 5-10ปี เศรษฐกิจและสังคมจะเป็นอย่างไร
5.2.1 สภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร
จะเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจ เป็นหายนะทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่สุด กลุ่มทุนต่างชาติจะเข้ามาหาผลประโยชน์ได้ง่าย ครอบครองธุรกิจของประเทศ ไม่เหลือธุรกิจของคนไทย ไทยตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจและถูกต่างประเทศกีดกันการค้า และจะเกิดอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หากกลุ่มทุนในประเทศร่วมมือกับกลุ่มทุนต่างประเทศ
5.2.2 สังคมจะเป็นอย่างไร
เกิดรัฐประหาร/ปฏิวัติรูปแบบใหม่ เป็นการเร่งให้สถาบันหลักเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสถาบันกษัตริย์ และสถาบันศาสนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนอาจจะเปลี่ยนชาติ สังคมแตกแยกอย่างรุนแรงระหว่างภูมิภาค เกิดสงครามกลางเมือง เกิดภาวะมิคสัญญี เกิดแบ่งแยกดินแดนโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทบต่อความเชื่อมั่น เกียรติภูมิจากต่างประเทศ
การกระจายอำนาจเป็นแบบการแย่งชิงการปกครองในแต่ละพื้นที่ สถาบันครอบครัวล่มสลาย ชุมชนอ่อนแอ เห็นแก่ตัว เห็นแก่กลุ่ม
2.ภาพพึงประสงค์เพื่อลดการขัดแย้ง (ภาพอนาคตประเทศไทย)
6.1 การพํฒนาระบบการศึกษา
6.1.1 การพัฒนาระบบการศึกษาให้เป็นฐานการพัฒนา ดังนี้
· การศึกษาตามอัธยาศัย
· การศึกษาที่เท่าทันโลก
· การศึกษาตลอดชีวิต
· การศึกษาที่ไม่เน้นการแข่งขัน
· การจัดระบบศึกษาเป็นระบบสร้างสุขภาวะ
· เน้นการสร้างความงอกงามทั้งกาย อารมณ์ สังคม ปัญญา
· การศึกษาเพื่อความเสมอภาค ทัดเทียม
· การจัดหลักสูตรการเมืองการปกครอง ตั้งแต่ระดับประถม
6.1.2 ยกมาตรฐานการผลิตครู
· สร้างครูให้มีความเป็นครู
· จัดระบบการประเมินผล การปรับตัวชี้วัด
6.2 การพัฒนาการเมืองการปกครอง
6.2.1 สร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องการเมือง
· มีวิชาการเมืองในการเรียนการสอนทุกระดับ
· มีหลักสูตรการเมือง การปกครองในการเรียนการสอนทุกระดับ
· มีโรงเรียน/หลักสูตรสำหรับนักการเมือง โดยนักการเมืองที่จะลงเลือกตั้งต้องผ่านหลักสูตรก่อน
6.2.2 พัฒนาโครงสร้างที่มีความสมดุลระหว่างการเมืองภาคตัวแทนกับภาคประชาชน
· สร้างการเมืองระดับท้องถิ่นให้เข้มแข็ง มีโครงสร้างสมดุลระหว่างการปกครองส่วนกลางกับท้องถิ่น เช่น ส่วนกลางเน้นเฉพาะความมั่นคงและการต่างประเทศ
· มีการถ่วงดุลอำนาจระหว่าง ประชาชน ข้าราชการ นักการเมือง
· มีการกระจายอำนาจทุกมิติ
· มีกลไกการจัดการกิจกรรมทางการเมือง
· ในระบบตัวแทน ต้องมีการคัดกรองก่อนเข้าระบบด้วยกระบวนการทางจริยธรรม
· มีระบบตรวจสอบทางสังคม
6.2.3 พัฒนาการเมืองภาคประชาชน
· สร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง
· พลเมืองสามารถดำเนินการเองบนข้อมูลความจริงเลือกทางออกเองได้
· พัฒนาพรรคการเมืองเป็นของมวลชน
6.3 การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ
6.3.1 พัฒนาระบบเศรษฐกิจที่เน้นความเป็นธรรม
· เป็นระบบเศรษฐกิจที่สร้างเสริมคุณค่าความเป็นมนุษย์
· เน้นนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม ปลูกฝังแนวคิดตั้งแต่ระดับเยาวชน
· สร้างเครือข่ายทางการค้า ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้บริโภค ที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคม
6.3.2 เน้น Human Touch Industry สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่มีชีวิต เช่น
· เน้นเกษตรวิถีธรรม ปลอดสารพิษ
· ใชัความรู้จากงานวิจัย ภูมิปัญญา
· สร้างระบบแปรรูป เพิ่มมูลค่า
· สร้างเครือข่ายการผลิตในชุมชน
· อาหาร
· สปา นวดแผนไทย
6.4 การพัฒนาโครงสร้างของสังคม
6.4.1 สร้างครอบครัวเข้มแข็ง
· เป็นครอบครัวขยาย
· มีระบบการดูแลครอบครัว
6.4.2 สร้างชุมชนเข้มแข็ง
· สังคมที่เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน
· สังคมที่รู้จักฟังและให้อภัย
· ส่งเสริมศาสนา วัฒนธรรม
6.4.3 สร้างกลไกทางสังคมขับเคลื่อนตามหน้าที่ภายใต้การเคารพศักดิ์ศรี ความเท่าเทียม สร้างจิตสำนึกรับผิดชอบ และมีระบบถ่วงดุลอำนาจ
6.5 การพัฒนาระบบข้อมูล
6.5.1 ผู้รับสาร
· ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูล
· เน้นการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ทำให้ประชาชนสามารถตัดสินข้อมูลได้
6.5.2 ผู้ส่งสาร
· ใช้ความจริงสื่อสารต่อสาธารณะ
· ผู้สื่อสารต้องรับผิดชอบต่อสังคม เน้นจรรยาบรรณ
6.5.3 ช่องทางการสื่อสาร
· ทำให้เกิดระบบร่วมรับผิดชอบต่อการสื่อสารข้อมูล
· มีกฎหมายดูแลที่มีประสิทธิผล
· ระบบสื่อสารที่ปราศจากอิทธิพลทางการเมือง ธุรกิจ
6.5.4 ตัวสาร ควรพัฒนาให้เกิดศูนย์ข้อมูลที่สร้างความเชื่อมั่น มีการจัดการ และประชาชนเข้าถึงได้
6.6 การพัฒนาระบบสุขภาพ
6.6.1 การปรับกระบวนทัศน์สุขภาวะ
· สร้างสุขภาวะมากกว่าสาธารณสุข
· เป็นการสร้างนำซ่อม
· มีระบบสร้างเสริมสุขภาพ
· จัดกระบวนการเรียนการสอน การเรียนรู้เรื่องสุขภาพ
6.6.2 การนำพรบ.สุขภาพไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม
· กระบวนการนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ
· กระบวนการประเมินผลกระทบทางด้านสุขภาพ
· การนำกระบวนการสมัชชาสุขภาพเป็นเครื่องมือการขับเคลื่อนสังคม
6.6.3 พัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุม เท่าเทียม เป็นธรรม
· พัฒนากองทุนสวัสดิการสุขภาพชุมชน
· พัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น
เราสรุปกันได้ดังที่ว่ามาข้างต้นนี่แหละครับ จากนั้นท่านตวง อันทะไชย ก็จะนำข้อสรุปนี้ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน จากทุกช่องทาง เพื่อนำเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น หากท่านทั้งหลายที่เข้ามาอ่านอยากแสดงความคิดเห็นหรือมีข้อเสนอแนะในการช่วยกันพัฒนาประเทศของเรา ท่านแสดงความคิดเห็นในบันทึกนี้ก็ได้ครับ เพราะเราก็เป็นเสียงส่วนหนึ่งที่ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและเราก็ไม่ได้บอกว่าความคิดเห็นของเราถูกต้องทุกอย่าง การระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศชาติและแนวคิดในการพัฒนาประเทศก็เป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้ การแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องที่สังคมเราควรมีพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็นกันให้มาก เชิญชวนทุกท่านมาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติกันครับ
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการฯ
เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ ติดตามอ่านต่อค่ะ
สวัสดีครับครูจิ๋ว
ขอบคุณที่ติดตามครับ การทำจำลองสถานการณ์ประเทศไทยเป็นข้อดีที่ทำให้เรามองเห็นภาพอนาคต และเราจะได้วางแผนแก้ไขไว้ก่อนล่วงหน้า โดยเฉพาะคนที่เป็นครู หากเราจะคิดพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กโดยไม่รอกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาพร้อมๆกันไปทั้งครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ให้เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็นในอนาคตน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ
สวัสดีค่ะคุณลุงอัยการ
คุณลุงสบายหรือคะ หนูมาฝึกทักทายคุณลุงคะ ยังไม่เก่งแต่คุณครูบอกว่าต้องฝึกทำความรู้จักไปก่อนค่ะ
สวัสดีน้องนัท
ลุงขอบคุณที่หนูแวะมาทักทายลุงนะครับ
หากหนูมีอะไรให้ลุงช่วยแนะนำก็บอกมานะครับ ลุงยินดีให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะความรู้วิชาการทางกฎหมาย ถ้ามีโอกาสลุงจะไปแวะเยี่ยมที่โรงเรียนนะครับ
6.1.1 การพัฒนาระบบการศึกษาให้เป็นฐานการพัฒนา ดังนี้
· การศึกษาตามอัธยาศัย
· การศึกษาที่เท่าทันโลก
· การศึกษาตลอดชีวิต
· การศึกษาที่ไม่เน้นการแข่งขัน
· การจัดระบบศึกษาเป็นระบบสร้างสุขภาวะ
· เน้นการสร้างความงอกงามทั้งกาย อารมณ์ สังคม ปัญญา
· การศึกษาเพื่อความเสมอภาค ทัดเทียม
· การจัดหลักสูตรการเมืองการปกครอง ตั้งแต่ระดับประถม
6.1.2 ยกมาตรฐานการผลิตครู
· สร้างครูให้มีความเป็นครู
· จัดระบบการประเมินผล การปรับตัวชี้วัด
6.2 การพัฒนาการเมืองการปกครอง
6.2.1 สร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องการเมือง
· มีวิชาการเมืองในการเรียนการสอนทุกระดับ
· มีหลักสูตรการเมือง การปกครองในการเรียนการสอนทุกระดับ
· มีโรงเรียน/หลักสูตรสำหรับนักการเมือง โดยนักการเมืองที่จะลงเลือกตั้งต้องผ่านหลักสูตรก่อน
อยากให้ความฝันนี้เป็นจริงค่ะท่านอัยการ
6.3.2 เน้น Human Touch Industry สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่มีชีวิต เช่น
· เน้นเกษตรวิถีธรรม ปลอดสารพิษ
· ใชัความรู้จากงานวิจัย ภูมิปัญญา
· สร้างระบบแปรรูป เพิ่มมูลค่า
· สร้างเครือข่ายการผลิตในชุมชน
· อาหาร
· สปา นวดแผนไทย
ภาคเกเษตรกรขอคุณท่ายอัยการที่นำภาพพึงประสงค์ของเกษตรมาแสดงครับ
สวัสดีครับคุณจินตนา
ถ้ามันเป็นได้ดังฝันก็เป็นผลดีสำหรับครูจริงๆ แต่รัฐจะทำหรือไม่ทำล่ะ หรืออาศัยครูเป็นฐานการเมืองเหมือนที่ผ่านมา ผมยังสงสัยว่าทำไมครูถึงยอมขึ้นกับนักการเมือง หรือว่าคิดถึงแต่ตัวเองมิได้คิดถึงเด็ก
หรือว่าจะต้องให้ อปท.ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อิอิ
สวัสดีครับบัง
ภาคเกษตรถ้าเน้นเกษตรอินทรีย์ มีระบบการจัดการที่ดี การตลาดที่ดี รัฐให้การสนับสนุนการส่งออกอย่างจริงจัง ผมว่าภาคเกษตรก็พอจะได้ชื่นตาชื่นใจบ้าง ยิ่งถ้าเราหาจุดแข็งของเราให้พบว่าที่เรามีแต่ที่อื่นไม่มี เช่น เรามีความสุนทรีย์ขาย เช่น นวดแผนโบราณ ศิลปวัฒนธรรม สปาแบบไทย หรือขายผลิตผลที่เป็นเกษตรอินทรีย์ล้วนๆ ผลิตภัณฑ์สปามาจากสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ พืชผักแกะสลักมาจากพืชเกษตรอินทรีย์ ให้สอดคล้องกัน เหมือนที่นครศรีธรรมราช เขาทำอะไรก็เกื้อกูลกัน โรงแรมใช้ยาสระผมหรือสบู่มังคุดที่ผลิตในนครศรีฯ ถ้ามาบวกแบบที่ผมว่ามังคุดที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ เน้นจุดขายตรงนี้ไปเลย ผมว่ามันมีอนาคตนะ...
สวัสดีค่ะคุณอา
ทำไมเค้าฆ่าครูมากจังเลยค่ะ
ส่วนใหญ่เป็นครู บางทีก็ตำรวจ พระ ผู้ใหญ่บ้าน
มีคนบอกว่า ค่าหัวไม่เท่ากัน
สวัสดีค่ะท่านอัยการ
เมื่อ อา. 28 มิ.ย. 2552 @ 21:19
1376577 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีครับคุณจินตนา
ถ้ามันเป็นได้ดังฝันก็เป็นผลดีสำหรับครูจริงๆ แต่รัฐจะทำหรือไม่ทำล่ะ หรืออาศัยครูเป็นฐานการเมืองเหมือนที่ผ่านมา ผมยังสงสัยว่าทำไมครูถึงยอมขึ้นกับนักการเมือง หรือว่าคิดถึงแต่ตัวเองมิได้คิดถึงเด็ก
หรือว่าจะต้องให้ อปท.ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อิอิ
......................
ไม่ใช่ครูหรอกท่านที่ขึ้นกับนักการเมือง ทุกสาขาอาชีพเลย ท่านลองหันไปมองรัฐมนตรีของทุกกระทรวงซิคะ นักการเมืองทั้งนั้นที่นั่งในตำแหน่ง
พูดไปก็เข้าข้างตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าครูทุกสังกัด ทุกกระทรวงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด...การศึกษาของประเทศไทยคงไม่กระร่องกระแร่งอยู่อย่างนี้
ในเมื่อนักการเมืองไม่ได้ผ่านหลักสูตรตามอุดมคติที่ท่านจำลองสถานการณ์มา มันก็ต้องอดทนเห็นหลักธรรมภิบาลที่เป็นกระดาษอยู่ต่อไป
ทำงานทุกวันต้องออกกำลังกายด้วยน่ะค่ะ
ทำงานเหนื่อย ๆ ไม่ออกกำลังกาย สุขภาพก็แย่ จิตใจก็จะแย่ตาม ร้องไห้แงแง
หากทำงานเหนื่อย ๆ แล้วออกกำลังกายด้วย ร่างกายและจิตใจก็จะผ่อนคลาย กายก็สบายใจก็สุข เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สุขสันต์ทุกวันค่ะ อย่าอยู่แต่หน้าคอมฯพิวเตอร์จนลืมสุขภาพน่ะเจ้าค่ะ
สวัสดีน้องกอ
ขออภัยที่มาตอบช้า เพราะงานยุ่งวิ่งไปวิ่งมาหลายแห่ง มาโพสต์บันทึกใหม่แล้วไม่ได้มาดูบันทึกเก่าบ้าง
เขาฆ่าครูเพราะครูไม่มีเครื่องมือในการต่อสู้ ครูเป็นแพะในทุกเรื่อง ไม่รู้จะอบรมใครก็เชิญครูไปอบอรม ไม่รู้จะทำร้ายใครก็ทำร้ายครู
ผมว่าเขาฆ่าครูในเชิงสัญลักษณ์ เพราะครูที่ถูกฆ่าเป็นครูที่สอนให้เด็กเรียนรู้ภาษาไทย ถือเป็นตัวแทนของสยามที่ไปบังคับให้เขาเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ (หรือผมจะคิดมากไปเอง..)
สวัสดีครับคุณจินตนา
เห็นด้วยครับ
ไม่มีใครยอมรับหรอกครับว่าเป็นผู้ทำให้การศึกษาเป็นไปด้วยความกระพร่องกระแพร่ง
และถ้าข้อเสนอถูกดองไว้มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละครับ
ขอบคุณที่มาเติมเต็มความคิดครับ
สวัสดีน้องกออีกครั้ง
แล้วจะไปออกกำลังด้วยกันไหม แฮ่ๆ
สวัสดีค่ะคุณอัยการชาวเกาะ
.ดิฉันเป็นห่วงประเทศไทยมาก และเห็นด้วยกับภาพเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
.ในหัวข้อการพัฒนาการศึกษา ดิฉันอยากจะเสนอเพิ่มเติมให้มีการจัดหลักสูตรให้สถาบันครอบครัว ดิฉันในอาชีพครูมองเห็นว่า สถาบันครอบครัวกำลังล่มสลาย ถ้าครอบครัวล่มสลายหรือไม่เข้มแข็ง การพัฒนาไม่ยั่งยืน ไม่มีประสิทธิภาพ รัฐจะต้องวางนโยบายพัฒนาถึงครอบครัว อะไรบ้างที่ครอบครัวจะต้องสอนลุกและสอนอย่างไร ขณะนี้ผู้ปกครองจำนวนมากสอนลูกไม่เป็น เข้าใจว่าทุกเรื่องต้องผ่านครูเท่านั้น วิชาการดูแลบ้านยังต้องสอนที่โรงเรียน ดิฉันคิดมานานแล้วว่า เมื่อไหร่รัฐบาลจะพัฒนาสถาบันครอบครัวซะทีค่ะ
.ขอบคุณค่ะที่นำความรู้นี้มาเผยแพร่และให้แสดงความคิดเห็น