เทคนิคการเลือกที่ปรึกษา

เทคนิคการเลือกที่ปรึกษา

คอลัมน์ ถามมา-ตอบไปสไตล์คอนซัลท์

โดยอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา[email protected]


อย่างแรกที่อยากแนะนำสำหรับการหาที่ปรึกษาคือการระบุขอบเขตของงานที่ต้องการจะให้ที่ปรึกษาช่วยให้ชัดเจนก่อนเพราะขึ้นชื่อว่าที่ปรึกษา ไม่ได้แปลว่าทำได้ทุกอย่างบริษัทที่ปรึกษาแต่ละแห่งจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องบางเรื่องเท่านั้นนอกจากนี้ความชัดเจนในสิ่งที่คุณต้องการจะช่วยให้ที่ปรึกษาสามารถหาแนวทางในการช่วยคุณได้ง่ายขึ้นและลดปัญหาเรื่องความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในระหว่างทางได้อีกด้วย

หลังจากได้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้วก็ต้องมาดูต่อว่ามีงบประมาณ

ในการจ้างที่ปรึกษาเท่าไรเพราะบริษัทที่ปรึกษามีหลายขนาดมีตั้งแต่บริษัทที่ปรึกษาแบบข้ามชาติ จนถึงที่ปรึกษาแบบบุคคลซึ่งอาจจะเป็นอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาทำงานอย่างอิสระแน่นอนว่าราคาก็จะต่างกันออกไปด้วย

สำหรับบริษัทข้ามชาติหรือบริษัทที่เป็นญาติหรือเป็นดองกับบริษัทเหล่านั้นสนนราคาในการให้บริการก็จะสูงในระดับที่องค์กรขนาดเล็กไม่สามารถใช้บริการได้และในขณะเดียวกันบริษัทเหล่านี้ก็ไม่สนใจกับงานเล็กๆ เช่นกันแต่ข้อดีของบริษัทที่ปรึกษาในกลุ่มนี้คือการมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เขารับปรึกษาจริงๆที่สำคัญมีข้อมูลที่ค่อนข้างแน่นเพราะโดยส่วนมากแล้วจะมีศูนย์วิจัยเป็นของตนเอง

ถ้างบประมาณของคุณอยู่ในระดับกลางๆบริษัทที่มีเชื้อสายไทยอาจจะพอช่วยคุณได้บริษัทเหล่านี้โดยส่วนมากแล้วจะเป็นบริษัทที่พัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือเป็นของตนเองหรืออาจจะซื้อเครื่องไม้เครื่องมือจากต่างประเทศมาใช้อีกทีซึ่งแน่นอนว่าบริษัทที่ปรึกษาในกลุ่มนี้ราคาจะย่อมเยากว่าและมีเวลาให้ลูกค้ามากกว่ากลุ่มบริษัทข้ามชาติแต่ข้อจำกัดของบริษัทในกลุ่มนี้คือความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือที่อาจจะมีน้อยกว่ากลุ่มแรก

สุดท้ายสำหรับองค์กรที่มีงบประมาณแบบน้อยสุดๆคงไม่พ้นการใช้บริการ ที่ปรึกษาอิสระซึ่งแน่นอนว่าที่ปรึกษาอิสระมีข้อจำกัดในเรื่องของมาตรฐานในการทำงานที่แตกต่างกันดังนั้นองค์กรของคุณจะได้ที่ปรึกษาดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความเฮงและความสามารถในการวิเคราะห์ที่ปรึกษาประมาณว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย

แนวทางข้างต้นน่าจะพอช่วยให้สามารถคัดเลือกบริษัทที่ปรึกษาที่จะเรียกเข้ามาคุยด้วยได้ในเบื้องต้นจากนั้นเมื่อเรียกเข้ามาคุยแล้วก็ต้องมีแนวในการคัดเลือกที่ลึกซึ้งมากขึ้น

เนื่องจากการจ้างที่ปรึกษามาช่วยงานนั้นโดยส่วนมากจะเป็นการจ้างในระยะยาว มีตั้งแต่ 2-3 เดือนจนไปถึง 2-3 ปี ซึ่งแน่นอนว่าคุณในฐานะผู้จ้างต้องทำงานร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาไปอีกนานดังนั้นจำเป็นจะต้องเรียกบริษัทเหล่านี้เข้ามาพูดคุยเพื่อที่จะได้มีโอกาสสังเกตและสอบถามรายละเอียดต่างๆ

นอกจากการได้พูดคุยเพื่อสอบถามในรายละเอียดแล้วคุณต้องเข้าใจว่าคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณอาจไม่ใช่คนที่กำลังนั่งคุยกับคุณตอนก่อนเริ่มโครงการเสมอไปคุณควรจะมีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกับทีมงานที่จะมาทำงานร่วมกับคุณจริงๆด้วย ลองคุยและถามคำถามกับทีมงานดูคุณจะได้รู้ว่าคุณสามารถทำงานร่วมกับพวกเขาได้ไหมและถ้าไม่ก็ควรจะคุยกับบริษัทที่ปรึกษาแต่เนิ่นๆในการเปลี่ยนทีมที่จะมาทำงานร่วมกับคุณ

อย่าคิดว่า หยวนๆทีมงานอย่างไรก็ได้เพราะคุณกำลังจะได้เพื่อนร่วมงานทีมใหม่ที่จะอยู่กับคุณไปอีกนาน

เมื่อคุณได้บริษัทที่ปรึกษาและทีมงานที่จะมาทำงานด้วยแล้วจุดสำคัญต่อมาคือการคุยให้ชัดเจนถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการคุยกันให้ละเอียดเลยว่าจบโครงการแล้วต้องได้อะไรบ้างคุยแบบไม่ต้องเกรงใจ ยึดคติทะเลาะกันให้จบก่อนเริ่มงานพอทำงานจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันในขณะเดียวกันคุณอาจจะคุยถึงระยะเวลาในการรายงานความคืบหน้าของโครงการด้วยเพราะบางครั้งงานที่ปรึกษาบางงานเป็นงานที่ต้องทำอยู่หลังฉากบางทีคุณอาจจะสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ ที่ปรึกษาก็หายไปการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ จะช่วยให้คุณเข้าใจได้มากขึ้น

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างคือจะทำให้งานที่ปรึกษาออกมาสำเร็จหรือไม่ตัวคุณเองในฐานะลูกค้า ทางที่ดีที่สุดที่จะให้งานออกมาสำเร็จได้จำเป็นต้องมีคนคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางในการรับผิดชอบโครงการที่ปรึกษาในครั้งนี้และคนที่จะมาเป็นจุดศูนย์กลางนี้ควรจะมีอำนาจ มีเวลา มีความรู้และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อช่วยให้งานที่ปรึกษาออกมาสำเร็จลุล่วง (ไม่ใช่เอาคนที่อยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำมาเป็น) พูดจริงๆ แล้วที่ปรึกษาที่ดีจะสามารถช่วยคุณได้มากแต่จะตรงจุดแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าเขามีคนที่จะบอกเขาหรือไม่ว่าต้องการให้ช่วยตรงไหน

สุดท้ายคุณคงไม่ต้องการที่จะใช้ที่ปรึกษา ตลอดไปแน่นอนซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คุณต้องหันหน้าไปหาที่ปรึกษาก็เพราะว่าองค์กรของคุณไม่มีใครที่มีทักษะในเรื่องนั้นๆดังนั้นเมื่อคุณจ้างที่ปรึกษามาช่วยแล้วจงส่งคนของคุณไปเรียนรู้สิ่งที่ที่ปรึกษาทำด้วย

ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ อย่าลืมที่จะระบุลงไปในสัญญาเพื่อที่ปรึกษาจะได้เข้าใจว่าทำไมคนของคุณถึงชอบเข้าไปยุ่งกับเขาและที่สำคัญเขาจะได้เปิดใจในการสอนคนของ คุณด้วย



หน้า 29

ที่มา : matichon.co.th