วิธีเอาชนะจิตใจตน


เอาชนะใจตนเอง

อัน “จิต” หรือ “จิตใจ” ของคนเรานั้น
 
มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการ “ทำดี” และ “ทำชั่ว” ที่วัดป่าสุนันทวนาราม หลวงพ่อมิตซูโอะ จัดทำหุ่นเด็กผมแกละถือไม้เรียวไล่ ต้อนควายเปลี่ยวสีดำตัวโต แล้วมีข้อความที่ตัวเด็กว่า “สติ” และมีข้อความที่ตัวควายเปลี่ยวว่า “จิต” เพื่อให้เป็นข้อคิดว่า “จิตคนนั้นก็เหมือนกระบือป่า” ถ้าไม่มี “สติ” มาคอยกำกับ มันก็เตลิดเปิดเปิงไปเรื่อยๆ


ท่านบอกว่า ชีวิตเราทุกคนก็ปรารถนาความสุข เราต่างมุ่งแสวงหาความสุข และหนีให้พ้นจากทุกข์กันทั้งนั้น แสวงหาทรัพย์สมบัติ เงินทอง เกียรติยศ แต่ในการแสวงหาความสุข เรามักมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ “จิตใจ” แม้เราจะแสวงหาไปตลอดชีวิตก็ยังไม่พบความสุขที่แท้จริง เพราะเป็นการแสวงหาความสุขจากภายนอก

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือ “ใจ” เมื่อจิตใจดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะดี ถ้าจิตใจไม่ดีแล้ว ถึงแม้จะร่ำรวยขนาดไหน มีลาภ ยศ สรรเสริญ ได้รับความรักจากพ่อแม่พี่น้อง ได้รับความรักจากสามีภรรยา จากใครอีกหลายคนก็ตาม แต่ถ้าเราไม่สบายใจ ทุกข์ใจ เสียใจ อย่างเดียวก็เสียทั้งหมด แม้ได้ในสิ่งที่ปรารถนาทุกอย่างก็ตาม แต่หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้

เมื่อสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตอยู่ที่จิตใจ การอบรมพัฒนาจิตใจจึงถือเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิต เราควรสร้างค่านิยมใหม่ที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาจิตใจ วางแผนพัฒนาจิตใจให้กับชีวิตตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านร่างกาย สติปัญญา และสังคม

เพื่อให้เด็กได้เติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ รู้จักแก้ปัญหา รู้จักจัดการกับอารมณ์ รู้ว่าคิดดี คิดถูกคืออย่างไร มีการเรียนรู้พัฒนา และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง

เรียกว่า มีความฉลาดทางอารมณ์ หรือ มีอีคิว (EQ-Emotional Quotient) ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และพัฒนาอารมณ์ให้เป็นปกติสุขได้ ไม่ว่าเหตุการณ์รอบข้างจะเป็นอย่างไร อีคิวเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นได้จากการอบรมเลี้ยงดู การฝึกฝนในทุกช่วงของชีวิต

คนที่มีอีคิวจะเป็นคนที่เข้าใจตนเอง เข้าใจคนอื่น มีมนุษยสัมพันธ์ รู้จักแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล ยอมรับความเป็นจริง และรู้จักปรับปรุง พัฒนาจิตใจตนเอง ทั้งการคิด การพูด และการกระทำ

การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ตามหลักพระพุทธศาสนาก็คือ การเอาชนะใจที่เห็นแก่ตัว เอาชนะกิเลสได้ ด้วยการอบรมจิต อบรมสติปัญญาให้มีความรู้เท่าทันอารมณ์ สามารถจัดการกับขี้ทั้งหลายในจิตใจ เช่น ขี้เกียจ ขี้บ่น ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ขี้โมโห ขี้โกรธ ขี้กลัว ขี้โกง ขี้เหนียว ขี้เมา ขี้สงสัย ขี้วิตกกังวล ขี้ฟุ้งซ่าน เป็นต้น

หากเราสามารถทำลายขี้ทั้งหลายในใจได้ ก็เท่ากับเอาชนะกิเลสได้ เอาชนะกิเลสความ เห็นแก่ตัวได้มากเท่าไร ใจที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็จะปรากฏมากขึ้น จนในที่สุดก็จะเป็นใจของ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นใจที่บริสุทธิ์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ทำให้สุขภาพใจดี มีความสุขใจ

คนที่ต้องเรียนรู้ “การเอาชนะกิเลสใจ” ให้มากๆ ในเวลานี้ ผมว่าน่าจะเป็น “นักการเมืองไทย” จะได้ไล่ต้อนจิตที่ยังเป็นกระบือป่าอยู่ทั้งหลายให้เข้าไปอยู่ในคอก จะได้ “คิดดี ทำดี” เพื่อบ้านเมืองว่างๆ รัฐสภาน่าจะนิมนต์หลวงพ่อไปเทศน์ในสภาให้นักการเมืองฟังบ้างก็ดีนะครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ขอขอบคุณเนื้อหาดีดี โดย:ลานธรรมจักร


ที่มา  :  http://variety.teenee.com/foodforbrain/6773.html

 
คำสำคัญ (Tags): #ชนะใจตนเอง
หมายเลขบันทึก: 271320เขียนเมื่อ 26 มิถุนายน 2009 20:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

สวัสดีจ้ะ ปุ๊กป๊ก แวะมาทักทายกันนะ มีอะไรดี ๆ ก็นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกนะจ้ะ

ขอบคุณ โมเมย์นะจ๊ะ

ที่แวะมาให้กำลังใจ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี