ลูกอยากเป็นเจ้านาย เป็นนักบริหารที่ประสบความสำเร็จ จริงๆแล้วเป็นความฝันของเด็กๆ หลายคนรวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ แต่การจะเดินไปถึงจุดนั้นได้จำเป็นต้องถึงพร้อมในหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวที่มีความฝันสูงแต่ปัจจัยเอื้อขาดแคลนนั้น สิ่งสำคัญก็คือต้องมีวิริยะพากเพียรเฉพาะตัวสูงมากเพื่อทดแทนปัจจัยที่ขาดหายไป เพื่อที่จะรู้ว่าลูกเรามีความถนัดด้านการบริหารหรือไม่ ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำหมายของคำว่า บริหารก่อน จึงเกิดกิจกรรมการจัดการกระเป๋าเงินนี้ขึ้น เพื่ออธิบายความหมายของคำคำนี้ในแบบฉบับของครอบครัวเรา

กติกาการใช้เงิน ต้องไม่ใช้เงินมากกว่ารายรับ

การแบ่งกระเป๋าเงิน แบ่งเงินออกเป็น 3 กระเป๋า คือ

รูปที่1

 

            1.กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต  (จำนวนหนึ่งส่วนสิบของเงินทั้งหมด)

            2.กระเป๋าขวา (จำนวนหกส่วนสิบของเงินทั้งหมด)

            3. กระเป๋าซ้าย  (จำนวนสามส่วนสิบของเงินทั้งหมด) ดังรูปที่ 1

1.กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวนหนึ่งส่วนสิบของเงินทั้งหมด นำมาเก็บใส่กระเป๋านี้ไว้และจะไม่มีการนำเงินในกระเป๋านี้ออกมาใช้โดยเด็ดขาด

2.กระเป๋าขวา เงินจำนวนหกส่วนสิบของเงินทั้งหมด ใส่ไว้ในกระเป๋านี้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยยึดหลักในการใช้เงินคือ ในวันนี้จะใช้จ่ายเงินไม่เกินกว่าหกส่วนสิบของเงินทั้งหมด

3.กระเป๋าซ้าย เงินจำนวนสามส่วนสิบของเงินทั้งหมด นำมาเก็บไว้ในกระเป๋านี้ เพื่อเป็นเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากการใช้จ่ายประจำวัน

 2.ช่วงลองของจริง   

เมื่อน้องหยกได้รับเงินค่าขนมมา 10 บาท เขาแบ่งเงินดังนี้

รูปที่ 2

 2.1 กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต เมื่อได้รับเงินมาอันดับแรกแบ่งเงินจำนวนหนึ่งส่วนสิบและเก็บเข้ากระเป๋านี้ทันที ในที่นี้คือ 1 บาท ดังรูปที่ 2

 

รูปที่ 3

 

2.2 แบ่งเข้ากระเป๋าขวาเป็นจำนวนหกส่วนสิบของเงินทั้งหมด ในที่นี้ คือ 6 บาท ดังรูปที่ 3

 

รูปที่4

2.3 แบ่งเงินเข้ากระเป๋าซ้ายเป็นจำนวนสามส่วนสิบของเงินทั้งหมด ในที่นี้ คือ 3 บาท ดังรูปที่4

- เมื่อน้องหยกไปโรงเรียนวันแรก น้องหยกสามารถใช้เงินจากกระเป๋าขวาได้ 6 บาท แต่น้องหยกใช้เงินไปเพียง 5 บาทจึงทำให้มีเงินคงเหลือคงวันนี้จำนวน 1 บาท เมื่อกลับถึงบ้านสามารถสรุปเงินกระเป๋าต่างๆ ได้ดังนี้


รูปที่5

ในกระเป๋าเงินของน้องหยก มีเงินสำหรับอนาคต สะสมเท่ากับ 1 บาท ดังรูปที่ 5

 

รูปที่ 6

ในกระเป๋าขวามีเงินสะสมเท่ากับ 1 บาท ดังรูปที่ 6

 

รูปที่ 7 

 กระเป๋าซ้ายมีเงินสะสมเท่ากับ 3 บาท จึงทำให้น้องหยกมีเงินของตนเองในวันที่เริ่มทำการแบ่งกระเป๋านี้เป็นเงินทั้งหมดเท่ากับ 5 บาท


- ในวันที่ 2 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท 

วันนี้น้องหยกมีเงินสำหรับใช้จ่ายประจำวันเท่ากับ  6 บาท แต่น้องหยกใช้ไปเพียง 5 บาท เป็นผลทำให้มีเงินคงเหลือ  1 บาท เมื่อสรุปการเงินกระเป๋าต่างๆ ในวันนี้จะได้ดังนี้

 

รูปที่ 8

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2 บาท ดังรูปที่ 8

 

 รูปที่ 9

กระเป๋าขวา มีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2 บาท ดังรูปที่ 9

 

 รูปที่ 10

ในกระเป๋าซ้าย มีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 6 บาท ดังรูปที่ 10

และเป็นผลทำให้น้องหยกมีเงินสะสมทั้งหมดเท่ากับ 10 บาท

 

- ในวันที่ 3 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท

ในวันนี้น้องหยกได้ใช้เงินในกระเป๋าขวาไปจำนวน 5 บาท ซึ่งสามารถสรุปสภาพทางการเงินของน้องหยกได้ดังนี้

 

 รูปที่ 11

 กระเป๋าเงินสำหรับอนาคตมีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 3 บาท ดังรูปที่ 11

 

รูปที่ 12

กระเป๋าขวา มีรายรับเท่ากับ 6 บาทแต่น้องหยกใช้ไปเพียง 5 บาท ทำให้มีเงินคงเหลือ 1 บาท เมื่อกลับมาบ้านแล้วจึงทำให้มีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 3 บาท

กระเป๋าซ้าย มีรายรับเท่ากับ 3 บาท รายจ่ายไม่มี จึงทำให้มีเงินสะสมของกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 9 บาท ดังรูปที่ 12

จึงทำให้น้องหยกมีเงินสะสมทั้งหมดเท่ากับ 15 บาท

 

- ในวันที่ 4 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท

เมื่อไปโรงเรียนน้องหยกใช้เงินจากกระเป๋าขวา 5 บาท เมื่อกลับบ้านสามารถอธิบายสภาพการเงินของน้องหยกได้ดังนี้

 

รูปที่ 13

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเท่ากับ 4 บาท ดังรูปที่ 13

 

 

รูปที่ 14

กระเป๋าขวาในวันที่ 4 มิถุนายน 2009 มีรายรับเท่ากับ 6 บาท รายจ่าย 5 บาท ทำให้มีเงินคงเหลือจากการใช้จ่ายจำนวน 1 บาท เงินสะสมของกระเป๋าขวามีค่าเท่ากับ 4 บาท กระเป๋าซ้ายมีรายรับเท่ากับ 3 บาทรายจ่ายไม่มี ทำให้เงินสะสมของกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 12 บาท ดังรูปที่ 14

ทำให้น้องหยกมีเงินสะสมทั้งหมดเท่ากับ 20 บาท

 

- ในวันที่ 5 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท

เมื่อไปโรงเรียนน้องหยกไม่ได้ใช้เงินจากกระเป๋าขวาเลย เมื่อกลับบ้านสามารถอธิบายสภาพการเงินของน้องหยกได้ดังนี้

 

รูปที่ 15

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสมเพิ่มขึ้นเท่ากับ 5 บาท ดังรูปที่ 15

  

 รูปที่ 16

กระเป๋าขวา ในวันที่ 5 มิถุนายน 2009 นี้ มีรายรับเท่ากับ 6 บาท แต่ไม่มีรายจ่าย ทำให้มีเงินคงเหลือเท่ากับ 6 บาท เมื่อน้องหยกกลับมาบ้านแล้วจึงทำให้มีเงินสะสมของกระเป๋าขวาจำนวน 10 บาท

กระเป๋าซ้าย มีรายรับเท่ากับ 3 บาท ไม่มีรายจ่ายทำให้มีเงินสะสมของกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 15 บาท ดังรูปที่ 16 ทำให้น้องหยกมีเงินสะสมรวมทุกกระเป๋า เท่ากับ 30 บาท 

     ในสัปดาห์นี้จะเห็นได้ว่า กระเป๋าเงินสำหรับอนาคตนั้นมีการเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมีจำนวนเงินทั้งหมดเท่ากับ 5 บาท กระเป๋าขวาก็มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเหมือนกัน ทำให้กระเป๋านี้มีเงินสะสมเท่ากับ 10 บาท ส่วนในกระเป๋าซ้ายนั้นมีการเติบโตคล้ายกันกับกระเป๋าเงินสำหรับอนาคต ซึ่งมีเงินสะสมของกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 15 บาท ทำให้ตอนนี้น้องหยกมีเงินส่วนตัวเท่ากับ 30 บาท         

 

เริ่มสัปดาห์ที่ 2

-วันที่ 8 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท  

ในวันนี้น้องหยกมีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมเท่ากับ 10 บาท เมื่อกลับบ้านสภาพการเงินของน้องหยกมีดังนี้

  

รูปที่ 17

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีรายรับเท่ากับ 1 บาท ทำให้มีเงินสะสมเท่ากับ 6 บาท ดังรูปที่ 17

 

 รูปที่ 18

กระเป๋าขวา มีรายรับเท่ากับ 6 บาท มีรายจ่ายเท่ากับ 10 บาท น้องหยกใช้เกินจากรายรับ ก็สามารถทำได้เนื่องจากเขามีเงินสะสมของกระเป๋าขวาอยู่จำนวน 10 บาท จึงใช้เงินสะสมไปเท่ากับ 4 บาท ทำให้ในวันนี้น้องหยกมีเงินสะสมกระเป๋าขวาเท่ากับ 6 บาท

กระเป๋าซ้าย มีรายรับเท่ากับ 3 บาท รายจ่ายไม่มี ทำให้เงินสะสมของกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 18 บาท ทำให้น้องหยกมีเงินส่วนตัวเท่ากับ 30 บาท ดังรูปที่ 18

 

-วันที่ 9 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท  

ในวันนี้น้องหยกมีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมเท่ากับ 6 บาท เมื่อกลับบ้านสภาพการเงินของน้องหยกมีดังนี้

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสม 7 บาท ดังรูปที่ 17

 

รูปที่19

 กระเป๋าขวา มีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมไป 6 บาท ไม่มีเงินคงเหลือ ส่งผลให้เงินสะสมของกระเป๋าขวามีค่าเท่ากับ 6 บาท
กระเป๋าซ้าย มีรายรับ 3 บาท รายจ่ายไม่มี ทำให้เงินสะสมของกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 21 บาท

จึงทำให้น้องหยกมีเงินส่วนตัวในวันนี้เท่ากับ 34 บาท

 

-วันที่ 10 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท

ในวันนี้น้องหยกมีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมเท่ากับ 5 บาท เมื่อกลับบ้านสภาพการเงินของน้องหยกมีดังนี้

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสม 8 บาท ดังรูปที่ 17

รูปที่ 20

กระเป๋าขวา มีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมไปเท่ากับ 5 บาท ทำให้มีเงินคงเหลือ 1 บาท เมื่อกลับบ้านแล้วส่งผลให้น้องหยกมีเงินสะสมของกระเป๋าขวาเท่ากับ 7 บาท

กระเป๋าซ้าย มีรายรับเท่ากับ 3 บาท รายจ่ายไม่มี จึงทำให้มีเงินสะสมกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 24 บาท ดังรูปที่ 20

ทำให้น้องหยกมีเงินส่วนตัวทั้งหมดเท่ากับ 39 บาท

  

-วันที่ 11 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท  

ในวันนี้น้องหยกมีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมเท่ากับ 5 บาท เมื่อกลับบ้านสภาพการเงินของน้องหยกมีดังนี้

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสม 9 บาท ดังรูปที่ 17

รูปที่ 21

 กระเป๋าขวา มีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมไปเท่ากับ 5 บาท ทำให้มีเงินคงเหลือ 1 บาท เมื่อกลับบ้านแล้วส่งผลให้น้องหยกมีเงินสะสมของกระเป๋าขวาเท่ากับ 8 บาท
กระเป๋าซ้าย มีรายรับเท่ากับ 3 บาท รายจ่ายไม่มี จึงทำให้มีเงินสะสมกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 27 บาท ดังรูปที่ 21

จึงทำให้น้องหยกมีเงินส่วนตัวทั้งหมดเท่ากับ 41 บาท

 -วันที่ 12 มิถุนายน 2009 น้องหยกได้รับเงินค่าขนมเป็นจำนวน 10 บาท แบ่งเข้ากระเป๋าเงินสำหรับอนาคต จำนวน 1 บาท   แบ่งเข้ากระเป๋าขวา 6 บาท  แบ่งเข้ากระเป๋าซ้าย 3 บาท  

ในวันนี้น้องหยกมีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมเท่ากับ 5 บาท เมื่อกลับบ้านสภาพการเงินของน้องหยกมีดังนี้

กระเป๋าเงินสำหรับอนาคต มีเงินสะสม 10 บาท ดังรูปที่ 17

รูปที่ 22

 กระเป๋าขวา มีรายรับเท่ากับ 6 บาท ใช้ซื้อขนมไปเท่ากับ 10 บาท เป็นการใช้เงินเกินกว่ารายรับ แต่สามารถทำได้โดยใช้เงินสะสมของกระเป๋าขวาจึงทำให้เงินสะสมของกระเป๋าขวาลดลงเหลือเท่ากับ 4

กระเป๋าซ้าย มีรายรับเท่ากับ 3 บาท รายจ่ายไม่มี จึงทำให้มีเงินสะสมกระเป๋าซ้ายเท่ากับ 30 บาท ดังรูปที่ 22

จึงทำให้น้องหยกมีเงินส่วนตัวทั้งหมดเท่ากับ 44 บาท

 

 

รูปที่ 23

 ในสัปดาห์ที่ 2 นี้จะเห็นได้ว่า เงินสะสมของกระเป๋าเงินสำหรับอนาคตนั้นมีการเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอเหมือนเดิม ซึ่งมีจำนวนเงินทั้งหมดเท่ากับ 10 บาท เงินสะสมในกระเป๋าขวาก็มีการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับการใช้จ่ายของน้องหยกคือมีเพิ่มขึ้นและก็มีลดลงเนื่องจากการนำเงินสะสมของกระเป๋าขวาไปใช้ ทำให้กระเป๋านี้มีเงินสะสมในสัปดาห์ที่ 2 เท่ากับ 4 บาท ส่วนเงินสะสมในกระเป๋าซ้ายนั้นมีการเติบโตเพิ่มขึ้นครั้งละ 3 บาทจึงทำให้เงินสะสมของกระเป๋านี้เท่ากับ 30 บาท ส่งผลทำให้ในสัปดาห์นี้น้องหยกมีเงินส่วนตัวเท่ากับ 44 บาท   

 อ่านต่อ

 

 

/ สร้างสุขในชีวิตประจำวัน / ลองทำเว็บบล็อคกันไหม / กาแฟ /การจัดการด้านเสียง /

/ เคล็ดลัพธ์ต่างๆ ในการดูแลคอมพิวเตอร์ /พัฒนาเว็บไซต์ด้วยตัวเรา /