เบาหวาน

เรื่องของ TEEN & TEAM

ภารกิจเยี่ยมบ้าน นับว่าเป็นงานที่สนุกและท้าทายพยาบาลวิชาชีพที่อยู่ในโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิ ซึ่งไม่บ่อยนักที่เรา (แพทย์+พยาบาล+เจ้าหน้าที่ PCU) จะมีเวลาว่างพร้อม ๆ กันเพื่อไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน ถึงกระนั้นภารกิจเยี่ยมบ้านก็ไม่เคยถูกละเลยเนื่องจากพวกเราเห็นความสำคัญว่าเป็นกระบวนการหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ป่วยที่ประสบกับปัญหาสุขภาพได้รับการดูแลให้ผ่อนคลายจากความทุกข์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ อันเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา

                ดังเช่น เรื่องราวของหญิงชรารายหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานมานานนับสิบปี ซึ่งในระยะหลังห่างหายไปจากระบบการดูแลของ PCU พวกเราจึงได้กำหนดให้เป็นกลุ่มเป้าหมายแรกที่จะต้องติดตามไปเยี่ยมที่บ้าน...เมื่อไปถึงจุดหมายซึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง วูบแรกพวกเราก็ได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของแผลลอยมาเตะจมูก (สัญชาติญาณของแพทย์และพยาบาลบอกได้เป็นเสียงเดียวกันเลยว่า นี่ต้องเป็นแผลที่มีการติดเชื้อหรือมีเนื้อตายแน่ ๆ) เมื่อขึ้นไปพบผู้ป่วยจึงได้เห็นสภาพที่ชัดเจน...หญิงชรา ผมสีขาว รูปร่างผอม นั่งอยู่กับพื้นบ้าน ที่เท้าซ้ายมีผ้าพันแผลที่ดูจะไม่เป็นระเบียบนักพันอยู่ เมื่อซักถาม พูดคุย จึงรู้ว่าผู้ป่วยมีแผลที่เท้า ญาติไม่มีเวลาว่างจึงทำแผลเองที่บ้าน แพทย์จึงขออนุญาตเปิดผ้าพันแผลดู ก็ถึงกับตลึงในลักษณะของบาดแผลที่ใหญ่ค่อนเท้า ลุกลามนิ้วเท้าทั้ง 3 มีเนื้อตายจำนวนมากและส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง จึงได้แก้ไขเบื้องต้นด้วยการทำความสะอาดแผลให้ใหม่ทั้งหมด ภารกิจนี้ถึงจะไม่โสภาเท่าไหร่นักแต่ก็จบลงด้วยดี  แต่การเกลี้ยกล่อมให้ญาติดูแลต่อเนื่องและพาคุณยายไปรับการรักษาที่ถูกต้องน่าจะเป็นงานที่หนักอึ้งของพวกเราอีกชิ้นหนึ่ง...พวกเราจึงรวมพลังกันพูดคุย อธิบายเหตุผล ข้อดีข้อเสียต่าง ๆ ไม่ต่างกับการชักแม่น้ำทั้ง 5 มาหว่านล้อมญาติ ในที่สุดความพยายามของพวกเราก็เป็นผล ญาติรับปากว่าจะพาคุณยายมาพบศัลยแพทย์ที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของแพทย์...ภายหลังจากได้รับการดูแลตัดเนื้อตายบางส่วนและรักษาบาดแผลจนกระทั้งดีขึ้นแล้วศัลยแพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้พร้อมกลับแจ้งญาติว่าให้พาคุณยายไปทำแผลใกล้บ้าน

                คำว่า ทำแผลใกล้บ้าน หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สำหรับพวกเรามองเห็นไปถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใครจะพาคุณยายไปทำแผล ไปอย่างไร ไปกับใคร ไปตอนไหน และก็อีกหลาย ๆ ปัญหาที่อาจตามมาอีกมากมาย ภายหลังพวกเราได้จินตนาการในทางร้าย (ความเสี่ยง) ที่อาจเกิดขึ้นแล้วก็ได้ช่วยกันหาทางสกัดกั้นปัญหาที่อาจจะเกิดโดยได้ประสานขอความช่วยเหลือจาก อบต. เพื่อนำรถมารับคุณยายไปทำแผล การกำชับติดตามให้เจ้าหน้าที่ PCU ติดตามอย่างต่อเนื่อง ภายหลังญาติคุณยายเห็นความตั้งใจจริงของพวกเราจึงหันมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง รวมถึงซื้อรถสามล้อเครื่องเพื่อพาคุณยายมาทำแผลทุกวัน แผลของคุณยายเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆเนื้อเยื่อที่ตายแล้วถูกตัดออก ไม่มีกลิ่นเหม็นอย่างที่เคยและมารักษาตามนัดของโรงพยาบาลทุกครั้ง               

จนกระทั่งวันหนึ่งเราได้ติดตามคุณยายมาที่แผนกศัลยกรรม ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับแพทย์เจ้าของไข้พร้อมกับญาติซึ่งแพทย์บอกว่า ครั้งแรกที่ได้พบคุณยาย ก็วางแผนว่าจะทำ graft โดยไม่ต้องตัดขา แต่พอเอาเนื้อเยื่อมาตรวจพบว่า เป็น squamous cell carcinoma และconsult แพทย์กระดูก ลงความเห็นว่าสมควรต้องตัดขา ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณยายและญาติว่าจะตัดสินใจอย่างไร ...สุดท้ายทั้งคุณยายและญาติก็ยืนยันว่าจะรักษาขาข้างนี้ไว้มากกว่าที่จะตัดออกไป ซึ่งแพทย์ก็เคารพการตัดสินใจของคุณยายและให้การดูแลเป็นอย่างดีมาตลอด

                4 เดือน กับการติดตามอาการของคุณยาย ที่กล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่พวกเราตั้งใจไว้ การที่ผู้ป่วยและญาติสามารถจัดการกับภาวะสุขภาพของตนเองได้และอยู่กับโรคที่เป็นอย่างมีความสุข สมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าแผลที่เท้า (TEEN) ของคุณยายจะไม่หายขาด ถึงแม้ว่าแผลจะกลายเป็นเนื้อร้าย แต่พวกเราเชื่อมั่นว่า คุณยายและครอบครัวของคุณยายจะสามารถปรับตัวยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ โดยมีพวกเราและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (TEAM) เป็นแรงหนุน ช่วยชี้นำ เป็นกำลังใจ ให้ก้าวผ่านวิกฤตต่าง ๆ ได้ด้วยความอบอุ่นใจ ตลอดไป...