สักวันหนึ่งเราคงได้เห็นความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นในสังคมไทยของเราสักทีนะครับ...

               มีโอกาสได้คุยกับน้องที่ทำงานเก่าคนหนึ่งครับ ได้คุยกันในหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับแนวคิดและทัศนคติในการดำเนินชีวิตครับ ได้ฟังสิ่งที่น้องเขาคิดสิ่งที่น้องเขาพูดให้เราฟังแล้วรู้สึกดีมาก ๆ เลยครับ รู้สึกดีที่ได้เห็นเด็กรุ่นใหม่มีความคิดดี ๆ ที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมของเราครับ...

               สำหรับผมแล้วก่อนหน้านี้ผมมักจะคิดอยู่เสมอครับว่า สิ่งดี ๆ และเรื่องราวดี ๆ จากคน ๆ หนึ่งหรือคนกลุ่มหนึ่งคงจะไม่สามารถไปแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรในโลกใบนี้ได้ คงไม่สามารถไปทานกระแสหลักของคนกลุ่มใหญ่ที่มีค่านิยมที่ยึดติดกับคุณค่าของวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ...

               ผมเห็นความตั้งใจดีของน้องเขาที่อยากไปทำงานให้องค์กรการกุศลมากกว่าการที่จะไปสมัครงานบริษัทครับ น้องเขาบอกกับผมว่าเงินทองที่หลาย ๆ คนพยายามที่จะแสวงหามันให้ได้เยอะ ๆ ไม่เห็นจะสร้างความสุขอะไรให้เราได้เลยสุดท้ายเมื่อเราตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้...

              ผมเลยเอาคำกล่าวที่อาจารย์นำมาฝากมาบอกน้องเขาครับว่า "เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง" เงินทองมันก็เป็นเพียงแค่สิ่งสมมติในระบบทุนนิยมนะครับ และในสังคมก็มีเงินทองอยู่ในระบบมากมายแต่ก็มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ใช้เพื่อการสร้างสรรค์หรือเพื่อพัฒนาอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่ก็มีอยู่ในมือคนกลุ่มหนึ่งที่มีไว้เพื่อใช้แสวงหาผลประโยชน์เท่านั้นนะครับ...

              และสิ่งที่ผมได้รับจากการพูดคุยในครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่ายังมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอีกมากมายที่เติบโตอยู่ภายในตัวของหลาย ๆ คนรอบข้างเรา เป็นเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม และทำให้นึกย้อนไปถึงคำกล่าว ๆ หนึ่งครับที่กล่าวไว้ว่า "การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในโลกเกิดขึ้นจากคนกลุ่มน้อยเสมอ" ...

             ทำให้ผมเกิดความเชื่อมั่นว่าหากเมล็ดพันธุ์แห่งความดีเหล่านี้ได้รวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น สักวันหนึ่งเราคงได้เห็นความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นในสังคมไทยของเราสักทีนะครับ...