อาจารย์ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อให้เราได้ฝึกจิตจนเป็นนิสัย

     วันนี้ผมมีตัวอย่างเรื่องเล่าความรู้สึก "การสอนแบบไม่สอน" ของนิสิตที่เรียนวิชา Apiculture กลุ่ม ๒ นิสิตเอกคณิตศาสตร์ (อัมภิรา ชมใจ) คนหนึ่ง เธอเขียนความรู้สึกตอนหนึ่งไว้ดังนี้

     "การฝึกจิต" ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้จิตใจของเรารู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ซึ่งอาจารย์ beeman ให้เราทำทุกชั่วโมง โดยการหมุนเวียนสับเปลี่ยนแต่ละกลุ่มมาเป็นผู้นำ และหาวิธีฝึกจิตมาปฏิบัติด้วยกัน ซึ่งเรากล้บมา "ย้อนมอง" ว่าทำไมอาจารย์ถึงชอบให้ทำกิจกรรมฝึกจิตซึ่งเป็นช่วงที่น่าเบื่อ

     ตอนครั้งแรกที่ทำ รู้สึกไม่ดีเอามากๆ เพราะไม่ค่อยชอบ แต่มาช่วงหลังนี้รู้สึกดีขึ้น ดูว่าเราจะตั้งใจทำดี แต่มีสิ่งที่แฝงอยู่ในนั้นคือ อาจารย์ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อให้เราได้ฝึกจิตจนเป็นนิสัย อาจารย์ช่วยให้จิตใจของเราได้ผ่อนคลาย และ "มีสติ" ที่จะนึกคิดและทบทวนในเรื่องที่ผ่านมา รวมทั้งเรื่องที่จะทำต่อไป

     โดยอาจารย์ให้ทำโดยไม่ได้บอกชัดเจนว่าทำไปเพื่ออะไร แต่อาจารย์ให้ปฏิบัติจริงให้รู้เองว่าทำแล้วได้อะไร เพิ่งรู้ซึ้งถึงวันนี้นี่เอง! เข้าทำนองสุภาษิตที่ว่า "ไก่ได้พลอย" มีของดีแต่ไม่รู้จักคุณค่า เรียนวิชานี้ไม่ใช่ "ไก่กา" นะคะ แต่ได้ "ความรู้แฝง" ขึ้นมาเรื่อยๆ เราก็ค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย

     ใครรู้จักคุณค่าก็ได้มาก ใครที่ไม่ค่อยเข้าใจการสอนแบบนี้ก็จะไม่ได้อะไรเลยจากการเรียนวิชานี้ อย่างคนเราเมื่อจะทำอะไรหรือแก้ไขอะไร ก็ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เพื่อที่จะเกิดประโยชน์มากกว่าการไปทำกับคนอื่น เหมือนกับ "เศรษฐี" ที่ใช้เงินสั่งให้ทุกคนทำให้ทั้งหมู่บ้านเป็นสีเขียว ถึงแม้อาการปวดหัวจะดีขึ้น แต่เศรษฐีใช้วิธีที่ผิด

     เหมือนท่านฤาษีแนะนำให้เศรษฐีใช้แว่นตาสีเขียวแทนการทำให้ทั้งหมู่บ้านเป็นสีเขียว ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเดือนร้อนได้ แต่ฤาษีแฝงให้เศรษฐีคิดได้ว่า "การใส่แว่นตาสีเขียวนั้น ความจริงไม่ได้หมายถึงการใส่แว่นตา" แต่เป็น "การมองโลกในแง่ดี" เมื่อคิดดีจิตใจก็จะดีไปด้วย

      ในทางกลับกัน เมื่อมองโลกในแง่ร้าย ต่อให้ใส่แว่นตาสีเขียวมองไปทางไหน ตาก็ลุกเป็นไฟอยู่ดี....

beeman by Apinya

มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์  
神奇的蜂爷
  
(shen2  qi2  de1  feng1  ye2)