สุขภาพจิต

จรวยเงิน

                       

                        งุนงง หนักหนาเงินตราเจ้าเอย   ไม่เคยเว้นเลยทุกวี่วัน

                        เงินตรานี่หรือคือกระดาษ           ผู้สร้างขึ้นมาสิอนาถ

                        หลงใหลเป็นทาส                        อำนาจเงิน

             

บางคนมีฐานะดีแต่อยากจะประกอบอาชีพง่ายๆ  ได้เงินมากๆ  แทนที่จะได้ดังที่หวังไว้ แต่กลับได้ในสิ่งที่ไม่ต้องการ เรื่องราวของคุณจรวยเงินเป็นอย่างไรนั้น ลองติดตามดู

บ่ายวันเสาร์ ผมนั่งตรวจอยู่ที่คลินิก คุณจรวยเงินซี่งมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง  มาพบด้วยอาการปวดศีรษะ  เธอได้เล่าให้ผมฟังว่าช่วงนี้ปวดศีรษะบ่อย กินยาแก้ปวดเป็นประจำ กลัวว่าความดันจะขึ้นสูง จึงมาให้ผมตรวจ

จากการวัดความดันพบว่าความดันสูงขึ้นเล็กน้อย  คุณจรวยเงินยืนยันว่ากินยาลดความดันสม่ำเสมอ ตรวจร่างกายระบบอื่นๆ พบว่าปกติ  ผมจึงได้นั่งพูดคุยกับคุณจรวยเงิน จึงทราบสาเหตุของอาการปวดศีรษะว่าเกิดจากอาชีพที่เธอทำอยู่ คืออาชีพการปล่อยเงินกู้

เธอเล่าให้ฟังต่อว่าลูกหนี้หนีหน้า ไม่ยอมมาพบ ไม่ชำระเงิน ปิดโทรศัพท์ และมีลูกหนี้รายหนึ่งซึ่งเป็นญาติของเธอเอง มาขอกู้เงินเกือบ ๒ แสนบาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เธอก็ใจดีให้ยืมเงินไปและก็ยังแปลกใจว่าทำไมถึงให้ยืมเงินโดยไม่มีอะไรค้ำประกัน ซึ่งขณะนี้ญาติคนดังกล่าวของเธอ ได้ผ่อนชำระเงินคืนมาเพียง ๑๒,๐๐๐ บาท และก็เงียบหายไป

เมื่อผมได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงรับอาสาเคลียหนี้ให้  แต่ไม่ใช่หนี้เงินตรา นะครับ   เพราะผมรับอาสาเคลียหนี้ทางใจ หรือหนี้กรรม จึงให้คำปรึกษาดังนี้

การที่ลูกหนี้ปิดโทรศัพท์หนีหน้า ไม่ยอมให้พบ  เพราะเขาไม่มีเงินที่จะชำระ  หากเขาเปิดโทรศัพท์หรือมาพบคุณ  เขาจะต้องถูกว่าหรือถูกด่าว่าผิดสัญญา ไม่รักษาสัญญาที่จะนำเงินที่ยืมมาชำระคืน  เขาก็ไม่รู้จะถูกว่าถูกด่าไปทำไม

กรณีที่มีญาติมายืมเงิน ๒ แสนบาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คงมีเหตุอะไรสักอย่าง  คุณลองนึกทบทวนดู  ด้วยความเป็นญาติ  เคยทำงานหรือมีบุญคุณต่อกัน  ก็อาจเป็นเหตุสักอย่างที่ดลใจคุณให้ใจอ่อนให้ญาติยืมเงินมากขนาดนั้น  โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งๆ ที่คนที่มีอาชีพให้เงินกู้มักจะต้องยึดหลักทรัพย์บางอย่างไว้เป็นประกัน  แต่ก็นั่นแหละคุณเองก็ได้ให้เขายืมไปแล้ว  และได้คืนมาบางส่วน  และก็ไม่แน่ใจว่าจะได้คืนมาอีกเท่าไหร่จะได้หรือไม่ได้  ก็ไม่แน่  มันเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง  หากจะคิดให้ดีก็ดูเหมือนอาจจะมีความหวังอยู่  แต่หากคิดในแง่ไม่ดี  ถ้ายอมรับได้  ก็ได้คืนแค่นี้แหละ  เพราะถ้าคิดว่าการทำธุรกิจต้องมีกำไรและขาดทุน  รายอื่นคุณกำไรจากดอกเบี้ย แต่รายนี้คุณขาดทุนเงินต้นไปก็ต้องยอมรับ เพราะแม้แต่สถาบันการเงินก็ยังมีขาดทุนหรือมีหนี้สูญ มันเป็นปกติของการทำธุรกิจ ซึ่งมีผลทั้งกำไรและขาดทุน อาชีพการปล่อยเงินให้กู้เป็นอาชีพที่มีกำไรมาก  มีความเสี่ยงมาก  เมื่อคุณพร้อมที่จะได้มากคุณก็พร้อมที่จะเสียมากเช่นกัน (กล้าได้กล้าเสีย)

หากคุณอยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คุณวาดความหวังไว้  เช่น ลูกหนี้ต้องเปิดโทรศัพท์  มาพบเพื่อชำระหนี้  หรือให้ญาตินำหลักทรัพย์มาทำสัญญา  และชำระหนี้ในส่วนที่เหลือ  มันจะเป็นไปได้ไหม  ถ้าไม่ได้คุณก็คงจะคิดมาก กลุ้ม นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ โรคความดันโลหิตสูงที่คุณเป็นอยู่ก็คงจะแย่ตามไปด้วย  สุดท้ายคุณอาจจะได้โรคหลอดเลือดในสมองแตก จากความดันโลหิตสูง ซึ่งจะทำให้คุณป่วยหนัก  เป็นอัมพาต เผลอๆ อาจจะตายได้  ยังไม่นับว่าจะต้องเสียเงินจำนวนมาก  เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดในสมองแตก  ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงอีกต่างหาก  ในทางตรงข้ามหากคุณเลิกเสี่ยง นำเงินไปทำธุรกิจอื่น  เช่นฝากธนาคารกินดอกแต่น้อย และก็เสี่ยงน้อยเช่นกัน คุณควรจะทำอย่างไรต่อไปโดยมีทางเลือก ๓ ทาง คือ

. ปล่อยเงินกู้ต่อไป โดยคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า จะต้องได้รับการใช้หนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย คืนทั้งหมด  แต่จะได้ความเครียด ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดในสมองแตกตามมา

. ปล่อยเงินกู้ต่อไป โดยไม่คาดหวังว่าจะต้องได้รับการใช้หนี้คืนเท่าไหร่  ยอมรับเรื่องกำไร  ขาดทุน  หนี้สูญ  ได้แค่ไหนก็แค่นั้น  ยอมรับได้ทุกกรณี

. หยุดปล่อยเงินกู้  แล้วเปลี่ยนอาชีพ  นำเงินฝากธนาคาร  แม้ว่าจะได้ผลตอบแทนน้อย  แต่ไม่เสี่ยง   เพื่อสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี

ผมได้ชี้ทางเลือกให้คุณจรวยเงินดังนี้ แล้วคุณจรวยทองจะเลือกทางไหน