คนใต้ ที่ใช้ “หลวง” หรือ “เจ้า” กันแทบทุกคนผ่านการบวชแล้วด้วยความภาคภูมิใจ อาจจะตีความได้ว่า คนใต้ ยังยึดถือศาสนา เป็นสิ่งที่สำคัญของวิถีชุมชน เป็นเกีรยติศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลก็เป็นได้

สำเริงภาษา : “หลวง กับ เจ้า ในวิถีคนใต้

หลวงเสก

 

          หลายๆ ท่านที่ไม่ใช่คนใต้ ก็อาจจะมีความประหลาดใจ ว่าทำไม คนใต้มีเชื้อเจ้า หรือราชวงศ์อะไรเยอะแยะไปหมด มีทั้ง หลวง และ เจ้า เดินกันขวักไขว่ ในฐานะคนใต้เองก็ขอไขข้อข้องใจให้ได้ทราบกันครับ

         

ผมเอง คุ้นเคยกับคำว่า หลวง และ เจ้า เป็นอย่างดี  เพราะบ้านเกิดอยู่ที่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฏร์ธานี พอกลับบ้านไป  คุณแม่ก็จะเรียกว่า เจ้า ส่วนน้องสาวก็จะเรียกผมว่า หลวง สองคำนี้ ไม่ได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดหรอกครับ แต่ในวิถีคนใต้ สำหรับผู้ที่ผ่านการบวชเรียนแล้วจะได้รับคำหน้านาม ซึ่งผมพอรู้คร่าวๆ แต่ก็สงสัยซึ่งที่มาที่ไปของคำเหล่านี้ จึงไปขอคำแนะนำจาก อ.บุญธรรม เทิดเกียรติชาติ แห่งมหาวิชชาลัยชุมชนศิลปินพื้นบ้านศรีวิชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ศาสนา และประเพณี จึงได้รับความกระจ่างเพิ่มมากขึ้น  พอจะแจกแจงได้ดังนี้ครับ

 

          หลวง ใช้เรียกนำหน้าชื่อของผู้ที่ผ่านการอุปสมบทแล้ว และมีวัยวุฒิ/คุณวุฒิ สูงกว่า หรืออาจจะใช้เรียกในการให้เกียรติยกย่อง แก่บุคคลนั้นก็ได้  ที่มาของคำว่า หลวง ก็คือว่า ในสมัยก่อน ประเพณีการบวชพระ ไม่ได้เป็นเพียงงานของบ้านใดบ้านหนึ่ง แต่เป็นงานของคนส่วนใหญ่ งานของชุมชน เปรียบได้เป็นงานของหลวง เมื่อสึกจากการเป็นพระแล้ว จึงได้นำคำว่า หลวง มาเป็นคำนำหน้าชื่อ เพื่อให้ผู้ที่บวชแล้วนั้น ระลึกอยู่เสมอว่าตนเป็นคนสาธารณะ และจำต้องประพฤติดีอยู่เป็นนิตย์

 

          เจ้า  ใช้เรียกนำหน้าชื่อของผู้ที่ผ่านการอุปสมบทแล้ว และมีวัยวุฒิ/ คุณวุฒิ ด้อยกว่า  คำว่า เจ้า ตามในมงคลชีวิต 38 ประการ ข้อที่ว่า ยกย่องคนที่สมควรยกย่อง  คำว่า เจ้า จึงถูกหยิบมาใช้ยกย่องผู้ที่ผ่านการบวชเรียนแล้ว

 

          เณร  นี่ก็เป็นอีกคำหนึ่ง ในบริบทของ จ.สุราษฏร์ธานี จะใช้เรียกผู้ที่ผ่านการบรรพชา (บวชเณร) แล้ว สึกออกมาก็จะเรียกว่าเณรนำหน้า

 

           หลวง หรือ เจ้า ก็เปรียบได้กับ คำว่า ทิด ของชาวภาคกลาง แต่เราค่อนข้องจะได้ยินว่า ใครจะใช้คำว่า ทิด นำหน้าชื่อน้อยมาก ผิดกับคนใต้ ที่ใช้ หลวง หรือ เจ้า กันแทบทุกคนผ่านการบวชแล้วด้วยความภาคภูมิใจ อาจจะตีความได้ว่า คนใต้ ยังยึดถือศาสนา เป็นสิ่งที่สำคัญของวิถีชุมชน เป็นเกีรยติศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลก็เป็นได้