- เมื่อก่อน ถ้าเกิดทุกข์ใจหรือจิตใจวุ่นวายเมื่อไร ผมก็จะพยายามพิจารณาธรรมให้เกิดปัญญา (ชั่วคราว) เพื่อที่จะดับทุกข์
- แต่เมื่อฝึกมากขึ้น ปริยัติจากครูบาอาจารย์มากขึ้น ถึงได้ทราบว่า จริง ๆ แล้ว ไม่ต้องไปดับทุกข์หรือทำให้จิตใจสงบ แค่ใช้สติตามรู้เฉย ๆ ให้เห็นกายกับใจตามความเป็นจริง แต่ถ้าเราไปดับทุกข์ไปพยายามให้จิตใจสงบแล้ว เราก็จะไม่เห็นธรรมชาติของกายและใจตามความเป็นจริง
- ------------
- แต่มือใหม่(อย่างกระผม) อินทรีย์ยังไม่แก่กล้านั้น ธรรมะที่มีส่วนใหญ่จะเป็น "ธรรมสัญญา" คือ ได้มาจากการอ่านการท่องการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นหลัก ยังไม่เข้าสู่ใจ ดังนั้น เมื่อมีทุกข์เมื่อไร ก็จะกระเด็นกระดอน จิตใจวุ่นวาย ไปตามแรงแห่งทุกข์ ธรรมะที่เคลือบใจอยู่ก็พลอยหลงลืมเปิดตำราไม่ทัน จึงเป็นเหตุให้ต้องพิจารณาธรรมเข้ามาสู้กับทุกข์ เพื่อดับทุกข์ เพื่อสร้างปัญญาชั่วคราวไปใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป
อื่ม เห็นด้วยครับ การฝึกเพื่อรู้ตามธรรม ก็คือ รู้ตามความเป็นจริง เราจะตระหนักในความอัศจรรย์พันลึกของชีวิต (Miracel of Life)เชียวละครับ
กอล์ฟ
เรียน ท่านอาจารย์ภูฟ้า สติมา ปัญญาเกิด สติเกิด บรรเจิดสร้างสรรค์ ครับ
สวัสดีครับ
ธรรมสัญญาน่าจะได้นำมาใช้ได้ในอนาคตนะครับ
เพื่อพลิกแพลง ตอนเรียนรู้กิเลสครับตอนอินทรีย์กล้าไงครับ
เจริญในธรรมนะครับ..
สวัสดีครับ
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเพิ่มเติมความรู้ค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ กับการปฏิบัติ เพราะหากศึกษาจากหนังสือ อ่านเท่าไหร่ ก็ไม่ทำให้แจ่มแจ้งได้เท่ากับลงมือปฏิบัติจริงค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
พยายามต่อไปนะคะ.........ต้องมีความเพียรไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากยิ่งนัก
เพราะมันยากนะซิคะคนส่วนมากถึงหมดความพยายามกัน ทำบุญภาวนามันยากแต่ผล
ตามมาน่ายินดียิ่ง.....สู้ ๆๆๆ
สวัสดีครับ คุณ วิลาวัณย์