วันนี้ วันพระ... ผู้เขียนก็ได้แสดงธรรมตามปกติ เพียงแต่มิได้นำมาเล่าเพราะมีเรื่องติดพันบางอย่างทำให้ทิ้งช่วงไประยะหนึ่ง สำหรับหลายวันพระที่ผ่านมาซึ่งมิได้นำมาเล่านั้น ก็ได้นำนิทานชาดกมาเล่า โดยเริ่มต้นด้วย ทูเรนิทาน ซึ่งเป็นประวัติของสุเมธดาบสผู้ได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรกว่าจักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต โดยการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ (ผู้สนใจ คลิกที่นี้)
บรรดาบารมีเหล่านั้น แต่ละอย่างก็จำแนกคุณภาพออกเป็น ๓ ระดับ กล่าวคือ ระดับธรรมดา (บารมี) ระดับมั่นคง (อุปบารมี) และระดับสูงสุด (ปรมัตถบารมี) ซึ่งคัมภีร์อรรถกถาได้ประมวลไว้ว่าในพระชาติใดบ้างที่พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญปรมัตถบารมี ดังนั้น วันนี้ผู้เขียนจึงนำเอา สสบัณฑิตชาดก ซึ่งเป็นการบำเพ็ญทานปรมัตถบารมีมาแสดง เพื่อเป็นเนื้อหาสืบเนื่องจากครั้งก่อน... ความย่อว่า สมัยหนึ่งพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญากระต่ายป่า ได้อุทิศร่างกายตนเองโดยกระโดดเข้าไปยังกองไฟเพื่อจะได้เป็นอาหารแก่พราหมณ์ผู้มาขอ... ผู้สนใจจะอ่านก็ คลิกที่นี้
อนึ่ง มีประเด็นที่แปลกออกไปจากชาดกเรื่องนี้ นั่นคือ รูปปรากฎของดวงจันท์ที่เรามองเห็นว่าเป็นกระต่ายนั้น มีตำนานมาจากชาดกเรื่องนี้ โดยท้าวสักกจอมเทพที่แปลงร่างเป็นพราหมณ์มาขออาหารนั้น ได้บีบภูเขาเพื่อให้มีของเหลวไหลออกมา แล้วก็นำของเหลวนั้นไปเขียนรูปกระด่ายไว้ที่ดวงจันท์เพื่อให้เกียรติคุณของพญากระต่ายโพธิสัตว์ปรากฎคงอยู่สืบไป...
และตั้งใจว่าจะนำชาดกที่เป็นศีลปรมัตถบารมีและเนกขัมมปรมัตถบารมีเป็นต้น มาแสดงเป็นลำดับๆ จนกว่าจะจบทั้ง ๑๐ ประการ...
นมัสการพระคุณเจ้าครับ
กระผมมีเรื่องจะเรียนถามพระคุณเจ้าครับ
การนั่งสมาธิให้จิตใตสงบ ตามคำสอนขององค์พระสัมมา
นั้น แก่นแท้ คือ ให้จิตสงบ
มีอะไรที่นอกเหนือไปจากนี้หรือไม่ครับ
กระผมเห็นผู้คนหลายคน มักเข้าใจว่า
การนั่งสมาธิ แล้วสามารถแก้กรรมให้ตนได้บ้าง
สามารถสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวรได้บ้าง
เห็นนิมิตรอย่างนั้นอย่างนี้บ้าง
ซึ่งกระผมมองว่า เป็นการเข้าใจหลักคำสอน
ขององค์พระสัมมา ผิดไป
แม้กระผมยังด้อยปัญญาในเรื่องพุทธศาสนา
มีกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ
แต่ยังยังมอง่วาพระพุทธองค์สอนให้เราเพียงว่า
"ละทำชั่ว ทำความดี ทำใจให้บริสุทธิ์"
ซึ่งเป็นแก่นของพุทธศาสนา
เรียนนมัสการถามมาด้วยข้อสงสัยเช่นดังกล่าวครับ
คุณโยมเข้าใจถูกต้องแล้ว ส่วนความเห็นความเชื่อของคนบางกลุ่มที่ว่านั้น บางอย่างก็จัดเป็น สัมมาทิฎฐิ (ความเห็นชอบ) บางอย่างก็จัดเป็นมิจฉาทิฎฐิ(ความเห็นผิด) แต่รายละเอียดนั้น ผ่านไปเถอะ...
เจริญพร
เมื่อวันก่อน...ผมลองให้ทานเลือดแก่ยุงครับ(คงไม่ถึงปรมัตบารมี...อิอิ)...พระอาจารย์
เห็นว่าเขาอยากดื่มเลือดผมนัก...เลยปล่อยให้ดูดเลือดจนอิ่มหนำ... ตัวแรกอิ่มจนบินแทบไม่ไหว...ส่วนจิตผมเอง สังเกตุเห็นว่า ... เมื่อก่อนเคยตบยุงเสียเละ...เลือดกระจาย(เลือดเราเองนะเนี่ย...ถึงได้เจ็บ...555) หลังจากตบและเกา...จะมีผื่นแดงเกิดขึ้น...เจ็บและคันต่อไปอีกหน่อย พักนึงก็หาย... แต่คราวนี้ จิต บอกเราว่าเจ็บนิดนึงตอนถูกปากยุงแทงลงในเนื้อ...จากนั้นก็หาย...จนยุงอิ่ม แล้วก็จากไป... ผมตั้งข้อสังเกตุว่า...ขณะที่ปากของยุงจิ้มลงในเนื้อเรา...ยุงจะยอมตาย...ไม่ว่าเราจะจับ...จะเขี่ย...แหย่อย่างไรก็ไม่ยอมไป...จนกว่าจะอิ่ม...55555
ผมสังเกตุดูจิตของตัวเอง...เมื่อก่อนเคยคิดว่าจะหาวิธีฝึกให้จิตสงบ...พอฟังซีดีหลวงพ่อปราโมทย์...ท่านว่า...จิตเป็นจิต...ไม่ใช่เรา...จะไปบังคับให้สงบได้อย่างไร...ไม่มีทาง...55555
จิตย่อมเคลื่อนไหวไปมา...เข้านอกออกใน...เร็วและล่องหนง่าย...ไม่มีใครควบคุมบังคับได้...เพราะมันเกิดดับอยู่ตลอดเวลา...แต่ถ้าตามดูตามรู้ จนเท่าทันในทุกสภาวะ...เราก็จะเห็นจิต...
แรกลอยล่อง เมื่อรู้ ลองทำ
ฝึกจิตจำ พรากจาก ร่างแล้ว
จำจากจิต ปล่อยให้ ใจจ้อง ตามดู
ปล่อยจิตใจ อย่าได้ อยากรู้ จริงจัง
กราบ 3 หนครับ
เจริญพร