R2R หรือ Routine to Research นี้
เป็นเรื่องของการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย ใน มข. เห็นพูดกันในหลายเวที ซึ่งหลายคนอาจจะได้รับรู้ รับทราบและนำมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนางานแล้ว แต่สำหรับสิริพร ครั้งนี้เพิ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมฟังบรรยายที่สำนักบริหารการวิจัยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ณ ห้องประชุม HS05 คณะมนุษยศาสตร์ฯ
อ้อ วันนี้ พี่แก้ว อุบล จ๋วงพานิช Blogger คนเก่งของเรามาเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ในการพัฒนางานประจำสู่การวิจัยด้วย
-
สาระสำคัญของการบรรยายพิเศษในครั้งนี้ คือ
1. มหาวิทยาลัยขอนแก่นให้การส่งเสริม โดยสนับสนุนงบประมาณโครงการละ 5,000 บาท (เฉพาะโครงการที่ผ่านเกณฑ์)
2. เป็นโครงการที่อนุญาตให้บุคลากรสายสนับสนุนทำเท่านั้น
3. เป็นโอกาสในการพัฒนาคน พัฒนางาน โดยการนำประเด็นปัญหาที่พบในจากการทำงานมาหาแนวทางแก้ไข ซึ่งอาจทำให้เกิดนวัตกรรม หรือแนวแปฏิบัติที่ดีต่อไป
4. ไม่ใช่การคิดงานใหม่ แต่เป็นการแก้ไขจุดบกพร่องในงานเดิมๆ ที่ทำอยู่เป็นประจำ
5. เมื่อคิดประเด็นปัญหาจากงานประจำ และนำสู่งานวิจัย เมื่อได้ผลงานวิจัยแล้ว อย่าลืมย้อนกลับมาพัฒนางานประจำ
-
ลักษณะของงาน R2R
มีประเด็นปัญหา มีกระบวนการแก้ไขซึ่งปัญหานั้น (โดยไม่ต้องอาศัยกระบวนการวิจัยมากนัก) เห็นผลเชิงประจักษ์ และได้รับการยอมรับจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
-
แล้วบรรณารักษ์ได้อะไร
ถ้าหน่วยงานเห็นว่า R2R เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรและหน่วยงาน ควรจะมีนโนบายชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะบรรณารักษ์รวมถึงผู้ปฏิบัติงานห้องสมุดจะได้ประโยชน์ คือ
- การพัฒนาทักษะเชิงคิดวิเคราะห์
- การมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร
- การมีผลงานวิชาการ ในการขอผลงานวิชาการ หรือ รักษาสถานภาพทางวิชาการ โดยเฉพาะระดับชำนาญการที่จะต้องส่งผลงานวิชาการในการรักษาสถานภาพทางวิชาการปีละ 1 เรื่อง
- เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
- ฯลฯ คิดได้เท่านี้ อิอิ
-
หน่วยงานหรือห้องสมุดต้องทำอย่างไร
หากเห็นประโยชน์ของ R2R ก็เริ่มกันเลย
1. มีคณะกรรมการทางด้านวิชาการ ที่สามารถดูแล ให้คำปรึกษาในการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยได้ รู้ถึงขอบเขตของ R2R ที่แตกต่างจากการทำวิจัยสถาบัน สามารถเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงานได้ เพื่อให้บุคลากรเกิดความเป็น Knowledge Worker ที่ไม่เพียงแต่ทำงานเก่ง แต่ยังมีความสามารถที่ดีในการถ่ายทอดเชิงวิชาการอีกด้วย
2. มีแผนในการให้ความรู้แก่บุคลากรว่า R2R คืออะไร มีกระบวนการทำอย่างไรบ้าง โดยการจัดอบรม ให้ความรู้ ทำ KM เป็นต้น
3. กำหนดแผนในการพัฒนางาน โดยอาจระบุให้แต่ละกลุ่มงานจัดส่ง การพฒนางาน R2R อย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง ไม่ต้องคิดใหม่ใช้เรื่องที่เคยทำกันอยู่แล้วก็น่าจะได้ เช่น การลดขั้นตอนงาน การเพิ่มความพึงพอใจ เป็นต้น
4. มีปฏิทินงานในการทำ R2R เพื่อให้สอดคล้องกับแผนสนับสนุนของสำนักบริหารงานวิจัย เผื่ออย่างน้อยจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภายนอกด้วย อย่างนี้แล้วแผนของห้องสมุดอาจต้องเริ่มก่อน ดีไม่ดีต้องคร่อมปีงบประมาณด้วยซ้ำ
4. ผู้บริหารให้ความสำคัญอย่างจริงใจ เพื่อเป็นขวัญและและกำลังใจแก่ผู้ทำ โดยพูดคุยเรื่องนี้อย่างถึงแก่น หรือหางบประมาณสนับสนุน
ว่าแต่ว่า วันนี้ R2R ในระดับหน่วยงานถูกจัดวางไว้ในลำดับที่เท่าใด...ถ้าไม่ให้ความสำคัญ ก็แล้วไป เพียงแต่เป็นที่น่าเสียดาย
แล้วบรรณารักษ์อย่างเราๆ หล่ะ ในด้านวิชาการนั้น ปีหนึ่งๆ หรือหลายๆ ปี จะผลิตผลงานวิชาการได้มากน้อยเท่าใด วันที่ไปฟังบรรยายนั้นเห็นพยาบาลให้ความสนใจในเรื่องนี้มาก ตั้งแต่หัวหน้าวอร์ดและผู้ปฏิบัติงาน และในความคิดตัวเองงานพยาบาลหน่ะดูจะเครียดกว่างานบรรณารักษ์ แต่สายพยาบาลก็มีผลงาน R2R ออกมาเรื่อยๆ จนอดมองกลับมายังตัวเองไม่ได้ เราก็สายสนับสนุนเหมือนกัน...แต่การ Active ด้านวิชาการของเราแตกต่างกันเหลือเกิน...เฮ้อ...อันนี้ไม่ได้ว่าใคร...มองที่ตัวเองเป็นหลัก...สงสัยมันเป็นที่เปิง อิอิ
Output ของกระบวนการนี้ คือ ผลงานวิชาการของบุคลากร
Outcome คือ ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ที่เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงงาน
ขอบคุณพี่ตุ่นสำหรับการเผยแพร่ความรู้นะคะ
เป็นประโยชน์อย่างมากมาย
ไม่ได้เข้าร่วมแต่ได้ความรู้ ชอบมากมายค่ะ
รู้มาก็บอกต่อจ้า
สงกาสัย น้องอ้อม เป็นเหมือนคนที่เป็นน้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว
อะไรที่ "บอกต่อ" จึงเป็นที่ชอบมากมาย
ดังนั้น เครื่องดื่ม ที่เต็มแก้ว จึงต้องจัดการดื่มให้หมด
จะได้รินใหม่ เย้ เย้
มีโอกาสได้ทำวิจัยชั้นแรกเหมือนกันค่ะ ตอนแรกกังวลว่าจะทำไม่ได้เพราะไม่มีประสบการณ์ แต่พอได้ลองทำแล้ว ไม่ยากอย่างที่คิดขอแค่มีความตั้งใจจริงค่ะ ตอนนี้กำลังจะเสนอโครงการวิจัยอีกเรื่องค่ะ
ลืมบอกไปค่ะ นอกจากเป็นบรรณารักษ์แล้ว หนูยังอยู่หน่วยวิจัยประจำคณะด้วยค่ะ
สู้สู้นะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ พี่ตุ๋นเก่งอยู่แล้ว
แวะมาทักทายค่ะ...
กะว่าจำนำหนังสือที่เขียนถึงเรื่อง R2R ไปบริจาคที่ห้องสมุดค่ะ แต่ยังไม่มีเวลาได้เข้าไปเลยค่ะ หากได้เข้าไปจะแวะไปหาพี่ตุ่นนะคะ
(^___^)
กะปุ๋ม
R2R output outcome พยาบาล-บรรณารักษ์ และความ Active ด้านวิชาการที่ต่างกันมากเหลือเกิน เห็นด้วยค่ะ ^^อุ๊บส์ แค่รำพึงนะคะ
มาทักทายค่ะ
เสียดายไม่ได้ทักทายกันวันนั้น
ตุ่นน้องรัก
นอกจากจะได้แง่คิดว่า Output ของกระบวนการนี้ คือ ผลงานวิชาการของบุคลากร
และ Outcome คือ ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ที่เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงงาน
สิ่งที่พี่ได้คือตัวอย่างของการเล่าเรื่อง สรุปความ จับสาระสำคัญ และให้แง่คิด
หากไม่ได้มีโอกาสร่วมประชุมด้วยก็เข้าใจถึงเนื้อหา วัตถุประสงค์ของการประชุมR2R
หากมีโอกาส จะลองเขียนบ้าง รออ่านนะ
เป็นกำลังใจและจะอ่านงานจากคุณ Superpu นะคะ
สู้ๆ
ขอบคุณการทักทายของ ผอ. ประจักษ์
ท่านคงสบายดีนะคะ
มหา แวะมาเยี่ยมห้องสมุดอ่านสิ่งที่เป็นสาระดี ๆ
เป็นบทเรียนที่ดีครับ
ขอบคุณการแวะมาเยี่ยมของมหา
เหรียญชัย
ว่าแต่ว่า...มีสาระที่พอเป็นเป็นประโยชน์หรือเปล่าคะ
ว่างๆ แวะมาใหม่นะคะ
ตามที่อาจารย์กู้เกียรติ
บอกว่า เป็นบทเรียนที่ดีนั้น...
คนห้องสมุดน่าจะเห็นด้วย และลงมือทำ...
ว่าหรือเปล่าค่ะ
ดีครับ.....เรียน อ.สิริพร ทิวะสิงห์ ขณะนี้ผมเองต้องรับบทบาทจัดการห้องสมุดด้วย เพราะรับผิดชอบกลุ่มงานจัดการความรู้ ของกรมการพัฒนาชุมชน อยากได้ไอเดียการจัดกิจกรรมชวนคนเข้าห้องสมุด ต้องทำอย่างไรครับ
นับเป็นเกียรติที่ได้รับคำถามนี้จากอาจารย์
ขอเวลาหน่อยนึง จะเขียนบันทึกไอเดีย (ส่วนบุคคล) เกี่ยวกับการจัดส่งเสริมการใช้ห้องสมุดเฉพาะ นะคะ จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างกว้างขวาง
มีบันทึกเก่าๆ เกี่ยวกับ ห้องสมุดโรงเรียน ที่http://gotoknow.org/blog/library-librarian/35392
และคำถามตอบ เกี่ยวกับ ห้องสมุดมีชีวิต ที่
http://gotoknow.org/ask/tsirip/1857
อาจจะพอมีสาระบ้างนะคะ