คิดไม่ถึง ว่า ประโยคที่จารึกอยู่บนภาพ มีความหมาย สำหรับใครหลายๆคน และหนึ่งในหลายๆคนก็คือผู้เขียนเอง

ภาพสวย สะดุดตา ก่อนที่จะทอดสายตาผ่านตัวหนังสือที่มีความหมาย  ผู้เขียนได้อ่านข้อความนี้ของน้องลีลาวดีหลายครั้ง  หลายครา    ยิ่งกินใจและเชื่อว่า ประโยคที่จารึกอยู่บนภาพมีความหมายสำหรับใครหลายๆคน โดยเฉพาะตัวผู้เขียนเอง...ผู้เขียนเคยได้รับความกระทบกระเทือนใจหลายๆเรื่องตั้งแต่วัยเยาว์...ถ้าเอามาเขียนเป็นนิยายคงบรรยายไม่หมดเพราะชีวิตผ่านร้อน  ผ่านหนาว ผ่านความเป็นคนที่ต้องเรียนรู้สังคมแห่งความไม่ยุติธรรม  สังคมแห่งความเห็นแก่ได้  เห็นแก่ตัว  สังคมแห่งความโลภโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง  สังคมที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครๆเขาพูดบ้าง  นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนค้นพบ   เมื่อก่อน  จะนอนก็คิด  จะนั่งก็คิด  ไม่ว่าจะทำอะไรก็คิด  คิดว่าเราจะสู้รบปรบมือเพื่อความยุติธรรมเราจะทำอย่างไร  จะหันหน้าไปพึ่งใครเพราะทุกวันนี้ชีวิตกับลมหายใจของเรามีเพียงหนึ่งเดียวในโลกใบนี้...ไม่เคยนอนหลับ  ไม่เคยได้พักผ่อนความคิด...หน้าตาเศร้าหมอง...ไม่อยากพบปะใคร...เพราะไม่ไว้ใจใครสักคน...โลกนี้น่ากลัว...โลกนี้ไม่จริงใจ...ตอนนี้ผู้เขียนได้หยุดและหันกลับไปมองสังคม  หันไปมองบุคคลที่ทำร้ายความรู้สึกดีดี  หันไปมองบุคคลที่เห็นแก่ได้  เห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงความยุติธรรม...ผู้เขียนให้อภัยและหยุดคิด...หันกลับมานั่งสมาธิ สวดมนต์ก่อนนอนวันละ 5 นาที...จนกระทั่งเดี๋ยวนี้     หัวถึงหมอนนอนหลับปุ๋ยแถมกรนอีกต่างหาก... การค้นพบความจริงเมื่อวัยกลางคน...ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นสิ่งดีดี  ด้วยประโยคที่ว่า   การรู้จักการให้อภัยคน เป็นสิ่งที่ทำได้ โดยไม่ต้องลงทุน  ไม่ต้องลงแรง  ไม่ต้องเสียอะไรเลย  เรายังได้ความสุข  ความสบายใจตอบแทน ยิ้มกับทุกคนได้อย่างสบายๆ นับอายุถอยหลังเป็นวันดูสิจะเหลืออีกสักกี่วันที่เราจะอยู่อย่างมีความสุขบนโลกกลมๆใบเล็กๆแห่งความกว้างใหญ่ของจักรวาล...น่าคิดใช่มั๊ยล่ะคะ?