KM ทำอะไรได้บ้าง

ต่อไปนี้เป็นความเข้าใจ หลังจากพยายามทำความเข้าใจมานาน  อาจจะถูกหรือผิด  

 

สมมติว่าชาวบ้านจากหลายกลุ่มมาจัดวงเรียนรู้ร่วมกัน

 

เราวาดวงกลมวงหนึ่ง  บอกว่า  กลุ่มองค์กรชาวบ้านเก่งๆ คือกลุ่มครูหลายกลุ่มที่เป็นจุดเรียงรายต่อเป็นสายบนเส้นรอบวงนี้     ต่างกลุ่มต่างเก่งคนละแบบ    นี่คือพรมแดนแห่งความรู้จากการปฎิบัติจริงของชาวบ้าน   ข้างในวงกลมจะประกอบด้วยกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมากมายที่ยังไม่เก่งนัก

 

หนึ่ง  จากวงเรียนรู้ (KM)   เราอาจจะบอกได้ว่า    เส้นรอบวง หรือพรมแดนแห่งความรู้ของวงนี้อยู่ตรงไหน    วงกลมแหว่งเว้ามีตำหนิตรงส่วนไหน  หมายถึงมีจุดอ่อนที่ไหน   ( วงกลมจึงไม่จำเป็นต้องกลม)   ส่วนจะแก้จุดอ่อนของวงกลมนี้อย่างไร  วงเรียนรู้อาจช่วยแก้บางจุดได้    แต่อาจแก้บางจุดไม่ได้  

 

สอง  วงเรียนรู้จะเป็นเครื่องมือที่จะขยับจุดเล็กๆในวงกลม ให้ออกไปใกล้ขอบเขตของเส้นรอบวงให้ได้มากที่สุด

 

สาม  วงเรียนรู้อาจช่วยขยายเส้นรอบวงได้บ้าง  อาจช่วยบอกทิศทางที่ควรเป็นของการเคลื่อนวงได้บ้าง  ไม่มากก็น้อย

 

แต่วงเรียนรู้จะช่วยขยายเส้นรอบวงได้มากเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้มีส่วนร่วมในวงเรียนรู้จะมีประสบการณ์  ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และจินตนาการเพียงใด

 

สี่  ผลของวงเรียนรู้ จะเกิดกับคนที่เข้าร่วมวงเรียนรู้  ซึ่งแต่ละคนจะเรียนรู้และนำไปใช้ได้ไม่เท่ากัน    และยากที่คนภายนอกจะร่วมเรียนรู้ได้ หากการเรียนรู้ไม่ถูกบันทึก   

 

ผู้จัดวงเรียนรู้จึงควรจะสรุปบทบาทของวงเรียนรู้ให้ได้ทั้งสี่ข้อ

 

วงเรียนรู้เหมาะสมกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ของสังคมไทยมากกว่าการวิจัย  เพราะเราไม่ถนัดและไม่นิยมการเขียนการอ่าน  ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีลงมาจนถึงระดับชาวบ้านทั่วไป   งานวิจัยจึงขึ้นหิ้ง   วิจัยไม่ได้เรื่องเพราะไม่ได้อ่านมากก่อนวิจัย  และผลการวิจัยไม่ได้ประโยชน์เพราะไม่มีคนอ่าน   สังคมไทยขณะนี้จึงชอบการประชุมสัมมนามากกว่า   คือ ศึกษาวิจัยเรียนรู้มาแล้วมาเล่าสู่กันฟัง    (แต่มีข้อดีหากให้มีการแสดงความเห็น)

 

ต่างกับบางสังคม เช่นญี่ปุ่น หรือแม้แต่เวียดนาม ที่คนเล็กคนน้อยก็ดูจะสนใจอ่านและจดบันทึก   จึงเก็บรายละเอียดได้มากกว่า  และจารึกประวัติศาสตร์ได้เที่ยงตรงกว่า   แนวคิด ประสบการณ์ของครูชบ พระอาจารย์สุบินหากไม่มีใครช่วยจดบันทึกไว้  อีก 10-20 ปีก็เริ่มเลือนและบิดพริ้วไปตามกาลเวลา  อาจเป็นเพียงตำนาน.... หรือแม้แต่ชั่วขณะนี้  การขยายผลแบบพึ่งพาการพูดคุยอย่างเดียว  ปากต่อปากก็อาจผิดเพี้ยนได้

 

การมีวงเรียนรู้ที่ดีแปลว่า  งานวิจัยไม่มีประโยชน์เช่นนั้นหรือ ?   ไม่น่าจะใช่   เพียงแต่งานวิจัยไม่เหมาะกับวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนไทย

 

ส่วนผลของงานวิจัย  ตั้งใจจะให้คนนอกได้เรียนรู้อยู่แล้ว (ตรงข้ามกับ KM)   การเรียนรู้จึงอยู่ที่ว่า  งานวิจัยนั้นจะดีหรือไม่  และจะมีคนหยิบงานนั้นมาเรียนรู้ใช้ประโยชน์หรือไม่

 

ข้อสังเกตสุดท้ายคือ  วงเรียนรู้ที่ดีไม่ควรตีกรอบว่า เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่คิดเหมือน    และมองว่าคนที่คิดต่างนั้นไม่ใช่พวก  มีความคิดหน่อมแน้ม  เพราะนั่นจะเป็นการกีดกันและตัดการเรียนรู้ของตนเองและของคนอื่นที่อยากเข้ามาร่วมเรียนรู้ไปโดยทันที

 

ที่น่าเสียใจคือ   วงเรียนรู้ที่กีดกันนั้นบางครั้งเกิดขึ้นกับนักวิชาการ  ทั้งที่ควรจะเป็นวงของการเปิดความคิดให้กว้างมากที่สุด    การกีดกั้น ปิดกั้นเกิดเพราะมีอีโก้และเชื่อในแนวทางของตัวเองมากเกินไป    ความมีเมตตาจิต ไม่อคติ  ไม่พูดส่อเสียด  จึงจะสร้างวงเรียนรู้ที่ขยายพรมแดนความรู้ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เศรษฐศาสตร์เพื่อชีวิต



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยอย่างมาก ค่ะ เพราะปัจจุบันนี้ก็ยังพบการปิดกั้น มีความมั่นใจในความคิดของตนเองว่าถูกว่าดีกว่าคนอื่น

เขียนเมื่อ 

เห็นคล้อยตามครับ เราคุยกันว่า สังคมเมืองเราก้าวไปไกลมาก ชนบทวิ่งตาม เพราะเชื่อว่าสังคมเมืองคือแบบอย่างของการพัฒนา แล้วองค์ความรู้ทั้งหลายแหล่ของชุมชนก็ค่อยๆหดหาย จางหายไป ไปถามหาความรู้ใหม่ๆที่มี อย. ที่มีใบประกาศนียบัตร ปริญญา หรือการรับประกันตามระบบ ส่วนความรู้ท้องถิ่นจางหายไปเพราะไม่มีใบรับรอง อาจจะมีบ้างแต่ก็น้อยมากๆ

วันหนึ่งสังคมเมืองคุยกันว่า น้ำมันกำลังจะหมด ต้องหาพลังงานทดแทน แล้วคนส่วนหนึ่งก็หันหน้ากลับไปชนบท ไปศึกษาพืชที่ให้พลังงาน คิดถึงลม น้ำ ฯลฯ แต่ก็เป็นหน่วยพลังงานเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับวิถีชีวิตเมืองที่บริโภคพลังงานตลอด 24 ชั่วโมงอย่างฟุ่มเฟือย

หากวันหนึ่งพลังงานหมดจริงๆ คนเมืองตายก่อนเพื่อนเพราะไม่รู้การดำรงชีวิตที่ปราศจากแรงงาน จุดไฟแบบธรรมชาติก็ไม่เป็น เคยเรียนบ้างแต่ไม่เคยปฏิบัติ หุงข้าวแบบใช้ฟืนก็ไม่เป็น ก็ใช้แต่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า..ฯลฯ องค์ความรู้แบบพอเพียง แบบดั้งเดิมไม่ได้บันทึก แต่หายไปมากมายแล้ว

และ KM ผมเห็นว่ามีประโยชน์มากๆ แต่ช่วงหลังผมมีคำถาม ว่า KM ไม่พอ ต้อง KM เพื่อสำนึกด้วย สำนึกเพื่อพอเพียง เพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติ ไม่ใช่ KM เพื่อความร่ำรวย ตักตวง เอาเปรียบ ฯลฯ

เราจะสร้าง KM แบบก่อให้เกิดสำนึกดีดีได้อย่างไร เป็นคำถามต่อ KM ด้วยครับ