ควรเล่าเรื่องที่เป็นความสำเร็จของงานโดยไม่ละเลยที่มาที่ไป และวิธีการทำงานให้เกิดผลของความสำเร็จนั้นๆ
บันทึกนี้เขียนตามคำร้องขอของท่านอาจารย์เทียมจันทร์ (ในวันเสวนารวมพลฅนเขียน blog - ก็คือวันนี้แหละ) เพื่อน้องๆ ที่เริ่มจดๆจ้องๆ ไม่กล้าเขียนบันทึกสักทีแหละครับ
ความจริงผมเคยเขียนเรื่องทำนองนี้ มา 2 ครั้งแล้วครับ
-
ครั้งแรก เขียนเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2548 ชื่อบันทึก : การเขียนบันทึกลงบล็อกไม่ยากอย่างที่คุณคิด
-
ครั้งที่สอง เขียนเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2548 ใช้ชื่อบันทึกว่า : การเขียนบันทึกลงบล็อกไม่ยากอย่างที่คุณคิด (2)
ลองย้อนกลับไปอ่านดูครับ ผมเห็นว่าตอนนั้นสำนวนยังไม่ค่อยดีเพราะว่าเริ่มเขียนบันทึกใหม่ๆ แต่ตอนนี้วิทยายุทธเริ่มดีขึ้นมาเป็นลำดับแล้วครับ (ทั้ง 2 บันทึก rating ไม่ถึง 100)
คราวนี้ก็มาเริ่มบรรเลงกันเลยครับ ...การเขียนบันทึก (ลงบล็อก) ไม่ยากอย่างที่คิด
-
เริ่มแรกขอให้ตั้งฉันทะอยากให้ อยากแบ่งปันความรู้ให้กับผู้อื่น ครับ
-
ไม่ต้องไปสนใจว่าใครจะอ่านของเราหรือไม่, ใครจะติเราหรือไม่, ใครจะหาว่าเราเอามะพร้าวห้าว ไปขายสวนหรือไม่
-
ขอให้เรื่องที่เราเขียน เป็น Positive approach หรือ คิดเชิงบวก เป็นพอนะครับ
-
เขียนเป็นบันทึกสั้นๆ ทำนองเล่าเรื่องเหตุการณ์การทำงานในวันนั้น หรือวันที่เราประทับใจ
-
เมื่อเริ่มเขียนแรกๆ ควรเล่าเรื่องเพียง 1 ประเด็น (ไม่เกิน 2 ประเด็น) ความยาวประมาณ 3-4 บรรทัด แล้วขึ้นย่อหน้าใหม่ ประมาณ 2 ย่อหน้าก็พอ (ผู้อ่านไม่อยากอ่านเรื่องยาวๆ)
-
ควรเล่าเรื่องที่เป็นความสำเร็จของงานโดยไม่ละเลยที่มาที่ไป และวิธีการทำงานให้เกิดผลของความสำเร็จนั้นๆ
-
ควรเริ่มจากความสำเร็จเล็กๆ ก่อน เช่น เรื่องที่คุณแก้มแหม่ม เล่าเรื่องการเอาชนะความขี้เกียจไว้ในบันทึก รายงานการเข้าร่วม "เสวนาคนเขียน blog"
-
สุดท้ายอย่าลืมตั้งชื่อเรื่องให้เป็นที่น่าสนใจและน่าติดตามนะครับ เช่น ชื่อเรื่อง "คุณได้อะไรในการไปเข้าร่วมเสวนารวมพลฅนเขียนบล็อก" เป็นต้น
-
ข้อนี้.....และข้อต่อไป.... เว้นไว้ให้ท่านผู้อ่านร่วมแสดงข้อคิตเห็นเข้ามาครับ
-
....................
ขอขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นล่วงหน้าครับ
ปล. อย่าลืมอ่าน เขียนบันทึกอย่างไรให้น่าอ่านด้วยครับ
ผมขอขอบคุณแทนทุกคนที่เข้าร่วมเสวนาในวันนี้ครับ นอกจากจะได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธจาก Beeman แบบ F2F แล้ว ยังตามด้วย B2B อีก ขอบคุณครับ
ยอดเยี่ยมมากครับ ผมขอเพิ่ม
วิจารณ์ พานิช
บ่อยครั้งที่เรามักชอบการรับ โดยไม่ได้ (หรืออาจลืม ) แลกเปลี่ยน การเีขียนฯ ตามที่กล่าวเป็นการสื่อเพื่อแลกเปลี่ยน ไม่ให้ประสบการณ์ดี ๆ รู้อยู่เพียงคนเดียว ยังทำให้วิชาความรู้ถูกถ่่ายทอดออกมางอกงาม เพราะเราให้อีก ท่านทำบุญด้วยการให้ความรู้แล้ว เมื่อได้เขียนฯ @
เยี่ยมยอดคะ ขอบคุณคะ
ต่อไป ดรีมคงจะเก่งแน่ๆเลย อาจารย์สมลัษณ์ปล่อยวิชามาไม่หยุดหย่อน ดรีมจะเป็นผู้กอบโกยลูกเดียวเลยนะคะ
ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะในการเขียน blog มากค่ะอาจารย์
ขอบคุณค่ะ ดีจัง ได้ตามไปอ่านบันทึกคุณแหม่มด้วย เทคนิคการตั้งชื่อ กับภาพถ่ายที่น่ารัก และ”มีครูดี” ผสมผสานกันได้เป็นอย่างดี อันนี้กระมังคะ ที่เรียกว่า “ชุมชน” ตามหลักการ CoP
ขออนุญาตินำบันทึกนี้ไปอ้่างอิงที่
บันทึกชีวิต เพื่อถ่ายทอดความรู้ เพื่อสังคมและประเทศชาติ
ขอบคุณ คุณแผ่นดิน