"โครงการการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน : SHA" เป็นโครงการที่ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล(พรพ.)ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ผ่านการรับรองและกำลังจะรับการรับรองคุณภาพ เกิดการเปลี่ยนแปลงในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ผู้เขียนได้เข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคตะวันออกเฉีนงเหนือ ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2552 ณ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ได้รับการสนับสนุนค่าที่พัก ค่าอาหาร ด้วย

โครงการนี้ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า sustainable hospital accreditation คำย่อใช้ SHA แล้วก็เรียกกันติดปากว่า ชา

SHA ประกอบด้วย 2S 3H 2A

Spiritual

Sustainable

Humanized

HA

HPH

Appreciation

Accreditation

 

ผู้เขียนเข้าใจเองว่า การจะทำคุณภาพโรงพยาบาล จะต้องมีคำว่า ต้อง

  1. ต้องมีความรัก ต้องใส่ใจ ให้ความเอื้ออาทรต่อผู้ป่วย ต้องเห็นผู้ป่วยเป็นคน และต้องทำตัวเป็นคนด้วยไม่ใช่เป็นแพทย์อย่างเดียว หรือที่มักเรียกกันว่า การดูแลด้วยจิตใจของความเป็นมนุษย์

  2. ต้องคำนึงถึงจิตวิญญาน     อาจารย์หมอสุรชัย ปัญญาพฤทธิพงษ์ ให้คำจำกัดความว่า หมายถึง self

    ส่วนผู้เขียนเห็นว่า คงหมายถึงความเป็นตัวตนแห่งตน ภายในพฤติกรรมที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจที่ตนเองเชื่อมั่นและอยากกระทำให้แก่ผู้อื่นหรือตัวเอง ให้ได้รับสิ่งที่ดีๆจากการกระทำที่คิดว่าดีแล้วจะทำให้เกิดความปิติยินดี

  3. ต้องมีความยั่งยืน หมายถึงต้องมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ภายใต้ปัญหาของใครคนไหน ใครคนนั้นต้องเป็นผู้แก้ ผู้เยียวยา ร่วมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันคิด เพื่อความผาสุกของตนและบุคคลในครอบครัว

      ทาง พรพ. จึงนำเครื่องมืออย่างหนึ่งมาใช้ ที่เรียกว่า outcome mapping : OM มาใช้ในชุมชนโดยชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเกิดความยั่งยืนภายใต้การแก้ปัญหาที่ตรงคงามต้องการ

  4. ต้องเป็นโรงพยาบาลคุณภาพและโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ ตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยและเกิดความพึงพอใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ในสังคมได้อย่างไม่ต้องเป็นภาระให้แก่ผู้อื่น

  5. ต้องมีความชื่นชมยินดี เมื่อทำความดีต้องได้รับความชื่นชม มีความอิ่มเอมใจ

      เครื่องมืออย่างหนึ่งที่นำมาใช้ เป็นเหมือนบันทึกความดี ความประสบผลสำเร็จในการทำงาน ผ่านเรื่องเล่าการทำความดี แล้วจะได้ประเด็นคุณภาพ ที่หลายคนอาจจะมองไม่เห็นว่า เรากำลังทำคุณภาพ ซึ่งจะช่วยลดความกดดันจากคำว่า "ทำคุณภาพ" ที่ชอบบ่นว่าไม่เข้าใจไม่เข้าใจ

  6. และในที่สุด จะได้เป็นโรงพยาบาลคุณภาพที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากองค์กรภายนอก ที่น่าเชื่อถือว่า เป็นโรงพยาบาลที่มีกระบวนการดูแลผู้ป่วยที่ปลอดภัย

 

ผู้เขียนเข้าใจว่า พรพ. คงคาดหวัง ให้โรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองคุณภาพ มีการต่อยอดการพัฒนาด้านมิติ จิตใจ สังคมและจิตวิญญาน ตามวิสัยทัศน์ของโครงการที่เขียนไว้

ระหว่างการเดินทางกลับ ทีมงานที่เข้าร่วมการอบรม จึงคิดแผนกันว่า

  • ต้องกลับไปประชุมกลุ่มผู้ที่มาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน
  • ใช้ outcome mapping เป็นเครื่องมือในการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชนและใช้กับทีมนำต่างๆที่ยังเห็นเป้าหมายทิศทางของตนเองไม่ชัดเจน
  • กำหนดให้ ทุกงาน ทุกแผนก เขียนเรื่องเล่า ที่ตนเองภาคภูมิใจ ปลื้มใจ ปิติยินดี หรือการปฏิบัติที่ได้รับความสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่ตนเองต้องเองต้องการ เพื่อถ่ายทอดให้บุคคลอื่นร่วมชื่นชมยินดี อย่างน้อยเดือนละ 1 เรื่อง ต่อ หนึ่งหน่วยงาน
  • ใช้พื้นที่ gotoknow เปิดบันทึก SHA-Thabo ตามคำแนะนำของวิทยากร เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวง SHA ทั่วประเทศ

บทเรียนที่ผู้เขียนได้รับจากการเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ได้แก่

  • ดูแลคนไข้ทางกายแล้ว อย่าลืมดูแลด้าน จิตใจ สังคม และจิตวิญญานด้วย
  • ปัญหาของใคร เจ้าของปัญหาต้องคิดต้องหาทางออกด้วยตนเอง ภายใต้กำลังใจของคนรอบข้าง
  • ความรัก ความเอื้ออาทร ความใส่กันและกัน จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่อง

ขอบพระคุณ พรพ. ที่โอกาสได้เข้าร่วมการรับเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความยั่งยืน และความเป็นกัลยาณมิตรจากวิทยากร .........จะช่วยสานต่อเจตนารมย์อย่างใส่ใจค่ะ..........