ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทุกคนคงพัฒนาตัวเองเป็นพระพุทธเจ้ากันหมดแล้ว

เมื่อวาน พฤหัสบดีที่ ๑๘ มิถุนายน เป็นวันไหว้ครู ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมได้มีโอกาสประชุมสรุปบทเรียนเรื่องแนวการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ที่ทำในเครือข่ายข้าวคุณธรรม อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ร่วมกับนักศึกษาที่ผ่านการฝึกงานภาคสนาม ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อปลายปีที่แล้ว

ประเด็นที่สะกิดใจก็คือ ชาวนาทั่วไปยังไม่ทำตาม “ต้นแบบเกษตรกร” ที่ประสพผลสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ ทั้งๆที่ท่านเหล่านั้นก็ทำตัวเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ให้กับชาวนาทุกคน

ทำให้เราต้องวิพากษ์ต่อไปว่า ทำไมเขาจึงไม่ทำตาม

ไหนมีคนชอบพูดว่า “ตัวอย่างที่ดี มีค่ากว่าคำสอน

แล้วตัวอย่างที่ดีทั้งหลาย ก็ยังเป็นแค่ ตัวอย่าง

ต้นแบบที่ดีทั้งหลาย ก็ยังเป็นแค่ ต้นแบบ

ไม่มีการพัฒนาขยายผล ดังแผนที่วางไว้ หรือมีก็เล็กน้อยมาก

แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ มากกว่าการทำตัวเป็น “ตัวอย่างที่ดี”

เมื่อผมลองประเมินดูแล้ว เปรียบเสมือนการบอกคนให้โดดข้ามร่องน้ำ หรือโดดข้ามคลองจากฟากหนึ่งที่ตัวอย่างอยู่ และอีกฟากหนึ่งคนทั่วไปอยู่

ใครกล้าโดด ใครไม่กล้าโดด

หรือบางคนเดินอ้อมไปขึ้นสะพานไกลๆ แล้วกลับมา

หรือบางคนยอมเปียกลุยลงน้ำเดินข้าม

หรือบางคนไปฝึกกำลังมาเพื่อการโดดข้ามให้ได้

แต่อย่างไรก็ต้องประเมินความกว้างของคลอง กับกำลังขาของผู้โดดอยู่ดี

นี่คือ การพัฒนาขีดความรู้ ทักษะ และความสามารถ

แต่ก่อนหน้านั้นอีก อะไรที่ทำให้เขาอยากข้าม

เขาต้องทุกข์มาก เห็นความทุกข์ และต้องการหนีความทุกข์ ไปในเส้นทางของการโดดข้ามคลอง (ตามที่สมมติไว้ข้างต้น) แทนที่จะไปในเส้นทางอื่น ที่อาจเผชิญทุกข์มากขึ้น (เช่นการเดินเข้าหา อบายมุข อบายภูมิ และการพนันแบบต่างๆ ด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นทางแก้ไขให้พ้นทุกข์)

เมื่อพิจารณาบริบทรอบด้านของชาวบ้าน หรือเกษตรกรทั่วไปแล้ว ก็คือ การสร้างสัมมาทิฐิ และ ความรู้ที่ถูกต้อง (วิชชา)  แทน มิจฉาทิฐิ และ อวิชชา ดังที่เป็นอยู่

จึงจะมีโอกาสตะล่อมให้เขาไม่หลงทางไปทางอื่น

ในขณะเดียวกันก็ชี้นำให้เขาเข้ามาเรียนรู้ในเส้นทางที่เป็น สัมมาทิฐิ

ต่อจากนั้นก็ต้องมาพิจารณาว่า เขาจะข้ามคลองได้โดยวิธีใด ใครพร้อมแบบไหน

·        อ้อมไปหาสะพานข้าม(ไปหางบประมาณมาสนับสนุนจากระบบอื่นๆ เป็นต้น)

·        ต่อสะพานยื่นไปให้คลองดูแคบกว่าเดิม (ก็คือ การพัฒนาตนเอง เช่นการ ลด ละ เลิก อบายมุข การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในด้านสร้างความเข้มแข็ง เพื่อการพัฒนาตนเองที่ยั่งยืน)

·        หรือทางเครือข่าย และหน่วยงานภายนอก เข้ามาสนับสนุนช่วย ต่อหัวสะพานจากตัวอย่างที่ดี ที่มีอยู่แล้ว (โดยการจัดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ดูงาน สนับสนุนปัจจัยบางประการที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้คลองดูแคบลง)

การสนับสนุนการพัฒนาที่เอื้ออำนวยให้มีการทำงานร่วมกัน เพื่อการพัฒนาที่ถูกต้องตามตัวอย่างที่มีอยู่จึงเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ

และเราไม่อาจคาดหวังว่า “ตัวอย่างที่ดีก็พอแล้ว”

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทุกคนคงพัฒนาตัวเองเป็นพระพุทธเจ้ากันหมดแล้ว

นี่คือสิ่งที่ต้องคิด ต้องวางแผน ดำเนินการ และติดตามประเมินผล ให้เป็นไปตามนั้น

ไม่งั้นก็คงเป็นแค่ “ฝันกลางวัน” เท่านั้นเองแหละครับ