คิดมากนอนไม่หลับ แต่พอขายที่จ่ายหนี้ ความดันก็ลดลง

    ผู้เขียนเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้  แต่ปฎิบัติในหน้าที่ของงานอุบัติเหตุฉุกเฉิน รับหน้าที่ปฎิบัติงานเวรดึกเป็นประจำ ได้พบปะพูดคุยกับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ความดันบ่อยมาก เพราะต้องอำนวยความสะดวกในการหยิบบัตรคิวให้ บางรายมานอนรอคิวตั้งแต่04 - 05น. ในขณะที่บัตรคิวความดัน เบาหวานเริ่มวางเวลา 06 น.

   มีผู้ป่วยความดันรายหนึ่ง เห็นหน้าจำได้ เพราะเดือนนั้นมาแล้วสองครั้ง ก็หยิบบัตรคิวความดันให้แล้วพลางถามไปว่า

"พันปรือหล่าววันนี้ เห็นวันพุธก่อนมาแล้ว"

ผู้ป่วยบอกว่า"นอนไม่หลับ ไปวัดความดันที่อนามัยมายิ่งขึ้นเพ้อ"

ผู้เขียน "เอ้าแล้วกินยาโถกหม้ายหล่าวตามเท่หมอบอกหมอนัด"

ผู้ป่วย "กินโถก ฉานเคร่งครัดเรื่องหมอสั่ง" 

 ผู้ป่วยหายหน้าไปสองพุธ มาใหม่วันนี้หน้าตาอิดโรย ท่าทางเนือยๆล้าๆ ผู้เขียนหยิบบัตรคิวให้เหมือนเดิม ถามว่า"

"ไม่หายเหอ "

ผู้ป่วย"นอนไม่หลับเป็นเดือนแล้ว" 

ว่างจากการจัดคิวผู้ป่วย ผู้เขียนก็เข้าไปนั่งคุยกับแกถามว่า

"ใหนพันปรือลองบอกให้ฟังถิ

ผู้ป่วย  "หม้ายไม่มีไหร"

 ผู้เขียน "ผมว่าเติ้นต้องมีอะไหรที่บ้านแน่ ถ้านอนไม่หลับพันนี้ ลองหลบไปแลตามหลังบ้าน พวก ทางพร้าว กิ่งมวง กิ่งหนุน ระพาดหลังคาบ้านมั้งหม้ายถ้ามีให้คนช่วยฟันออกเสีย เพราะมันจะทำให้เจ็บหัวนอนไม่หลับ

ผู้ป่วยนิ่ง

ผู้เขียนก็เดินออกมา วันพุธถัดมาแกก็มาอีก ผู้เขียนไม่หยิบบัตรคิวให้ในวันนี้ แต่เดินไปเกาะแขนพามานั่ง แล้วคุยถาม

ผู้เขียน "ปรือมั่งวันนี้ มีอะไรมั่งบนหลังคา" แกไม่ตอบแต่นั่งน้ำตาไหล ต่างคนต่างเงียบผู้เขียนนึกไม่สบายใจนี้เราล่วงล้ำสิทธิส่วนบุคคลมากไปหรือเปล่า แต่อีกความคิดหนึ่งก็แย้งว่า เราปราถนาดี มีความรักความห่วงใย ถึงได้เอาใจใส่เป็นพิเศษ  สักพัก แกหันมามองห้าผู้เขียนแล้วคำพูดของแกก็พรั่งพรูออกมาจนผู้เขียนตั้งรับลำดับเรื่องแทบไม่ทัน

"แกบอกว่า"กิ่งไม่บนหลังคาไม่มี แต่มีเรื่องเจ็บใจมาหลายเดือนแล้ว เพราะว่า ธกส.( ธนาคารเพื่อการเกษตร)มีจดหมายมาเตือนให้ชำระหนี้ ถ้าไม่ชำระภายในกำหนดจะมายึดทรัพย์ ที่ดินจำนวนเก้าไร่ที่มีอยู่  ที่ดินแปลงนี้น้องชายเอาไปจำนองเงินกู้ ธกส. หลายปีแล้ว ทั้งต้นทั้งดอกตอนนี้ 180000 บาท แล้วน้องชายก็หายไปไม่มารับผิดชอบ

 ผู้เขียนบอกแกไปว่าถ้าเป็นพันนี้ไม่ต้องไปพบหมอ เดี๋ยวผู้เขียนออกเวรคุยกันต่อ แกก็รอ  ผู้เขียนเสร็จภาระกิจการปฎิบัติหน้าที่ก็ชวนแกไปนั่งปรึกษากันต่อ สอบถามได้ความว่าที่ดินของแกทำเลดีปลูกลองไว้แล้ว ผู้เขียนแนะนำให้แกตัดสินใจขายที่ออกสักสามไร่ คงขายได้ราคาไร่ละ 7- 8 หมื่น คงล้างหนี้ธกส.ได้ 

ให้คำแนะนำแล้วเราแยกย้ายกันกลับบ้าน ผู้เขียนติดตามเรื่องจากคนข้างบ้านได้ความว่า แกได้ขายที่ดินไป 3  ไร่ ๆ 60000  บาท ไปจ่ายหนี้ธกส.เรียบร้อย หลังจากให้คำแนะนำแล้วประมาณสองเดือน แกมาโรงพยาบาล แวะมาหาผู้เขียนเอาลองกองมาฝาก

 เราพูดคุยกันด้วยความสบายใจ แกบอกว่าคิดไม่ออกจริงๆ  คิดมากนอนไม่หลับ แต่พอขายที่จ่ายหนี้ ความดันก็ลดกินยาที่หมอตามเดิม นี้ก็เข้าสวนเองได้ออกกำลังกายใต้ต้นลองกองมันหวางไปหมดแล้ว 

    การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมเขาบอกว่าคือการดูแลทั้งกาย จิต วิญญาณ สังคม ครอบครัว  ทีมสหวิชาชีพของโรงพยาบาล จึงควรมีคนงาน(ลูกจ้าง)ชำนาญการพิเศษร่วมทีมด้วย จึงจะแก้ปัญหาการดูแลรักษาผู้ป่วยได้ครบถ้วนและครอบคลุมไปถึงครอบครัวและชุมชนได้อย่างแท้จริง