-1-
ดูก่อนวัยรุ่นเอ๋ยจงฉวยเวลาของเจ้าไว้
ในช่วงชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งอาจจะมีเรื่องราวมากมายหลายหลากเกิดขึ้นอย่างมากมายตั้งแต่การพูดประโยคแรกไปโรงเรียนวันแรกสอบตกครั้งแรกแฟนคนแรกเข้ารับปริญญาใบแรกเข้าทำงานในบริษัทแรกเงินก้อนแรกที่หาได้ภรรยาคนแรก(หวังว่าคงไม่มีคนที่สอง) ลูกคนแรก(อันนี้มีคนที่สองได้) เกษียรครั้งแรกจนล่วงไปถึงการตายครั้งแรก
คำถามคือในช่วงชีวิตที่แสนสั้นเพียงพริบตาของจักรวาลความหมายของมันคืออะไรเราได้อะไรและเสียอะไรไปบ้างในการมีชีวิตอยู่เราเกิดมาทำไมมีชีวิตอยู่ไปเพื่อสิ่งใดสุขและทุกข์ในช่วงชีวิตที่เราได้ประสบพบเจอนั้นที่สุดแล้วมันเป็นไปเพื่ออะไรกัน
เชื่อว่าหลายคนพออ่านมาถึงตรงนี้คงจะอมยิ้มและคิดว่าผู้เขียนเป็นอีกคนหนึ่งที่ “หลุดโลก” แปลกประหลาด มัวเสียเวลาแต่กับเรื่องไร้สาระ
ด้วยกลไกทางสังคมในปัจจุบันที่"ชีวิต"ถูกลดทอนค่าลงไปเพียงเพืองจักรตัวหนึ่งของกลไกการผลิตขนาดมหึมาการมีชีวิตที่ดีผูกติดอยู่กับสายพานของระบบการผลิตและกลไกตลาดที่พยามจะรีดศักยภาพทุกหยาดหยดของมนุษย์เพื่อหล่อเลี้ยงตัวมันเองแล้วคำถามพื้นฐานเช่นเราเกิดมาทำไม,ความหมายของชีวิตคืออะไรฯลฯเหล่านี้ล้วนถูกกดและถูกแยกออกไปจากชีวิตสามัญของคนส่วนใหญ่
ภาพความสำเร็จของปัจเจกถูกสร้างขึ้นอย่างเข้าใจง่ายและดูเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนถ้ามีความพยายามพอก็สามารถที่จะไขว่คว้ามาได้ภาพของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ,ดารานักร้องที่โด่งดัง,ผู้กำกับภาพยนต์อินดี้หรือแม้แต่วัยรุ่นผู้เสียสละทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมถูกทำให้กลายเป็นมายาภาพแห่งความสำเร็จในอุดมคติทั้งนี้ก็ไม่ใช่เพื่อสิ่งใดนอกเหนือไปจากการกล่อมเกลามนุษยชาติให้"เชื่อง" และยินยอมพร้อมใจที่จะขับเคลื่อนโครงสร้างใหญ่ของโลกให้ก้าวหน้าและก้าวหน้าขึ้นไป
มนุษย์ สมัยใหม่(modern man) ถูกสร้างให้เป็นฟันเฟืองเล็กๆของสังคม พวกเราพยามไขว่คว้าหาความสำเร็จแบบสำเร็จรูปตามบรรทัดฐานของสังคมอย่างว่าง่าย
ข่าวดีคือเราไม่เคยมีเจตจำนงค์เสรี(free will)1ที่แท้จริงเลย ทุกๆทางเลือกในชีวิตของเราถูกกำหนดโดยกลไกของสังคมทั้งนั้น2
เราจะยอมให้“ชีวิต” มีค่าแค่นั้นละหรือ
สำหรับคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าสำหรับคุณแล้ว “ชีวิต” มีอะไรมากกว่านั้น
525,6000 คือตัวเลขของชั่วโมงทั้งหมดที่คุณจะอยู่บนโลกใบนี้
มันดีแล้วหรือที่จะมานั่งครุ่นคิดถึงปัญหาสำคัญอย่าง “เราเกิดมาทำไม” เมื่อล่วงเข้าวัยชราเหมือนที่ใครๆเขาทำกัน
ไม่คิดหรือว่าจะเป็นการดีถ้าเราตอบคำถามนั้นได้ขณะที่ยังมี “เวลา” เหลือพอที่จะทำบางอย่างที่มีค่าแก่ชีวิต
เชื่อเถอะว่าถ้าเราอยากจะรู้ว่าอะไรอยู่ในกล่องเพนโดร่า สิ่งที่ต้องทำคือเปิดมันกับมือและดูมันด้วยตา
ผมลองถามผู้ที่เคยเปิดมันดูหลายๆคนแล้ว...มันตอบไม่เหมือนกันเลย ให้ตายเถอะ
*************************
(1) free will : the power of acting without the constraint of necessity or fate; the ability to act at one's own discretion
(2) ข้อความนี้ผู้เขียนไม่ได้ว่าเอาเอง ฝรั่งขี้นกชื่อ Michel Foucault ว่าเอาไว้นานแล้ว(และมีส่วนถูกอยู่ไม่น้อย) ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะจ๊ะ
ชอบค่ะ อ่านแล้วได้ใจอย่างแรงค่ะ