...พัฒนาองค์กรและเครือข่ายแบบพหุภาคีในอำเภอ คือ โรงพยาบาลอำเภอ+มหาวิทยาลัย+เครือข่ายคนทำงานแบบอาสาเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะ อสม.+ ปัจเจกและกลุ่มประชาคมสร้างความรู้เพื่อสุขภาวะของท้องถิ่น อาจจะเรียกว่าเป็นรูปแบบการทำงานเชิงพื้นที่แบบ District Hospital+Urban/Local Community+University Partnership ....

             โรงพยาบาลอำเภอพุทธมณฑล  จังหวัดนครปฐม  มีแนวคิดในการพัฒนาองค์กรและเครือข่ายบริการสุขภาพในพื้นที่ คือ สถานีอนามัยและเครือข่าย อสม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้และวางแผนปฏิบัติการ อย่างมีส่วนร่วม (Participatory Planning &Management for Quality Improvement Promotion)ทั้งเพื่อสร้างความสุขให้แก่เจ้าหน้าที่ พัฒนาคน พัฒนาเครือข่ายการจัดการสุขภาพเชิงพื้นที่ระดับอำเภอซึ่งบูรณาการทั้งการปรับปรุงคุณภาพในระบบบริการสุขภาพ และการสร้างเสริมสุขภาพทั้งชุมชน  

             ทีมของโรงพยาบาลอำเภอ มาพัฒนาแนวคิดและวางแผนร่วมกันกับทีมนักวิจัยของสถาบันที่ผมทำงานอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ทำงานวิจัยแนวขับเคลื่อนประชาคมในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องนับแต่บ้านเราเจอวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา  ได้แนวทางที่จะช่วยกันเรียนรู้จากการปฏิบัติและพัฒนาตนเอง น่าสนใจมากทีเดียว

  • โรงพยาบาลมีทุนทางสังคม และริเริ่มการสร้างการมีส่วนร่วมทางสุขภาพในอำเภอไว้มากมายหลายขอบเขต  ตัวผู้อำนวยการ ซึ่งคิดว่าควรจะกล่าวถึงอย่างเป็นเครดิต คือ นายแพทย์วัฒนา  เทียมปฐม เป็นทั้งลูกหลานในพื้นที่ซึ่งกลับมาอยู่บ้านเกิดของตนเอง  เป็นลูกหลานของตระกูลบัณฑิตเก่าแก่ที่ได้รับความเคารพนับถือจากชุมชนหลายด้าน เป็นคนที่จับเรื่องท้องถิ่น  การศึกษา  วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรียกว่าเป็นแพทย์แบบมีความเป็นบูรณาการอยู่ในตนเองอย่างยิ่ง ลงมาเป็นผู้จุดประกายด้วยตนเองเลย
  • รูปแบบที่จะพัฒนาให้เข้มแข็งและยั่งยืนในระดับอำเภอ คือ การพัฒนาองค์กรและเครือข่ายแบบพหุภาคีในอำเภอ คือ โรงพยาบาลอำเภอ+มหาวิทยาลัย+เครือข่ายคนทำงานแบบอาสาเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะ อสม.+ ปัจเจกและกลุ่มประชาคมสร้างความรู้เพื่อสุขภาวะของท้องถิ่น อาจจะเรียกว่าเป็นรูปแบบการทำงานเชิงพื้นที่แบบ District Hospital+Urban/Local Community+University Partnership  ประมาณนี้ ซึ่งถ้าหากถอดบทเรียนออกมาได้ในระยะต่อไป  น่าจะให้แนวทางการทำงานสุขภาพในเชิงพื้นที่ของชุมชนที่มีความเปลี่ยนแปลงสูงและถูกห้อมล้อมด้วยความทัยสมัยรอบด้าน ได้มากทีเดียว
  • มีกระบวนการวิเคราะห์และถอดบทเรียนขององค์กร ร่วมกับการใช้ผลการวิจัย ที่มีการดำเนินการในพื้นที่ ทั้งของชาวไทย กลุ่มคนท้องถิ่น และนักศึกษาต่างประเทศที่มาเรียนที่สถาบัน เป็นข้อมูลป้อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และวางแผนด้วย ทำให้เป็นการริเริ่มที่ผสมผสานไปกับการจัดการผลการวิจัย มาสู่การพัฒนาระบบบริการสุขภาพและการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพเชิงพื้นที่ชุมชนระดับอำเภอ
  • เน้นการปรับวิธีการและเครื่องมือในการขับเคลื่อน ที่ไม่น้อยและไม่มากจนเกินไปเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการคิดและทำงานด้วยกันของคนหลายระดับ ทั้งชาวบ้าน หมออนามัย เครือข่ายอาสาสมัคร และบุคลากรทางสุขภาพของอำเภอ  

        ที่อำเภอพุทธมณฑลนี้  มีการเคลื่อนไหวทีละเล็กละน้อยอย่างนี้มาอย่างต่อเนื่องนับแต่เริ่มก่อตั้งเป็นอำเภอเมื่อประมาณปี 2537-2539 มหาวิทยาลัยมหิดล  ได้สนับสนุนการใช้กระบวนกวิจัย ขับเคลื่อนการลุกขึ้นมามีส่วนร่วม  ในการสร้างสุขภาวะของชุมชน และเป็นเครือข่ายสร้างองค์ความรู้ท้องถิ่นในระดับอำเภอ ด้วยการมีส่วนร่วมของกลุ่มปัจเจก ที่หลากหลายและรอบด้านที่สุดของชุมชนระดับอำเภอของประเทศ  การบูรณาการเข้ากับทุนทางสังคมและการริเริ่มแบบก้าวเล็กๆครั้งนี้ น่าจะให้บทเรียนและรูปแบบการทำงานแบบใหม่ๆจากชุมชนเอง.