การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์

ใครๆคงไม่คิดว่าการทำงานที่โรงพยาบาล ทุกวินาทีของการทำงานล้วนเป็นโอกาสในการสร้างความดีทั้งสิ้น ขอแค่เพียง รับรู้ความทุกข์ยากของผู้คน

รับรู้ความรู้สึกของผู้ที่เดินมาหาเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยเอง หรือจากญาติ เราก็จะได้มีโอกาสในการสร้างความดีได้ตลอดเวลา

และความดีนี้เอง จะทำให้เราเกิดความประทับใจ...ปลื้มใจในการทำงาน.....เป็นคุณค่าที่เกิดขึ้นในหัวใจของคนทำงานอย่างแท้จริง

แม่หมอ รพ.โนนคูณ เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทำความดีเล็กๆ ที่สัมผัสได้ว่า ผู้เล่า รู้สึกประทับใจ เมื่อเราให้เล่าเรื่องราวที่ประทับใจมา เธอได้เขียนเรื่องเล่านี้มาให้เรา(พรพ.) จึง

ขอโอกาสนี้นำมาเผยแพร่ ต่อค่ะ

คนไข้ Case  นี้ต้องให้ “เหมียว” ดูแลนะ

            สิ้นเสียงพูดของพี่หนุ่ม  บุรุษพยาบาลคู่เวรบ่ายกับฉันเงียบลง  ฉันก็ต้องหยุดชะงักการอ่านข่าวบันเทิงหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ ด้วยความขี้เกียจ  เพื่อมองหาผู้ป่วยคนที่พี่หนุ่มบอก  ในใจก็คิดว่า  ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ 

 

ภาพที่ฉันเห็นตรงหน้า  คือ  หญิงวัยกลางคน รูปร่างท้วม  ผิวดำแดง  สวมเสื้อยืดสีแดงที่ดูซีดและเก่าจนแทบจะจำสีเดิมไม่ได้  บริเวณไหล่ซ้ายเสื้อมีสภาพขาดกระรุ่งกระริ่ง  ไม่สวมรองเท้า  ข้าง ๆ เธอมีเด็กผู้ชายอายุประมาณ  10  ขวบ  สวมเสื้อนักเรียนที่เก่าจนซีด  กางเกงขาสั้นสีกากี  ขาทั้งสองข้างและกางเกงเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน  แต่ก็ยังดีนะที่สวมรองเท้าแตะ  แต่ที่สะดุดตาฉันมากก็คือมือขวาของเด็กที่กุมมือของผู้หญิงคนนั้นแน่นไม่ยอมปล่อย  แม้กระทั้งตอนที่เธอเดินตรงดิ่งมานั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ ฉัน

                ตาไปโดนอะไรมาเหรอค่ะ     

ผัวฉันมันซ้อมมาค่ะคุณหมอ

            ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง  ถูกสามีซ้อมจนตาขวาบวมช้ำ  แก้มขวาก็แดงเป็นรอยนิ้วมือ  ฉันอดถามต่อไม่ได้ว่าทำไม ?  เธอบอกว่าสามีหึง  กล่าวหาว่าเธอนอกใจ  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นความจริงแล้วก็ทุบตี  ตบหน้าเธอต่อหน้าลูกชาย  ลูกชายเข้าไปห้ามก็ถูกผลักจนกระเด็นแถมยังถูกขู่ว่าจะทำร้ายลูกด้วยถ้ายังมาห้ามอีก  ฉันสงสารเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็ยังพลอยถูกทำร้ายไปด้วย  คุยกันอยู่สักพัก  ฉันก็เลยถามเด็กว่าทานอาหารมาหรือยังเพราะนี่มันก็สามทุ่มแล้ว  เขาก็บอกว่ายัง  ฉันก็เลยจัดแจงต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วยกมาให้เด็กได้รับประทาน  ตอนแรกเด็กก็ยืนเฉย ไม่ยอมปล่อยมือจากแม่เพื่อมารับประทาน  แต่พอแม่อนุญาตเด็กก็เดินมาทันทีโดยไม่ต้องรอให้แม่เอ่ยอนุญาติเป็นครั้งที่สอง  พอฉันเห็นเด็กนั่งรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้อย่างเอร็ดอร่อย  พร้อมกับยกมือน้อย ๆ ปาดเหงื่อที่เริ่มไหลซึมตามหน้าผาก  ฉันก็อดสงสารไม่ได้  เลยแถมนมให้อีกหนึ่งกล่อง 

พอทานเสร็จเด็กก็ยกมือไหว้ฉันพร้อมกับพูดคำว่า 

 ขอบคุณครับ  แม่หมอ โดยไม่ต้องรอให้แม่หรือใครบอก 

แล้วเดินกลับมาจับมือแม่ตามเดิม 

หลังจากดูแลเรื่องปากท้องของเด็กเสร็จฉันก็รายงานให้แพทย์ทราบ 

แพทย์ก็ให้ยาและอนุญาตให้กลับบ้านได้ 

ในขณะที่ฉันกำลังจะจ่ายยาอยู่นั้น  จู่ ๆ ก็มีมือน้อย ๆ ของใครบางคนเอื้อมมาจับชายเสื้อของฉันเขย่าเบา ๆ

            แม่หมอ  อย่าให้แม่กลับนะเดี๋ยวพ่อตีอีก  หนูก็จะโดนพ่อตีด้วย        

            “ OK.  จ๊ะ  หมอให้นอนที่โรงพยาบาลแล้ว  เดี๋ยวเข้าไปนอนที่ตึกผู้ป่วยในเลยนะ

           

หลังจากที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้เสร็จ  ฉันก็ลุกขึ้นมายืนบิดตัวเพื่อขจัดความเมื่อยขบหลังจากที่ต้องนั่งมานานเกือบชั่วโมง  โชคดีนะที่วันนี้คนไข้ในเวรฉันไม่เยอะ  แถมช่วงที่ตรวจคนไข้รายนี้ก็ไม่มีคนไข้รายอื่นมาตรวจเพิ่มเลย  ช่างเป็นใจให้ซะเหลือเกิน  ขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าไปที่ห้องพักเจ้าหน้าที่  ฉันก็ได้ยินเสียงคนวิ่ง  ฉันก็หันหลังกลับไปเพื่อมองหาที่มาของเสียง 

สิ่งที่ฉันเห็นก็คือภาพที่เด็กคนนั้นพนมมือแนบหน้าอก และก้มศีรษะพร้อม ๆเอ่ยคำว่า 

ขอบคุณมากนะครับแม่หมอ แล้ววิ่งจากไป

เรามาช่วยกันเล่าเรื่องราวของการทำความดีในวงการแพทย์กันเถิดครับพี่น้อง