กพร. คลอดโบนัส 5.5 พันล้านปี 48 แล้ว
ขรก.ระดับล่าง เฮ!หลังอืดมานาน เผยกรมธนารักษ์-สรรพากร
คว้าแชมป์ 2 ปีซ้อน ส่วนมหาวิทยาลัยรัฐหนึ่งเดียวสุดซวย
ส่งผลประเมินช้าอดเงินก้อน หวั่น ขรก. งงสูตรต้องแบ่งเค้กกันเอง กพร.
เตรียมตั้งโต๊ะชี้แจง
นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
(กพร.) เปิดเผยว่า กพร. ได้ส่งหนังสือเวียน เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2548 จำนวน
5,500 ล้านบาท ให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการและจังหวัด
ตั้งแต่ระดับ 1-8 จำนวน 1.2 ล้านคนทั้งระบบ
รวมทั้งตัวอย่างวิธีจัดสรรเงินรางวัลไปยังทุกส่วนราชการแล้ว
โดยจะสามารถจัดสรรเงินรางวัลให้กับข้าราชการได้ภายในเดือน พ.ค.นี้
ทั้งนี้หลังจากที่ กพร.
ได้พิจารณามาตั้งแต่ต้นปี 2548
แต่ยังไม่สามารถสรุปให้กับทุกส่วนราชการ และจังหวัดได้
ทั้งนี้ กพร. ขอยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของ กพร. เอง
เนื่องจากตัวชี้วัดบางตัวยังไม่ชัดเจนและฐานเงินเดือนของแต่ละหน่วยงานก็ยังไม่ชัดเจน
ไม่เกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณ
หรือภาวะทางการเงินการคลังของรัฐบาลแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หากหน่วยราชการใดมีข้อสงสัยทาง กพร.
ก็จะเชิญหน่วยงานนั้นเข้ามาให้คำชี้แจง
โดยเฉพาะสูตรวิธีการจัดสรรเงินรางวัล ทั้งนี้
เงินรางวัลที่ส่วนราชการจะได้รับนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวแปร 2 ตัว ได้แก่
ขนาดของหน่วยงานที่มีสูตรว่าจะนำฐานเงินเดือนเป็นตัวตั้ง
และนำผลงานที่หน่วยงานนั้น ๆ ได้รับ โดยจะมีคะแนนระดับตั้งแต่ 1-5
หากต่ำกว่า 3 ก็จะไม่ได้รับ
อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2548 นี้
มีเพียงหน่วยงานเดียวที่ไม่ผ่านการประเมินและไม่ได้รับเงินรางวัล
พบว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
เนื่องจากจัดส่งผลการประเมินล่าช้า
นายทศพร กล่าวอีกว่า
สำหรับหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรเงินรางวัลสูงสุด 2 อันดับแรก
ยังคงเป็นหน่วยงานในกระทรวงการคลัง ได้แก่ กรมธนารักษ์ และ กรมสรรพากร
ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานนี้ในปีงบประมาณ 2547
ก็เคยได้รับเงินรางวัลอันดับ 1 และ 2 มาก่อนหน้านี้แล้ว
รวมทั้งยังพบว่าหน่วยงานที่ได้รับเงินรางวัลสูงสุด
ยังมีผลงานที่ดีขึ้น
นายทศพร กล่าวด้วยว่า หัวหน้าหน่วยราชการของแต่ละส่วนราชการและจังหวัด
จะต้องไปจัดทำระบบ ในการพิจารณา
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจัดสรรเงินรางวัลที่ได้เป็นก้อนไปให้กับข้าราชการทุกคนได้เท่า
ๆ กันก่อน จะเป็น 20% หรือ 50% ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน
เพราะถือว่าข้าราชการทุกคนก็มีส่วนในการทำงานให้ได้ผลสำเร็จและเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ผลักดันงาน
แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลและ กพร. ได้ตั้งข้อสังเกตว่า
จะไม่ให้มีการแบ่งเงินรางวัลให้เท่ากันทุกคน
เพราะจะเป็นการผิดเจตนารมณ์ของการให้เงินรางวัล
เพราะหากมีการให้รางวัลเท่า ๆ กัน
ก็จะทำให้คนที่ตั้งใจทำงานจริง ๆ ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ดังนั้นทุกหน่วยงานก็จะต้องไปคิดวิธีจัดสรรเพื่อให้กับข้าราชการที่ทำงานได้โดดเด่น
และประสิทธิภาพที่สุด
สำหรับการป้องกันปัญหาหากมีข้อครหาว่าการจัดสรรเงินรางวัลไม่เป็นธรรม
เช่นเดียวกับการจัดสรรเงินรางวัลให้กับข้าราชการระดับผู้บริหาร
ถือเป็นเรื่องภายในของหน่วยงานราชการนั้น ๆ แต่ กพร.
จะมีข้อแนะนำวิธีการจัดสรรเงินรางวัลอย่างเป็นธรรม
แต่ไม่ใช่วิธีการบังคับ ซึ่งทุกส่วนราชการจะต้องไปคิดสูตรในการจัดสรร
เงินรางวัลก้อนที่ได้รับกันเอง
เลขาฯ กพร. กล่าวด้วยว่า สำหรับปีงบประมาณ 2549 กพร.
ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน
โดยว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
เป็นผู้ประเมินและลงพื้นที่เดินสายในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อประเมินใน 6
เดือนแรกแล้ว ซึ่ง กพร.
ตั้งเป้าว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในเดือนมกราคม 2550
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้นในปี 2548 กพร.
ได้รับอนุมัติงบประมาณ 300 ล้านบาท
เพื่อจัดสรรเงินรางวัลให้กับผู้บริหารตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป
ซึ่งภายหลังมีข่าวออกไป
ทำให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยต่างทำหนังสือร้องเรียนมายัง กพร.
รวมทั้งสื่อมวลชนจำนวนมากว่ามีการแบ่งเงินไม่เป็นธรรม
เนื่องจากพบว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับ 9
ขึ้นไปบางคนไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่สมควรจะได้รับเงิน
ผู้จัดการรายวัน 2 พฤษภาคม 2549
ขรก. เฮรับโบนัส 5.5 พันล้าน
ขรก. เฮรับโบนัส 5.5 พันล้าน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Prof. Vicharn Panich · 3 พ.ค. 2549
สายน้ำความคิด · 3 พ.ค. 2549
kru saifon wannakul · 3 พ.ค. 2549
ศิริ · 3 พ.ค. 2549
จันทรรัตน์ เจริญสันติ · 3 พ.ค. 2549