ขออนุญาตพาดหัวแบบหนังสือพิมพ์หน่อยเถอะ เพื่อดุเดือดมากขึ้น ก่อนที่ผมจะพาทุกท่านไปพบกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ความรู้สักเล็กน้อยเกี่ยวกับทาน ทานในอิสลามมีสองประเภท คือทานบังคับ กับทานอาสา
ทานบังคับคือทานที่จะต้องบริจาค ถ้าใครไม่ทำถือว่า มีความผิด ในทางศาสนาเรียกว่า “ซะกาต” อิสลามมิกชนทุกคนที่มีอันจะกิน จะต้องบริจาคทานนี้โดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งก็จะมีกฎกติกามารยาทแตกต่างกันออกไป เช่น “ทานฟิตเราะฮ์” จะอยู่ช่วงเดือนที่ถือ ศีลอด ทานเงิน ทอง ปศุสัตว์ คนที่สามารถรับทานนี้ได้ก็คือ “คนที่ไม่มีความสามารถบริจาคทาน” ได้ ได้แก่คนจนคนขัดสน เป็นต้น ซึ่งในคัมภีร์ได้ระบุประเภทไว้เรียบร้อย อิสลามมิกชน ไม่ต้องไปคิดมากว่าจะบริจาคให้ใครดี แต่ต้องระวังคนแกล้งจนให้ดี
อีกประเภทคือทานอาสา คือผมมีอันจะกิน อยากจะบริจาค ใครจะทำไม....แต่เงื่อนไขที่จะทำให้ทานได้รับภาคผลก็คือ “ความบริสุทธิ์ใจ”
ผมปกติชอบทำทาน คือเห็นคนขอทานเป็นไม่ได้ แต่ว่าถ้าเห็นคนขอทานอาการครบสามสิบสอง ผมจะไม่สน ผมจะให้ทานเฉพาะคนพิการเท่านั้น เมื่อก่อนเคยให้ เด็กที่แม่มันอุ้มมาขอทาน แต่ช่วงหลังได้ข้อมูลบางอย่างเลยไม่ให้ บางครั้งเดินผ่าน ยังปากเสียสั่งสอนแม่มันอีกว่า เอาลูกมาตากแดดทำไม แม่มันก็ช่างเจรจาเหลือเกิน ตอบผมว่า “ก็ไม่มีจะแดกโวัย....”
วันหนึ่ง(ยังไม่นาน)ผมจอดรถซื้อของมีขอทานนั่งรถแบบคนพิการนั่ง มาขอทานอยู่ริมฟุตบาต ผมดูแล้วไม่เห็นจะพิการตรงไหนเลย แกก็ร้องว่า “ขอตังค์ผมกินข้าวหน่อยครับ” ผมก็ให้ไปยี่สิบบาท แกก็ขอต่อประโยคเดิม ผมซึ่งอยู่ตรงนั้นนานพอที่จะให้ขอทานด่าได้ ผมเลยบอก “ลุงๆยีสิบบาทก็พอกินข้าวแล้ว ข้าวหน่อยเดียว ตังค์ไม่หมดหรอก” แกหันมายิ้ม ลุงแกก็ร้องประโยคเดิมอีก คนก็ไม่ค่อยให้ผ่านไปผ่านมา ผมประเภทเสือก เลยแนะนำลุงว่า “เปลี่ยนเป็นค่ากับข้าวบ้างก็ได้ลุง” “ของตังค์ซื้อกับข้าวด้วยครับ” คนข้างๆเริมขำ...(อิ๊ก อ๊ากากกกกกกก) ถ้าลุงยังไม่ไปไหนก็บอกต่อไปก็ได้...ผมว่าต่อ ดูแม่ค้าแม่ขายชักจะเริ่มสนุกกับผมแล้ว ผมเลยแนะนำลุงต่อไปว่า ลุงพูดแบบนี้ต่อนะลุง “ขอตังค์ซื้อ ตู้เย็น โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือด้วยครับ” ที่นี้บริเวณนั้นกลายเป็นโรงละครย่อยไปเลยครับ ผมไม่กลัวลุงเต๊ะหรอกครับ ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมผมไม่กลัว ผมมีเหตุสองประการ 1. ผมมีแม่ยก เอ้ย..แม่ค้าเป็นเพื่อนแล้ว 2. ถ้าลุงขึ้นเต๊ะผมเมื่อไหร่ความลับลุงแตกแน่ๆ..ฮา....
สักพักมีคนตาบอดเดินร้องเพลงมาช้าๆ (นี่ถ้าเดินเร็ว ความลับแตกอีก)ดูน่าสงสาร ระหว่างทางคนนำเงินไปให้กันมากมาย ไม่ขาดระยะขนาดคนซื้อของยังวิ่งเอามาให้ ผมสังเกตลุงแกชักเริมหงุดหงิด ออกอาการอิจฉา พอคนตาบอดมาใกล้ๆแกรีบไปทันที ผมนี่ก็เหลือเกิน ยังตะโกนแซวอีกว่า “ลุงคราวหน้าลองเปลี่ยนคอนเซ็ปใหม่นะ แบบนี้ไม่เวิร์ก อิอิ” ในใจก็นึกไม่โดนขอทานเต๊ะก็บุญโขแล้ว
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ขอทานสองคนอยู่บนเส้นทางเดียวกันไม่ได้”
สวัสดีค่ะ แม้แต่ขอทานก้ไม่ละเว้นนะจ๊ะ
สวัสดี ครับ คุณ เบดูอิน
เป็นข้อคิด ในอีกมุมหนึ่ง เลยนะครับ ผมเพิ่งรู้จากคุณ เบดูอิน นี่แหละครับว่า มีทานบังคับ และทานอาสา
ทาน บังคับ - เนี่ย เป็นเหมือนภาคบังคับ เลยนะครับ
ทาน อาสา - คงคล้ายกับจิตอาสา ทำเพื่อผลทางใจ
ทั้ง 2 คำ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตรงไปตรงมา ดี ครับ
คุณ เบดูอิน ให้ทานอาสา แต่ฝากแง่คิดให้คนรับ คิดได้แบบ ดาวกระจาย เลย นะครับ....จิตที่แค่คิดจะให้ ก็ได้บุญแล้ว ครับ
วันนั้น ....คนให้มีความสุข ที่ได้ให้ และมีความสุขที่ได้สอนไปในตัวเลยใช่มั้ย ครับ...
อ่านจบแล้ว คิดถึง เสือ 2 ตัว ควรจะอยู่กันคนละถ้ำ จะดีกว่า
ได้แง่คิด มากมายเลยครับ
ด้วยความระลึกถึง
พร้อมด้วย มิตรภาพ ที่นำมาฝากครับ
เป็นข้อเขียนที่ดีและมีคุณค่าเสมอ ผมอ่านของท่านทุกเรื่องเลยครับ
ป๊ะป๋า..อ่านแล้วสนุกดี..ทานมีสองแบบ..ทานบังคับและทานอาสา
เคยรู้จักเฉพาะทานอาสา..ขอบคุณข้อมูลดีดีนะคะป๊ะ..อ่านแล้วไม่เครียด..ชอบ
ราตรีสวัสดิ์นะคะป๊ะ
ป๊ะป๋า..ยังไม่นอนเหรอคะ
คุณแสงแห่งความดีครับ คุณแสดงความเห็นได้ถูกใจผมมาก คุณมองละเอียดรอบด้านดี ขอบคุณมากนะครับ
ยังครับจ๊ะ อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณเบดูอิน
อ่านข้อคิดที่มีคุณค่า
ถือโอกาสมาเยี่ยมชมค่ะ
โชคดี มีสุขค่ะ
พาหลานมาศึกษาเรื่องราวดีดีมีคุณค่าจากคนดีที่มีคุณค่า
เน็ทผมช้ามากนี่ก็เป็นอีกวิธีการของการค้าทุนนิยมกล่าจะตอบได้ก็ใช้เวลาแต่ค่าเน็ทกินไปแล้ว ผู้บริโภคจะทำไงดี
การให้ธรรมเป็นทานนั้นยิ่งใหญ่ บริสุทธิ์ในหัวใจที่ใสกว้าง
ยอดแห่งทานยอดแห่งธรรมตามแนวทาง สันติสุขเกิดสว่างอย่างแท้จริง
กลอนบทนี้จะนำไปใช้ต่อครับ