รวมเห็ดป่าอร่อยๆมาแล้วจ้า

ปอปอ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สีสวย รสดี บำรุงสุขภาพ

ประโยชน์ของเห็ดป่า

      เห็ด  เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากธรรมชาติ   มีปริมาณไขมัน  น้ำตาล

และเกลือค่อนข้างต่ำ   อีกทั้งยังมีรสชาติและกลิ่นที่ชวนรับประทาน  ซึ่งรส

ชาติที่โดดเด่นนี้ มาจากการที่เห็ดมีกรดอะมิโน กลูตามิค (glutamic)   เป็น

องค์ประกอบ   ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นประสาทการรับรู้รสอาหารของลิ้น

ให้ไวกว่าปกติ       และทำให้มีรสชาติคล้ายกับเนื้อสัตว์ เห็ดยังอุดมไปด้วย

วิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีรวม (ไรโบฟลาวิน) และไนอาซิน (niacin)  ซึ่ง

จะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร  นอกจากนี้เห็ดยังเป็นแหล่ง

เกลือแร่ที่สำคัญ เช่น

1.  ซิลิเนียม   ทำหน้าที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ  ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค

มะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

2.  โปแตสเซียม ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ   สมดุลของน้ำ

ในร่างกาย   การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทต่างๆ   ลดการเกิด

โรคความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ และอัมพาต

3. ทองแดง   ทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของธาตุเหล็ก    ที่สำคัญ

เห็ดมีองค์ประกอบที่ชื่อว่า “โพลีแซคคาไรด์” (Polysaccharide) จะทำงาน

ร่วมกับแมคโครฟากจ์ (macrophage) ซึ่งเป็นเซลล์คุ้มกันขนาดใหญ่ที่ออก

จากหลอดเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อ      และจะไปจับกับโพลีแซคคาไรด์ที่บริเวณ

กระเพาะอาหาร และนำไปส่งยังเซลล์คุ้มกันตัวอื่นๆ โดยจะช่วยกระตุ้นวงจร

การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย   เสริมและช่วยเพิ่มปริมาณและ

ประสิทธิภาพของเซลล์คุ้มกันธรรมชาติ      ให้ทำหน้าที่ทำลายเซลล์แปลก

ปลอมที่เข้ามาในร่างกาย รวมถึงพวกไวรัสและแบคทีเรียอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้สาร

อาหารที่ได้รับจะมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณ และชนิดของเห็ด

เห็ดป่าในธรรมชาติ

เห็ดตับเต่า บำรุงร่างกาย กระจายโลหิตดับพิษร้อนภายในร่างกาย

เห็ดเผาะ บำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง แก้ช้ำใน

เห็ดโคน บำรุงร่างกาย ทำให้แช่มชื่น กระจายโลหิต ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

พวกเห็ดผึ้งทาม เห็ดระโงก เป็นเห็ดที่นำมาต้มจะมีสารเมือกที่ออกมาจากเห็ด
ซึ่งเป็นสารที่มีคุณค่าอย่างมาก เรียกสารนี้ว่า "พอลิแซคคาร์ไรด์"
อันที่จริงสารนี้มีคุณสมบัติเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง
คนทั่วไปก็อาจคิดว่าเป็นแป้งธรรมดาๆ เท่านั้นเอง

แต่ในข้อเท็จจริงมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนว่า สารพอลิแซคคาร์ไรด์นี้
มีฤทธิ์ไปกระตุ้นการทำงานของระบบสร้างภูมิคุ้นกันให้กับร่างกาย
ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ก็เท่ากับช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
เป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่ง หรือยาบำรุงชั้นดีนั่นเอง

ทีนี้มาดูหน้าตาเห็ดระโงกสักนิด  เห็ดชนิดนี้มีสีสันสวยงาม มีหลากสี
ตั้งแต่ส้มอมแดง เหลือง น้ำตาลและขาว
การบริโภคเห็ดชนิดนี้ต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเห็ดระโงกสีขาวและสีน้ำตาล
เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับ เห็ดระงากซึ่งเป็นเห็ดพิษ
รับประทานเข้าไปแล้วอาจถึงตาย ถ้าไม่แม่นในการเก็บเห็ดกินเอง
ก็ควักเงินซื้อเห็ดจากตลาดเห็ด ซึ่งเวลานี้มีขายกันคึกคักแล้ว

เห็ดผึ้งทามราคาไม่สูงมากนัก ในท้องตลาดประมาณกิโลกรัมละ 100-120 บาท
แต่เห็ดระโงกมีราคาแพงมาก ในภาคอีสานเห็ดระโงกเป็นเห็ดที่มีราคาสูงสุด

 

การตรวจสอบเห็ดพิษ

1. นำข้าวสารต้มกับเห็ด ถ้าไม่เป็นพิษข้าวสารจะสุก ถ้าเป็นเห็ดพิษข้าวสาร

จะสุกๆ ดิบๆ

2.ใช้ช้อนเงินคนต้มเห็ด ถ้าช้อนเงิน กลายเป็นสีดำ จะเป็นเห็ดพิษ

3. ใช้ปูนกินหมากป้ายดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ

ภาพและข้อมูลจากอินเตอร์เนต


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผักและสุขภาพ

คำสำคัญ (Tags)#เห็ดป่า

หมายเลขบันทึก: 265665, เขียน: 04 Jun 2009 @ 14:27 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 20:51 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  แวะมาเยี่ยมค่ะ

ขอบคุณมากเลยค่ะที่นำสาระดีๆมาฝากคนชอบทานเห็ด

ชอบมากเลยละค่ะ  ทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ และอร่อยด้วย

อยากรู้จักน้องปอปอให้มากกว่านี้จัง

...ช่างนำ..สะ..เหนอ เสียจริง