ตอนที่ 24
วัยทำงาน ต่อ
เมื่อผมกลับมาทำงาน หัวหน้าบอกว่าทำเรื่องบรรจุให้แล้ว จะบรรจุวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป ยิ่งใกล้ถึงวันบรรจุเป็นพนักงานยิ่งตื่นเต้น แต่พอรู้ว่าการบรรจุเป็นพนักงานต้องมีการพิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ตรงนี้เองทำให้ผมวิตก และกังวล ผมไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยว่าผมมีประวัติเป็นมาอย่างไร และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากมีการสอบประวัติแล้วผมจะได้รับการบรรจุหรือเปล่าก็ไม่รู้ มีตัวอย่างเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานแต่เป็นช่าง นายทำเรื่องจะบรรจุให้เป็นพนักงานแต่กลับบอกนายว่าถ้านายรักกันจริงอย่าบรรจุ เพราะถ้าทำเรื่องบรรจุต้องถูกออกจากงานแน่ ๆ เพราะมีคดีหลายคดี ตกลงเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันเป็นลูกจ้างเป็นสิบปี ต่อจากนั้นอีกสองปีเค้าเสียชีวิตด้วยโรคตับแข็ง เพราะเหตุนี้ผมจึงกังวล เพราะอันดับแรกต้องกลับไปอุตรดิตถ์ และต้องไปที่สถานีตำรวจ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อนำจดหมายขอตรวจสอบประวัติ เมื่อไปถึงตำรวจนำตัวผมเข้าไปพิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อเสร็จเรียบร้อยตำรวจให้ผมกลับและบอกว่าจะส่งผลการตรวจประวัติไปให้ที่สำนักงานทีหลัง ช่วงทีรอประวัติอยู่ที่ทำงานที่แม่เมาะนั้นผมมีความรู้สึกวิตกกังวลเป็นที่สุด คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าตำรวจจะรู้เรื่องการที่เราฆ่าคนตายหรือเปล่า ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นผมไม่ได้มีเจตนาจริง ๆ แล้วไหนจะเรื่องการโดนถูกจับเกี่ยวกับอาวุธปืนที่โรงพักลุมพินี กรุงเทพฯ อีกจะรอดไหมนี่ เมื่อตรวจลายนิ้วมือเรียบร้อยก็กลับไปทำงานตามเดิมโดยที่ทางตำรวจจะติดตามและส่งผลการตรวจสอบประวัติผมมาในภายหลัง เมื่อถึงกำหนดวันที่คำสั่งจะออกว่าผมจะได้รับการบรรจุหรือไม่ ผมเองใจจดใจจ่อว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน สุดท้ายผลการตรวจสอบประวัติออกมาผมผ่าน ผมสามารถเข้าทำงานเป็นพนักงานการไฟฟ้าฯ ได้ ผมมารู้ทีหลังว่าเรื่องที่ไปทำให้คนอื่นเสียชีวิตนั้นไม่มีคดีความค้างอยู่ที่สถานีตำรวจ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ และอีกเรื่องหนึ่งเรื่องการพกพาอาวุธปืนนั้น เป็นเพียงคดีลหุโทษ ได้รับโทษรอลงอาญา และปรับ เมื่อถึงเวลานั้นเลยกำหนดการรอลงอาญาไปแล้วโดยทาง กฟผ. ไม่ถือว่าเคยได้รับโทษมาก่อนสามารถรับเข้าทำงานได้